กิจกรรม
ล่าสุดของคุณ
!

ยินดีต้อนรับสู่เครื่องมือที่เก็บประวัติการใช้งานของคุณ

เราได้บันทึกข้อมูลที่สำคัญจากการค้นหาก่อนหน้านี้ของคุณเพื่อทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น

???private_mode_title???

???private_mode_text???

ยางรถยนต์ที่ถูกเรียกดูล่าสุด

ตัวแทนจำหน่ายที่ถูกเรียกดูล่าสุด

การค้นหาครั้งล่าสุด

ฉันจำเป็นต้องซื้อยางใหม่แล้วหรือไม่

ข้อมูลพื้นฐานมีอะไรบ้าง

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะระบุได้ว่ายางจะหมดอายุเมื่อไหร่ อายุการใช้งานและระยะทางการใช้งานของยางนั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น การออกแบบ พฤติกรรมการขับขี่ สภาพอากาศ สภาพถนน และการดูแลเอาใจใส่ยาง

เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยและเคล็ดลับ

1 - จำ 5 ปีให้ขึ้นใจ

หลังจากการใช้งานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ยางของคุณควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยมืออาชีพอย่างน้อยปีละครั้ง

2 - สูงสุดคือ 10 ปี

หากครบ 10 ปีนับจากวันผลิตยางแล้ว คุณยังคงใช้ยางชุดเดิม เพื่อความปลอดภัย มิชลินขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนยางใหม่ได้แล้ว ไม่ว่ายางจะยังมีสภาพดีอยู่ หรือแม้จะไม่สึกหรอไปถึงจุดที่บ่งบอกว่าควรเปลี่ยนยางก็ตาม
ซึ่งหลักการนี้ รวมไปถึงยางอะไหล่ด้วยเช่นกัน

3 - การดูแลยางที่ถูกต้องสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของยางได้

หากคุณใส่ใจดูแลแรงดันลมยาง การสึกหรอของดอกยาง การตั้งศูนย์ รวมถึงปัจจัยเกี่ยวกับยางอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอ คุณสามารถยืดอายุการใช้งานของยางได้

พบกับ เคล็บลับการดูแลยางตามกำหนด

สำหรับยางที่ติดมากับรถ: ให้ทำตามคำแนะนำการเปลี่ยนยางตามที่ผู้ผลิตรถยนต์แนะนำ

สามารถดูวันผลิตยางได้อย่างไร

มองหาเลข DOT บนแก้มยางของคุณ

อะไรสร้างความเสียหายให้ยางได้บ้าง

ปัจจัยทางกายภาพ :

  • อายุการใช้งาน
  • การสึกหรอและความเสียหายของยาง

สภาพถนน:

  • หลุมบ่อ สิ่งกีดขวาง ขอบถนน วัตถุมีคม และลูกระนาดชะลอความเร็ว

สภาพภูมิอากาศ:

  • อุณหภูมิที่หนาวจัด หรือร้อนจัด
  • ฝน หิมะ และน้ำแข็ง
  • น้ำมัน ไขมัน และสารเคมีอื่นๆ
  • แสงแดดแรงๆ และโอโซน

พฤติกรรมการขับขี่:

  • การใช้ความเร็ว
  • การออกตัวเร็ว และการเบรกกระทันหัน
  • ขับขี่บนถนนที่ชำรุด
  • ไม่สังเกตการเปลี่ยนแปลงเวลาควบคุมรถ เสียงรบกวน และการสั่นสะเทือน
  • ละเลยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อพบสิ่งผิดปกติ

ขาดการดูแลรักษายางรถยนต์ขั้นพื้นฐานเหล่านี้:

  • แรงดันลมยาง
  • ไม่หมั่นตรวจสอบการสึกหรอหรือความเสียหายของยางอย่างสม่ำเสมอ
  • การตั้งศูนย์และการสลับล้อยาง
  • ไม่ให้ผู้เชี่ยวชาญเปลี่ยนยางหรือติดตั้งยางใหม่เมื่อเกิดความเสียหายกับยางหรือหลังเกิดอุบัติเหตุที่อาจส่งผลถึงยาง
  • ไม่ทำการตั้งศูนย์ถ่วงล้อหลังการติดตั้งหรือการเปลี่ยนยางชุดใหม่
  • เก็บรักษายางในที่ที่ไม่เหมาะสม
  • การใช้วัสดุปะยางที่ยังไม่ได้มาตรฐาน

การใช้งานที่ไม่ถูกต้อง:

  • การใช้ยางฤดูร้อนบนหิมะและน้ำแข็ง
  • การใช้ยางหลายแบบผสมกัน
  • การใช้ยางกับล้อที่ชำรุด ผิดรูปหรือผ่านการดัดแปลงมา
  • การใช้ล้อและขอบที่มีขนาดไม่พอดีกัน
  • ติดตั้งยางที่ไม่รองรับสมรรถนะความเร็วและการบรรทุกหนักเทียบเท่าหรือสูงกว่าค่าที่ผู้ผลิตระบุไว้
  • เติมลมยางหลังจากการวิ่งแบบไม่มีลมหรือมีลมน้อยมาก
  • การใช้ยางอะไหล่ที่มีขนาดแตกต่างด้วยความเร็วเกิน 80.5 กม./ชม.

ฉันต้องเปลี่ยนยางตอนนี้เลยไหม

เราขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนยางของคุณ ถ้าหาก:

  • ดอกยางสึกเกินกว่าค่าความลึกดอกยางที่กำหนด
  • แก้มยางชำรุด
  • มีรูบนยางที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่กว่า 6 มม.
  • เม็ดบีดชำรุดหรือเปลี่ยนรูป (เม็ดบีดอยู่บริเวณขอบของยางที่ติดกับล้อ)

1 - ตรวจสอบยางของคุณอย่างสม่ำเสมอและพยายามมองหาสิ่งเหล่านี้:

  • ดอกยางสึกไม่เรียบ
  • ดอกยางตื้น
  • รอยขีดข่วน (หิน เล็บ ฯลฯ)
  • บริเวณที่ชำรุด
  • ฝาวาล์วชำรุด

2- จับสังเกต "ความรู้สึก" ที่คุณมีต่อยางเวลาขับ

  • การขับขี่แบบไม่ถนอมยาง อาจเป็นสาเหตุของความเสียหายหรือการสึกหรอของยางมากกว่าปกติ
  • หากคุณสังเกตเห็นการสั่นสะเทือนหรือสิ่งรบกวนอื่นๆ ในขณะที่ขับรถ ให้ลดความเร็วลงทันที ขับรถด้วยความระมัดระวังจนกระทั่งคุณสามารถหยุดรถริมถนนได้อย่างปลอดภัย แล้วจึงทำการตรวจสอบยางของคุณ
  • ถ้ายางได้รับความเสียหาย ให้ปล่อยลมออกแล้วเปลี่ยนไปใช้ยางอะไหล่ หากคุณไม่เห็นความเสียหายใด ๆ ที่ตัวยางและไม่สามารถระบุที่มาของการสั่นสะเทือนได้ ให้นำรถไปที่ตัวแทนจำหน่ายยางเพื่อทำการตรวจเช็คโดยละเอียด

3- ไปพบผู้เชี่ยวชาญ

  • หากคุณพบสิ่งผิดปกติในขณะตรวจเช็คยาง ควรนำไปให้ตัวแทนจำหน่ายผู้เชี่ยวชาญตรวจยางดูอีกครั้ง

วิธีตรวจเช็คตรวจเช็คสภาพยางของฉัน

1- ตรวจสอบแรงดันลมยางของคุณ

  • เป็นวิธีที่ทำได้อย่างรวดเร็ว และช่วยป้องกันปัญหาที่อาจตามมาได้หลายอย่าง
  • ควรตรวจเช็คเดือนละครั้ง

ดูแรงดันลมยาง: อะไรที่ฉันควรรู้

2 - ตรวจสอบการสึกหรอของดอกยางด้วยหนึ่งในสองวิธีต่อไปนี้:

  • ใช้ตัววัดความลึกดอกยาง
  • ใช้ตัวบ่งชี้การสึกหรอของดอกยาง

ดูวิธีการตรวจสอบว่าดอกยางเหลือมากพอในการใช้งานหรือไม่

3- ตรวจสอบการสึกหรอและความชำรุดเสียหายของยางของคุณ

  • ตรวจสอบแก้มยางว่ามีรูหรือรอยกระแทกหรือไม่ และตรวจดูดอกยางว่าสึกเรียบหรือไม่
  • คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงเวลาบังคับควบคุมรถอยู่เสมอ

เห็นการสึกหรอหรือชำรุดหรือไม่

เมื่อไหร่ที่ฉันควรจะตรวจสอบยางของฉัน

  • เดือนละ 1 ครั้ง
  • ก่อนที่คุณจะเดินทางระยะไกล

ขั้นตอนถัดไป:

  • รอยทะลุ รอยตัดหรือรูปร่างที่ผิดปกติบนยาง ควรได้รับการตรวจเช็คอย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญด้านยาง
  • เฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านยางเท่านั้น ที่จะบอกคุณได้ว่ายางของคุณสามารถซ่อมแซมได้หรือจำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนใหม่

ข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับยาง: มีอะไรบ้าง

ยางอะไหล่: ฉันสามารถใช้ได้ตามปกติเลยหรือไม่

ไม่ได้
ยางอะไหล่ชั่วคราวมีโครงสร้างที่เบากว่า เพื่อลดน้ำหนักในการบรรทุกในรถของคุณ ดังนั้นยางอะไหล่จึงไม่มีความสามารถในการทำความเร็วและระยะทางมากเท่ากับยางปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อเสถียรภาพในการขับขี่ของคุณ ยกเว้นถ้ายางอะไหล่ของคุณเป็นยางชนิดเดียวกันกับยางทั้งสี่ล้อของคุณ

ยางสำหรับทุกฤดู / ฤดูร้อน / ฤดูหนาว: แตกต่างกันอย่างไร

เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะปลอดภัยเสมอ ยางของคุณจึงควรเป็นยางที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับสภาพอากาศท้องถิ่นของคุณ

1- ยางสำหรับทุกฤดู:

ถูกออกแบบขึ้นเพื่อรับมือกับสภาพการขับขี่ในชีวิตประจำวัน ยางเหล่านี้มีการยึดเกาะที่ดีบนถนนแห้งและเปียก รวมถึงการยึดเกาะบนหิมะที่ดีพอสมควรในบางพื้นที่ที่ฤดูหนาวไม่รุนแรงมากนักยางสำหรับทุกฤดูกาลเหมาะกับการใช้งานตลอดปี โดยเฉพาะกับดอกยางที่มีอายุการใช้งานที่นานขึ้นอย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังยางสำหรับทุกฤดูกาลในขณะที่ฤดูหนาวในพื้นที่ของคุณค่อนข้างรุนแรง คุณควรเปลี่ยนไปใช้ยางสำหรับฤดูหนาวแทนในช่วงหนาวจัด

2- ยางสำหรับฤดูร้อน:

ยางเหล่านี้ได้รับการปรับให้เหมาะสำหรับการใช้งานแบบสมรรถนะสูงได้ดีทั้งบนถนนแห้งและเปียกของสภาพพื้นที่เขตร้อน ในสหรัฐฯ ยางเหล่านี้จะพบได้มากในรถสมรรถนะสูง อย่างไรก็ตาม หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ปกติอุณหภูมิในฤดูหนาวเย็นกว่าจนเกือบถึงจุดเยือกแข็ง คุณควรเปลี่ยนมาใช้ยางสำหรับฤดูหนาวช่วงที่มีความหนาวเย็น เนื้อยางที่ใช้ในการผลิตยางรถสำหรับฤดูร้อนนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 7 องศาเซลเซียส เพราะอาจเกิดการแข็งตัวจนสูญเสียสมรรถนะการเกาะถนนได้

ฉันสามารถใช้ยางสมรรถนะสูงได้หรือไม่แม้รถของฉันไม่เหมาะ

  • หากคุณต้องการรูปลักษณ์หรือความรู้สึกในการขับขี่แบบสปอร์ต คุณสามารถเลือกที่จะยกระดับยางของคุณมาเป็นแบบ “สมรรถนะสูง” แทนได้เพื่อให้ใช้อัตราความเร็วได้มากขึ้น
  • ยางสมรรถนะสูงจะเพิ่มความสามารถในการขับขี่บนความเร็วที่สูงขึ้น รวมถึงความสามารถในการบังคับควบคุม และการยึดเกาะสูงสุดบนพื้นแห้งในขณะเข้าโค้ง
  • แต่เพื่อการยึดเกาะที่ยอดเยี่ยม คุณอาจจะแลกกับการใช้งานที่เพิ่มขึ้นของดอกยางบางส่วนบ้าง

การสิ้นเปลืองน้ำมัน: จะลดปัญหานี้อย่างไร

ยางสมรรถนะสูงสำหรับใช้บนความเร็วสูงได้ถูกออกแบบมาเพื่อสมรรถนะการยึดเกาะที่เพิ่มขึ้น นั่นหมายถึงจะมีความสามารถในการประหยัดน้ำมันน้อยกว่ายางปกติ เพราะการยึดเกาะที่ดีขึ้นหมายถึงแรงต้านทานการหมุนที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน จึงทำให้เครื่องยนต์ต้องใช้แรงมากขึ้นในการพารถเคลื่อนไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวคิด MICHELIN Total Performance ของเรา เราจึงได้ผสานทั้งสมรรถนะการควบคุมที่ดีไปพร้อมการประหยัดน้ำมันไว้ในยางสมรรถนะสูงของเรา

ฉันต้องการยางที่มีขนาดใหญ่ขึ้น: ฉันจำเป็นต้องรู้ข้อมูลอะไรบ้าง

นี่คืออะไร

ผู้ที่ชื่นชอบในการขับขี่แบบสมรรถนะบางรายมักนิยมเพิ่มขนาดล้อให้กว้างขึ้นและใหญ่กว่ามาตรฐาน ซึ่งเรียกว่าการอัปเกรดยางหรือการเพิ่มขนาดยาง

แล้วทำไปเพื่ออะไร

  • เพื่อการควบคุมที่ดีขึ้นถ้าใช้ขนาดที่เหมาะสม
  • เพื่อให้รถยนต์ดูสปอร์ตมากขึ้น

เราสามารถทำได้สองวิธี คือ:
1- บวก 1, 2 ฯลฯ

  • นี่เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด
  • เพิ่มขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อและกระทะยางของคุณ
  • ในการเพิ่มขนาดยางให้ได้ผลดี สัดส่วนด้านสูงต่อด้านกว้างของยางควรลดลงในขณะที่เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อจะเพิ่มขึ้น เพื่อท้ายที่สุดแล้วเส้นผ่าศูนย์กลางโดยรวมของยางทั้งหมดจะไม่เปลี่ยนแปลงจากเดิม มีเพียงเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อเท่านั้นที่เพิ่มขึ้น

ยกตัวอย่างเช่น:
การเปลี่ยนจากล้อ 14 นิ้ว ไปเป็น 15 นิ้ว วิธีนี้เรียกว่า “plus 1” หรือบวก 1 เพราะมันมีขนาดเพิ่มขึ้น 1 นิ้ว

2- บวกศูนย์

คุณต้องการคงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อรถคุณให้เท่าเดิม แต่ใช้ยางที่มีขนาดกว้างขึ้น ดังนั้น คุณอาจต้องมีล้อรถที่ใหญ่ขึ้นเช่นกัน

แล้วทำไปเพื่ออะไร

เพราะมันจะให้หน้าสัมผัสถนนที่กว้างขึ้นและดูสปอร์ตมากขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนซื้อล้อใหม่ (ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะนี้)

ยกตัวอย่างเช่น:
เปลี่ยนจากยาง P195/75R14 ไปเป็น P215/65R14 นี่หมายถึงความกว้างของยางของคุณจะกว้างกว่า (195 มิลลิเมตร ถึง 215) สัดส่วนด้านสูงต่อด้านกว้างของยางจะลดลง (75 ถึง 65) แต่เส้นผ่าศูนย์กลางของล้อยังคงเดิม (14)

สแต็กเกอริ่งคืออะไร

การติดตั้งสแต็กเกอร์ คือ การติดตั้งรถคุณให้มีขนาดล้อหลังใหญ่กว่าล้อหน้า นี่เป็นลักษณะพิเศษที่มาจากผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสมรรถนะขับเคลื่อนแบบล้อหลังที่ดีขึ้น

ข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับการเพิ่มขนาดยาง:

มิชลินไม่แนะนำให้เพิ่มขนาดยาง เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย ผู้ผลิตบางรายได้ทดสอบและรับรองการใช้รถกับล้อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหลายขนาด ดังนั้น เพื่อความมั่นใจคุณจึงควรสอบถามตัวแทนจำหน่ายยางของคุณถึงขนาดที่คุณต้องการ

ยาง "รันแฟลต" คืออะไร และใครสามารถใส่ยางนี้ได้

ยาง "รันแฟลต" คืออะไร

ยาง "รันแฟลต" เป็นเทคโนโลยีพิเศษที่ช่วยให้รถคุณยังสามารถไปต่อได้อีกระยะหนึ่งบนความเร็วที่ลดลง เมื่อเกิดอาการยางรั่วหรือแรงดันลมยางลดลงแบบฉับพลัน ยาง MICHELIN Zero Pressure (ZP) มีเทคโนโลยีรันแฟลตที่พารถคุณไปได้ไกลสูงสุดถึง 50 ไมล์ที่ความเร็ว 50 ไมล์ต่อชั่วโมง แม้ในขณะยางแบน

ฉันใช้ยางรันแฟลตกับรถของฉันได้หรือไม่

ไม่ได้ ต้องเป็นรถที่ติดตั้งยางรันแฟลตมาตั้งแต่ต้นเท่านั้นที่จะสามารถใช้ยางรันแฟลตได้ เพราะรถเหล่านี้ถูกออกแบบช่วงล่างและเพลารถเป็นพิเศษให้เหมาะกับการใส่ยางรันแฟลตโดยเฉพาะ

ฉันใช้ยางรันแฟลตร่วมกับยางธรรมดาได้ไหม

  • ห้ามใช้ยางรันแฟลตร่วมกับยางที่ไม่มีเทคโนโลยีรันแฟลต (ยางธรรมดา) โดยเด็ดขาด นอกจากในกรณีฉุกเฉินที่จำเป็นจริงๆ และควรใช้ชั่วคราวเท่านั้น เมื่อผ่านเหตุการฉุกเฉินแล้ว ควรรีบนำยางรันแฟลตออกและเปลี่ยนกลับไปใช้ยางธรรมดาทันที
  • และไม่แนะนำให้ใช้เทคโนโลยีหรือยางรันแฟลตต่างชนิดกันร่วมกัน

หากยางรันแฟลตของฉันเกิดรั่ว ฉันยังสามารถขับต่อไปได้อีกนานเท่าไหร่

ยางรันแฟลตจะให้พาคุณไปต่อได้อีกระยะหนึ่งในความเร็วที่ต่ำลงหลังจากยางเกินการรั่ว หรือเกิดเหตุที่ทำให้แรงดันลมลดลง หรือสูญเสียแรงดันลมทั้งหมด หากคุณใช้ยาง MICHELIN Zero Pressure (ZP) คุณจะสามารถขับรถต่อไปได้ไกลสูงสุดถึง 50 ไมล์ที่ความเร็ว 50 ไมล์ต่อชั่วโมงเมื่อเกิดอาการยางแบน

ฉันควรทำอย่างไรถ้าลมยางอ่อน

ลมยางอ่อน (หรือลมยางต่ำ) เกิดขึ้นเมื่อยางมีแรงดันลมน้อยกว่าค่า psi (แรงดันต่อตารางนิ้ว) ที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด ลมยางอ่อนสามารถทำให้ยางแบนและแตกได้

ทางแก้ไข:

เติมลมยางให้มีค่าแรงดันลมที่เหมาะสม (ตามค่า psi ที่วัดได้จากมาตรวัดแรงดันลม) คุณสามารถดูค่าแรงดันลมที่เหมาะสำหรับยางของคุณได้จากคู่มือที่ติดมากับรถของคุณ หรือดูจากสติ๊กเกอร์ที่มีการระบุค่า psi ที่ติดอยู่บนประตูรถของคุณ

ดูที่ไหน

คำแนะนำ:

ห้ามใช้ยางที่เคยถูกใช้ในขณะที่มีแรงดันลมยางต่ำอีก ยกเว้นยางเหล่านั้นจะได้รับการตรวจเช็คอย่างละเอียดทั้งภายในและภายนอกโดยผู้เชี่ยวชาญด้านยางแล้ว

เพราะอะไร

เมื่อยางยังติดตั้งอยู่กับรถ ความเสียหายภายในตัวยางจะไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านยางเท่านั้นที่จะสามารถบอกได้ว่ายางเส้นนั้นยังปลอดภัยพอที่จะใช้ต่อไปได้หรือไม่

ฉันต้องการเปลี่ยนยางแล้ว มีคำแนะนำไหม

คำแนะนำทั่วไป

  • เพื่อความปลอดภัยสูงสุด มิชลินขอแนะนำให้เปลี่ยนยางทั้งสี่เส้นในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ยางทุกเส้นมีการสึกและการยึดเกาะเท่า ๆ กัน
  • ใช้เวลาในการหาข้อมูล คุณสามารถซื้อยางรุ่นเดิมเหมือนที่ติดมากับรถ หรือเปลี่ยนเป็นยางรุ่นอื่นก็ได้ แต่ยางทุกเส้นต้องเป็นยางที่เหมาะกับรถของคุณ สภาพอากาศ สภาพแวดล้อมในการขับขี่และสไตล์การขับขี่ของคุณ ดูวิธีเลือกยาง
  • ชมวิธีการติดตั้งและตั้งศูนย์ยางใหม่ของคุณโดยผู้เชี่ยวชาญ

การเปลี่ยนยางเพียงสองเส้น

  • ยางชุดใหม่ของคุณจะต้องมีขนาดเท่ากันและเป็นยางประเภทเดียวกันกับยางเดิมที่คุณใช้อยู่
  • ยางชุดใหม่ของคุณจะต้องติดตั้งที่ล้อหลังของรถคุณ
  • หากคุณต้องการซื้อยางที่มีขนาดและการรองรับอัตราความเร็วสูงสุดแตกต่างจากยางชุดเดิม คุณควรปรึกษาตัวแทนจำหน่ายยางของคุณและศึกษา คู่มือการติดตั้งยาง ดูคำแนะนำเพิ่มเติม
  • หากคุณเปลี่ยนยางน้อยกว่าสี่เส้น อาจส่งผลกระทบต่อการสลับยาง