กิจกรรม
ล่าสุดของคุณ
!

ยินดีต้อนรับสู่เครื่องมือที่เก็บประวัติการใช้งานของคุณ

เราได้บันทึกข้อมูลที่สำคัญจากการค้นหาก่อนหน้านี้ของคุณเพื่อทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น

???private_mode_title???

???private_mode_text???

ยางรถยนต์ที่ถูกเรียกดูล่าสุด

ตัวแทนจำหน่ายที่ถูกเรียกดูล่าสุด

การค้นหาครั้งล่าสุด

ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น

สิ่งดีๆ ที่เราควรจำไว้... และบางเคล็ดลับที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

ขับขี่อย่างไรให้ปลอดภัยเมื่อเจอถนนเปียก

  1. ใช้สองมือบังคับพวงมาลัยเสมอเพื่อให้การควบคุมมั่นคงขึ้น
  2. ลดความเร็วลง: ยางจะมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะและสัมผัสพื้นถนนได้ดีขึ้น
  3. เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ
  4. ตื่นตัวอยู่เสมอ ระมัดระวังผู้ขับขี่คันอื่นและอันตรายรอบตัวที่อาจเกิดขึ้น เพราะการป้องกันอุบัติเหตุล่วงหน้าย่อมดีกว่าการแก้ไขในภายหลัง
  5. ก่อนเลี้ยวทุกครั้ง: ควรแตะเบรกเพื่อค่อยๆ ชะลอรถตั้งแต่ทางตรงก่อนถึงจุดเลี้ยว อย่าเบรกในช่วงจังหวะการเลี้ยวเพราะอาจทำให้รถคุณลื่นไถลเสียการทรงตัวได้ง่าย
  6. ในขณะเลี้ยว: ลดความเร็วลงก่อนเลี้ยว และรักษาความเร็วให้คงที่ตลอดการเลี้ยว
  7. ในขณะเลี้ยว: อย่าหักพวงมาลัยแบบรวดเร็ว
  8. หมั่นตรวจเช็คยางของคุณทุกเดือน เพื่อให้มั่นใจว่ายางของคุณมี ดอกยางเหลือมากพอ และ ลมยางที่เหมาะสม.
  9. เลือกยางรถยนต์ที่ให้สมรรถนะการยึดเกาะถนนเปียกที่ดี

การหลีกเลี่ยงการลื่นไถล

นี่คืออะไร:

การที่ยางไม่ว่าคู่หลังหรือคู่หน้าของคุณไม่หมุนไปตามทิศทางที่พวงมาลัยบังคับ

วิธีการกลับมาควบคุมรถได้อีกครั้ง:

ค่อยๆ ผ่อนคันเร่งและลดความเร็วลง จนกระทั่งสภาวะการยึดเกาะของยางกลับคืนสู่ปกติ

วิธีการหลีกเลี่ยง:
เคล็ดลับการดูแลรักษายาง

  • หมั่นตรวจสอบแรงดันลมยางเป็นประจำทุกเดือน
  • หมั่นตรวจสอบการวัดความลึกดอกยางเป็นประจำทุกเดือน ยางต้องมีดอกยางมากพอ เพื่อการรีดน้ำที่มีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับการขับรถ:

  • ขับรถให้ช้าลง

การเบรกขณะฝนตก

  • ต้องเพิ่มระยะเบรกบนถนนเปียกให้มากขึ้นกว่าที่ใช้บนถนนแห้ง
  • เบรกให้เร็วขึ้นกว่าตอนที่คุณอยู่บนถนนแห้ง
  • เพิ่มระยะห่างจากรถคันหน้าเป็นสองเท่าของสถานการณ์ปกติ เพื่อให้มีเวลามากขึ้นในการหยุดรถได้อย่างปลอดภัย

ควรทำอย่างไร เมื่อรถคุณลื่นไถลไปข้างหน้าในขณะเลี้ยว

นี่คืออะไร:

นี่คือการที่ยางคู่หน้าของคุณสูญเสียการยึดเกาะก่อนยางคู่หลัง ซึ่งเรียกว่าอาการอันเดอร์สเตียร์ รถของคุณจะไม่ยอมเลี้ยวแต่จะลื่นไถลไปข้างหน้าออกนอกถนน

วิธีการกลับมาควบคุมรถไดอีกครั้ง:

ค่อยๆ ผ่อนคันเร่งและลดความเร็วลง จนกระทั่งสภาวะการยึดเกาะของยางกลับคืนสู่ปกติ

วิธีการหลีกเลี่ยง:
เคล็ดลับการดูแลรักษายาง

  • หมั่นตรวจสอบแรงดันลมยางเป็นประจำทุกเดือน
  • หมั่นตรวจสอบการวัดความลึกดอกยางเป็นประจำทุกเดือน

การหลีกเลี่ยงการหมุนเหวี่ยงออกนอกวงเลี้ยว

นี่คืออะไร:

นี่คือการที่ยางคู่หลังของคุณสูญเสียการยึดเกาะก่อนยางคู่หน้าจนรถเกิดอาการหมุน

วิธีการกลับมาควบคุมรถได้อีกครั้ง:

  • หากคุณใช้รถแบบขับเคลื่อนล้อหน้า ให้เร่งความเร็วขึ้น และถ้าจำเป็นให้เลี้ยวไปในทิศทางตรงกันข้าม
  • หากคุณใช้รถแบบขับเคลื่อนล้อหลัง ให้ผ่อนคันเร่งและขับไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศที่ลื่นไถล
  • หากคุณใช้รถแบบขับเคลื่อนทุกล้อ ให้เลี้ยวไปในทิศทางเดียวกับที่คุณกำลังลื่นไถล เมื่อรถคุณกลับมาควบคุมได้อีกครั้งให้ทำการเลี้ยวออกไปในทิศทางตรงกันข้าม

วิธีการหลีกเลี่ยง:
เคล็ดลับการดูแลรักษายาง

  • หมั่นตรวจสอบแรงดันลมยางเป็นประจำทุกเดือน
  • หมั่นตรวจสอบความลึกดอกยางเป็นประจำทุกเดือน
  • สลับยางตามกำหนดเพื่อให้ยางสึกหรอเท่าๆ กัน
  • หากคุณซื้อยางใหม่เพียง 2 เส้น ให้ตรวจสอบให้แน่ใจว่ายางใหม่นี้ถูกใส่ไว้ที่ล้อหลัง

เคล็ดลับการขับรถ:

  • อย่าเลี้ยวรถรวดเร็วเกินไป

หลีกเลี่ยงการขับผ่านบริเวณถนนเปียกหรือน้ำท่วมขัง

นี่คืออะไร:

ยางรถลื่นไถลและไม่ตอบสนองต่อการบังคับพวงมาลัย การเบรก หรือการเร่งความเร็ว ซึ่งอาจทำให้รถเกิดการลื่นไถลหรือหมุนได้
สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เมื่อน้ำที่แทรกอยู่ระหว่างยางของคุณและพื้นถนนไม่สามารถรีดออกได้ทันเกิดเป็นฟิล์มน้ำขึ้นที่หน้ายางจนกระทั่งแรงดันที่ยางมีมากกว่าแรงดันยางบนถนน ถึงตอนนี้ยางจะไม่ได้สัมผัสกับพื้นถนนเลย

วิธีการกลับมาควบคุมรถได้อีกครั้ง:

  • อย่าแตะเบรกอย่างกะทันหัน
  • ค่อยๆ ผ่อนคันเร่ง จนรถชะลอลงและยางสามารถกลับมายึดเกาะถนนได้อีกครั้ง

วิธีการหลีกเลี่ยง:
เคล็ดลับการดูแลรักษายาง

  • หมั่นตรวจสอบแรงดันลมยางของคุณเป็นประจำทุกเดือน หากแรงดันลมยางต่ำกว่า 30% ของค่าที่แนะนำจะทำให้มีความเสี่ยงต่อจากการลื่นไถลบนพื้นเปียกได้ง่ายขึ้น
  • หมั่นตรวจสอบการสึกหรอ และความลึกของดอกยางเป็นประจำทุกเดือน ยิ่งดอกยางของคุณลึกมากเท่าไร ก็จะสามารถรีดน้ำออกได้มากเท่านั้น
  • ลดความเร็วลงเมื่อเข้าใกล้แอ่งน้ำขนาดใหญ่หรือจุดที่มีน้ำขัง

แรงดันลมยาง คือ กุญแจดอกสำคัญ

ข้อเท็จจริง:

การเติมลมยางน้อยเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการสิ้นเปลืองน้ำมัน

เคล็ดลับการดูแลรักษายาง

  • หมั่นตรวจสอบแรงดันลมยางของคุณเป็นประจำทุกเดือน ยางที่เติมลมน้อยเกินไปจะทำให้ใช้น้ำมันมากขึ้น ในขณะที่ยางที่เติมลมมากเกินไปก็จะทำให้ยึดเกาะถนนลดได้น้อย

ต้องการเรียนรู้การสร้างการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืนและเรื่องราวของมิชลินเพิ่มเติมใช่มั้ย?

ขับขี่อย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน

  • ขับรถที่ความเร็วคงที่ หลีกเลี่ยงการหยุดและออกตัวอย่างกระทันหัน
  • การเปลี่ยนเกียร์ควรอยู่ระหว่าง 2,000 ถึง 2,500 รอบต่อนาที เพื่อรักษาความเร็วเครื่องยนต์ให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • เปิดเครื่องปรับอากาศในระดับที่เหมาะสม โดยเฉพาะเวลาที่ขับในเมือง
  • ปิดหน้าต่างทุกครั้งเมื่อใช้ความเร็วสูงบนทางด่วนหรือทางหลวง เพราะการเปิดกระจกเพียงแค่หนึ่งบานก็ทำให้ใช้น้ำมันมากขึ้นแล้ว
  • ดับเครื่องยนต์ในขณะที่รถหยุดนิ่งหากสภาพการจราจรเอื้ออำนวย เช่น ในสภาพการจราจรที่ติดขัด หรือเวลารอข้ามทางรถไฟ
  • ไม่บรรทุกของหนักเกินความจำเป็น น้ำหนักที่มากจะทำให้ใช้น้ำมันมากขึ้นรวมถึงก่อให้เกิดการปล่อยมลภาวะมากขึ้นด้วยเช่นกัน
    ควรถอดอุปกรณ์เสริมที่ไม่ได้ใช้งาน เช่น ชั้นวางของและตู้ใส่สัมภาระบนหลังคา ซึ่งเป็นตัวเพิ่มแรงต้านอากาศในขณะขับขี่
  • จำกัดการใช้งานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถ เพราะการเสียบใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นการเพิ่มการใช้พลังงานและน้ำมันเชื้อเพลิง

ต้องการเรียนรู้การสร้างความก้าวหน้าในการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืนและเรื่องราวของมิชลินเพิ่มเติมใช่มั้ย?

การเลือกยางของคุณ

  • เลือกยางที่มีคุณสมบัติ "ประหยัดน้ำมัน" เป็นสมรรถนะหลักข้อหนึ่ง
  • ยางที่มีสมรรถนะ "การยึดเกาะถนนที่ดี" อาจลดทอนการประหยัดน้ำมันไปบ้าง ยางสำหรับรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อการบรรทุกหนัก เช่น รถอเนกประสงค์ และรถบรรทุกขนาดเล็ก อาจไม่ได้ช่วยประหยัดน้ำมันเท่าที่ควร

วิธีการเลือกยาง

ต้องการเรียนรู้การสร้างการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืนและเรื่องราวของมิชลินเพิ่มเติมใช่มั้ย?

การขับรถให้ปลอดภัยบนทางหลวงที่ใช้ความเร็วสูง

  • สังเกตป้ายจำกัดความเร็วบนทางหลวงอยู่เสมอ
  • เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวล่วงหน้าก่อนที่จะทำการแซงหรือการเปลี่ยนเลน
  • อย่าเลี้ยวอย่างกระทันหัน เพราะอาจทำให้รถสูญเสียการควบคุมรถและพลิกคว่ำได้
  • หยุดพักเป็นระยะ อย่าฝืนขับรถในขณะที่รู้สึกง่วงหรืออ่อนเพลีย

การขับรถให้ปลอดภัยในยามค่ำคืน

  • ให้เวลาในการปรับสายตาของคุณให้เข้ากับแสงและเงาในเวลากลางคืนก่อนขับรถ
  • ปรับกระจกมองหลังของคุณลงเล็กน้อย เพื่อลดแสงสะท้อนจากไฟหน้าของรถคันหลังที่อาจส่องเข้าตา หรือหากเป็นกระจกที่สามารถตั้งค่าได้ให้ปรับค่ากระจกมองหลังของคุณเป็นแบบใช้ในเวลากลางคืน
  • อย่าจ้องตรงๆ ไปที่ไฟหน้าของรถที่วิ่งสวนมาในทิศทางตรงกันข้าม
  • อย่าขับรถเร็วเกินไป:เวลากลางคืนจะทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลง การมองเห็นถนนข้างหน้าจะทำได้ยากขึ้น

การขับรถให้ปลอดภัยในสภาวะมีหมอก

ทัศนวิสัยในการมองเห็นจะลดลงเมื่อหมอกลง :

  • ให้เปิดไฟต่ำ และไฟตัดหมอก
  • ลดความเร็วลง และงดการแซง
  • ทิ้งระยะห่างรถให้เพียงพอต่อการหยุดรถในกรณีมีเหตุฉุกเฉินด้านหน้า โดยรักษาระยะห่างที่มากพอที่จะทำให้เบรกรถได้อย่างปลอดภัย

การขับรถให้ปลอดภัยในสภาวะกระแสลมแรง

  • ลดความเร็วลง เตรียมตัวให้พร้อมที่จะหยุดรถได้ตลอดเวลา
  • ปิดหน้าต่างทั้งหมด การเปิดหน้าต่างเพียงบานเดียวอาจทำให้สิ่งแปลกปลอมที่พัดมากับลม เช่น ฝุ่น พัดมาเข้าตาจนมีผลต่อการมองเห็นได้
  • ระมัดระวังผู้คนหรือเศษขยะที่อาจถูกกระแสลมพัดลงมาบนถนน
  • ระลึกอยู่เสมอว่าผู้คนตามท้องถนนอาจไม่ได้ยินเสียงแตรของคุณในขณะลมแรงมากๆ
  • หากคุณมีอุปกรณ์เสริมติดพ่วงมากับรถคุณ ควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าได้ถูกติดตั้งไว้อย่างแน่นหนาเพียงพอแล้ว
  • ใช้ความระมัดระวังสูงในการขับรถเข้าไปใกล้ๆ ยานพาหนะที่มีตัวถังหรือมีโครงสร้างสูง โดยเฉพาะเมื่อต้องขับในบริเวณพื้นที่โล่งหรือบนสะพาน

การขับรถให้ปลอดภัยในพื้นที่ภูเขาสูง

ก่อนออกรถ :

  • ตรวจสอบเบรกและทดลองเบรก รวมถึงตรวจเช็คระดับน้ำมันเบรกก่อนการออกเดินทาง
  • พกอุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อใช้ในกรณีที่เบรกของคุณไม่ทำงาน (สำหรับรายการทั้งหมดให้ดูที่ ข้อควรระวังและเหตุที่อาจก่อให้เกิดอันตราย).
  • ตรวจสอบสภาพของยางอะไหล่ของคุณ: โดยเฉพาะแรงดันลมยางที่เหมาะสมต่อการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญมาก
  • สำรองอาหารไปเพิ่มเติม รวมถึงเสื้อผ้าที่เหมาะสม และอุปกรณ์ช่วยเหลือยามฉุกเฉิน
  • ตรวจสอบสภาพอากาศ สภาพถนนในบริเวณพื้นที่ที่คุณกำลังจะไป และเลือกเส้นทางที่เหมาะสมในการเดินทาง
  • บอกคนอื่นๆ อย่างน้อยอีกหนึ่งคนให้ทราบว่าคุณกำลังเดินทางไปที่ไหน เมื่อไหร่ รวมถึงกำหนดกลับ เพื่อหากคุณไม่ได้กลับตามเวลาที่แจ้งไว้ คนๆ นี้จะได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทันท่วงที

ในขณะขับรถ :

  • บีบแตรล่วงหน้าเพื่อเตือนรถที่สวนทางมา หากคุณมองไม่เห็นทางข้างหน้าในขณะเข้าโค้ง
  • ขับรถอย่างระมัดระวังและชะลอรถในขณะเลี้ยว โดยเฉพาะเมื่อคุณไม่สามารถมองเห็นทางข้างหน้า
  • ห้ามเร่งความเร็วหรือแซงบนโค้งหักศอกที่คุณมองไม่เห็นรถที่สวนมาโดยเด็ดขาด

การขับรถให้ปลอดภัยในสภาวะโคลน

วิธีง่ายๆ ที่จะตัดสินว่าคุณสามารถลุยผ่านโคลนจุดนี้ไปได้หรือไม่

  • เมื่อมีโคลนหนักอยู่บนถนน หรือหากคุณกำลังขับรถบนทางออฟโรด ให้ทำการหยุดรถเพื่อสำรวจความแข็งและความลึกของโคลนก่อนที่จะขับรถผ่าน
  • สังเกตรอยยางของรถคันอื่นๆ ก่อนหน้า เพื่อใช้ประเมินความลึกและความหนาแน่นของโคลน
  • สังเกตดูว่ารถที่ขับผ่านไปก่อนหน้าเป็นรถประเภทใด โดยดูจากขนาดและความกว้างของรอยล้อที่ทิ้งไว้บนโคลน ใช้ข้อมูลนี้ประกอบการตัดสินใจ ว่าคุณสามารถผ่านโคลนจุดนี้ไปได้หรือไม่

ความเหนื่อยล้า

  • ส่งผลต่อการมองเห็น ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการประเมินความเสี่ยงของสถานการณ์ต่างๆ ลดลง
  • ทำให้สมาธิในการขับขี่ลดลง และตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ได้ช้าลงกว่าปกติ
  • ความสามารถในการได้ยินลดน้อยลง

วิธีป้องกันการเหนื่อยล้าจากการขับรถ :

  • ควรหลีกเลี่ยงการขับรถในเวลากลางคืน
  • ควรหยุดพักอย่างน้อย 15 นาทีหลังการขับรถทุกสองช้่วโมง และทำการยืดเส้นยืดสายเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้า
  • อย่ารับประทานอาหารมากเกินไป
  • อย่าจ้องเส้นกลางของถนนตลอดเวลา
  • ปรับการระบายอากาศและอุณหภูมิให้อยู่ในระดับที่รู้สึกสบาย

เมื่อร่างกายอยู่ในสภาวะไม่สมบูรณ์

อาการเจ็บป่วยและยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการขับขี่ของคุณ

  • สมาธิในการขับขี่บนท้องถนนของคุณจะลดลงอย่างชัดเจน เมื่อคุณมีอาการเจ็บป่วยทางร่างกายหรือสภาพจิตใจ
  • หากต้องรับประทานยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรถึงผลข้างเคียง เพราะยาที่ใช้อาจส่งผลต่อความสามารถในการขับขี่ได้

อย่าขับรถหากอยู่ในขณะมึนเมา

  • อย่าดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ และระมัดระวังไม่ขับรถเมื่อดื่มแอลกอฮอล์ในระดับที่เกินกฎหมายกำหนด (ซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ)
  • หากมีการสังสรรค์กันเป็นกลุ่ม ควรให้คนที่ไม่เมาเป็นผู้ขับ หรือใช้บริการแท็กซี่สาธารณะ
  • แม้ผ่านไปหนึ่งวันหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ ระดับแอลกอฮอล์ของคุณก็อาจยังไม่ผ่านเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

คำแนะนำทั่วไปเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

  • ระงับสติอารมณ์ และความตระหนกตกใจ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ดี มีเหตุผลมากขึ้น
  • บังคับพวงมาลัยให้ล้อตั้งตรงก่อนหยุดรถ: ถ้าเป็นไปได้พยายามหยุดรถให้อยู่ในแนวเส้นตรง
  • หากเกิดเหตุฉุกเฉินในขณะที่คุณกำลังขับรถด้วยความเร็วสูง ให้หลีกเลี่ยงการหักเลี้ยวหลบแบบกระทันหัน เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่ควรเกิดจากอาการรถลื่นไถลไปชนสิ่งอื่นหรือพลิกคว่ำได้
  • คุณจะสามารถบังคับทิศทางของรถได้ง่ายกว่าบนความเร็วต่ำๆ รวมถึงลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากมีการปะทะเฉี่ยวชน ดังนั้น พยายามขับรถให้ช้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุได้ สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรคำนึงถึงเป็นสิ่งแรก คือ ความปลอดภัยชีวิตของคุณและเพื่อนร่วมทาง
  • เปิดไฟฉุกเฉินของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีหมายเลขเบอร์โทรฉุกเฉินและหมายเลขประกันภัยอยู่กับตัวตลอดเวลา

วิธีการกลับมาควบคุมพวงมาลัยให้ได้อีกครั้ง

  • ค่อยๆ ผ่อนคันเร่ง
  • บังคับพวงมาลัยไปในทิศทางเดียวกับที่ด้านหลังรถกำลังลื่นไถลไป
  • ห้ามใช้เบรกมือเมื่อความเร็วอยู่ในระดับที่สูงมาก
  • เปลี่ยนไปใช้เกียร์ต่ำอย่างรวดเร็วและทำการผ่อนเครื่องยนต์
  • เปิดไฟฉุกเฉินของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • จอดรถในจุดที่ปลอดภัย และตั้งป้ายหรือทำสัญญาณเตือนรถคันอื่น
  • ดึงเบรกมือขึ้นทุกครั้ง

เมื่อเบรกไม่ทำงาน

  • จับพวงมาลัยให้มั่นคง
  • หากเบรกไม่ทำงานก่อนที่จะทำการเลี้ยว ให้ลองควบคุมทิศทางก่อนเป็นอันดับแรก
  • จากนั้นลองลดความเร็วลง: ลดเกียร์ลงทีละสเตปเพื่อให้ความเร็วค่อยๆ ลดลง
  • สามารถใช้เบรกมือเพื่อช่วยหยุดรถถ้าความเร็วอยู่ต่ำกว่า 32 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
  • เปิดไฟฉุกเฉินของคุณให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • ใช้ที่กั้นหรือสิ่งกีดขวางเพื่อช่วยหยุดรถ
  • หากเบรกไม่ทำงานเมื่อกำลังขึ้นทางชัน ให้เปลี่ยนไปใช้เกียร์ต่ำอย่างรวดเร็ว และใช้เบรกมือช่วยในการหยุดรถ
  • ถ้าเป็นไปได้ ให้นำรถเข้าไปจอดในเลนฉุกเฉิน หรือบนไหล่ทาง หากไม่มีให้พยายามนำรถออกห่างจากถนนที่มีการใช้ความเร็วสูง

วิธีการหลีกเลี่ยง:

  • ทดสอบเบรกก่อนการเดินทางของคุณ
  • ทดสอบเบรกของคุณทุกครั้งเมื่อมีการลงเนินครั้งแรก หรือเมื่อคุณขับรถผ่านจุดที่มีน้ำท่วมขัง

ยางรั่ว

หมายเหตุสำหรับวิดีโอ :คลิปวีดีโอนี้ถูกถ่ายทำโดยทีมงานมืออาชีพ โดยผู้ขับขี่มืออาชีพ พร้อมอุปกรณ์ทดสอบการระเบิดของยาง

  • เสียงดังจากอาการยางรั่วอาจทำให้คุณตกใจ แต่คุณต้องพยายามระงับสติอารมณ์ให้ได้
  • จับพวงมาลัยด้วยมือทั้งสองข้างให้มั่นคงเสมอ เพราะนี่เป็นสิ่งที่จะช่วยชีวิตคุณได้หากยางเกิดการรั่วโดยฉับพลัน
  • อย่ารีบเหยียบเบรกโดยทันที ให้คงเท้าไว้ที่คันเร่ง
  • ควบคุมทิศทางของรถให้ตรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • เปลี่ยนไปใช้เกียร์ต่ำอย่างรวดเร็ว และผ่อนเครื่องยนต์เพื่อลดความเร็วลง
  • ค่อยๆ เบรกอย่างช้าๆ เพื่อชะลอความเร็วลง
  • นำรถไปหยุดในจุดที่ปลอดภัย

สิ่งที่ควรมีติดไว้ในรถ

  • อุปกรณ์วัดแรงดันลมยาง
  • ยางอะไหล่และแม่แรง
  • น้ำมันเครื่อง (ประเภทที่เหมาะกับรถของคุณ)
  • สายจั๊มพ์ไฟ
  • ไฟฉาย
  • ป้ายสัญญาณหรือไฟฉุกเฉินเมื่อต้องจอดข้างทาง
  • ผ้าห่มและถุงมือ
  • ชุดปฐมพยาบาล
  • น้ำ อาหารว่างและอาหารแห้ง