กิจกรรม
ล่าสุดของคุณ
!

ยินดีต้อนรับสู่เครื่องมือที่เก็บประวัติการใช้งานของคุณ

เราได้บันทึกข้อมูลที่สำคัญจากการค้นหาก่อนหน้านี้ของคุณเพื่อทำให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้น

???private_mode_title???

???private_mode_text???

ยางรถยนต์ที่ถูกเรียกดูล่าสุด

ตัวแทนจำหน่ายที่ถูกเรียกดูล่าสุด

การค้นหาครั้งล่าสุด

มอเตอร์สปอร์ต

ผู้ที่ทรหดที่สุดคือผู้ชนะ

การแข่งขันสุดทรหดอย่าง Le Mans เป็นบททดสอบสุดโหดที่จะพิสูจน์หัวใจนักขับของคุณในการพารถคู่ใจผ่านบททดสอบนี้ไปให้ได้การแข่งขันนี้ยังเป็นเสมือนห้องทดลองค้นคว้าวิจัยและพัฒนาชั้นเยี่ยม ที่ใช้ทดสอบความอึดของยาง ทำให้เราเห็นช่องทางในการพัฒนายางของเราอย่างต่อเนื่อง

Le Mans: ที่สุดแห่งมอเตอร์สปอร์ตพันธุ์ทรหด

24 Hours of Le Mans เป็นการแข่งขันที่เป็นโดดเด่นและน่าทึ่ง ถูกจัดขึ้นมาตั้งแต่ปี 1923 ที่ Le Mans ประเทศฝรั่งเศส นั่นทำให้รายการนี้เป็นการแข่งขันที่เก่าแก่ที่สุดและขึ้นชื่อมากที่สุดของโลกในด้านความโหด รวมถึงเป็นต้นแบบของการแข่งขันในรูปแบบ 24 ชั่วโมงอื่นๆ อีกหลายรายการ นอกเหนือความเป็นตำนานที่เล่ามา Le Mans ยังเป็นสถานที่จัดมอเตอร์สปอร์ตรายการดังๆ อื่น รวมทั้งงานสำคัญของมิชลินด้วยเช่นกัน ยางมิชลินได้รับชัยชนะในการแข่งขันตั้งแต่ครั้งแรกในปี 1923 และล่าสุดในปีนี้ชัยชนะก็ตกเป็นของมิชลินอีกครั้ง ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 18 ติดต่อกันตั้งแต่ปี 1998

Patrick Demsey นักแข่ง Porsche รุ่น LM GTE Am class ได้กล่าวเกี่ยวกับเสน่ห์และความน่าสนใจของ Le Mans ไว้ดังนี้

กับความทุ่มเทตลอดทั้งปี

การแข่งขันรายการนี้มีความยิ่งใหญ่และต้องอาศัยความอดทนทุ่มเททั้งกายและใจตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง แต่สำหรับมิชลินมันไม่ใช่ภารกิจแค่เพียง 24 ชั่วโมง แต่เราใช้เวลาทั้งปี

เพราะสนามแข่งได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ความเร็วสูงและยาวถึง 13 กิโลเมตร โดย 85% ของสนามเป็นถนนสาธารณะที่เปิดใช้สัญจรตามปกติ ความต้องการการยึดเกาะในแต่ละสภาพถนนจึงมีความแตกต่างกันสูง ซึ่งถือเป็นการทดสอบความสามารถรอบด้านและความยืดหยุ่นของเทคโนโลยีรถและยางได้เป็นอย่างดี สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่นักแข่งต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็น พื้นเปียก พื้นแห้ง และอากาศร้อน ยางรถยนต์จึงต้องรวมหลากหลายสมรรถนะที่ไม่น่าเชื่อว่าจะรวมกันได้ไว้ในยางเส้นเดียว เพื่อพร้อมรับมือกับความเร็วมากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสภาวะที่แปรปรวนอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้การได้แชมป์รายการ Le Mans เป็นสิ่งที่ยากมาก และเป็นบททดสอบชั้นยอดสำหรับแนวคิด MICHELIN Total Performance ของเรา หากยางของเราสามารถผ่าน Le Mans ได้ นั่นหมายถึงยางเราสามารถรับมือกับอะไรก็ได้ในโลกนี้

"วินาทีที่รถยนต์แตะเส้นชัย นั่นหมายถึงการวิเคราะห์และพัฒนายางเพื่อการแข่งในปีต่อไปได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว"

- Serge Grisin จากมิชลินมอเตอร์สปอร์ต

ผลการแข่งขัน Le Mans 2014

การแข่งขันในปี 2014 ผู้ชนะคือ #2 Audi-Michelin #2 crew Fässler, Lotterer และ Tréluyer กับรถ Audi R18 e-tron quattro ซึ่งเป็นรถไฮบริดคันแรกที่คว้าชัยในการแข่งขัน Le Mans ได้ บรรยากาศในงานนำมาซึ่งความประทับใจและความปลาบปลื้มยินดีของทีมงานเป็นอย่างมาก

ชัยชนะของมิชลินที่ Le Mans :

  • คว้าชัยอีกครั้งในปี 2014

    Tréluyer/Fassler/Lotterer

    Audi R18 e-tron quattro

  • 2013

    Kristensen/McNish/Duval

    การแข่งขันรายการนี้มีความยิ่งใหญ่และต้องอาศัยความอดทนทุ่มเททั้งกายและใจตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง แต่สำหรับมิชลินมันไม่ใช่ภารกิจแค่เพียง 24 ชั่วโมง แต่เราใช้เวลาทั้งปี

    เพราะสนามแข่งได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ความเร็วสูงและยาวถึง 13 กิโลเมตร โดย 85% ของสนามเป็นถนนสาธารณะที่เปิดใช้สัญจรตามปกติ ความต้องการการยึดเกาะในแต่ละสภาพถนนจึงมีความแตกต่างกันสูง ซึ่งถือเป็นการทดสอบความสามารถรอบด้านและความยืดหยุ่นของเทคโนโลยีรถและยางได้เป็นอย่างดี สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วยังเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่นักแข่งต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็น พื้นเปียก พื้นแห้ง และอากาศร้อน ยางรถยนต์จึงต้องรวมหลากหลายสมรรถนะที่ไม่น่าเชื่อว่าจะรวมกันได้ไว้ในยางเส้นเดียว เพื่อพร้อมรับมือกับความเร็วมากกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสภาวะที่แปรปรวนอื่นๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้การได้แชมป์รายการ Le Mans เป็นสิ่งที่ยากมาก และเป็นบททดสอบชั้นยอดสำหรับแนวคิด MICHELIN Total Performance ของเรา หากยางของเราสามารถผ่าน Le Mans ได้ นั่นหมายถึงยางเราสามารถรับมือกับอะไรก็ได้ในโลกนี้

  • 2012

    Tréluyer/Fassler/Lotterer

    Audi R18 e-tron quattro

  • 2011

    Tréluyer/Fassler/Lotterer

    Audi R18 TDi

  • 2010

    Dumas/Bernhard/Rockenfeller

    Audi R15 TDi

  • 2009

    Brabham/Gené/Wurz

    Peugeot 908 HDi FAP

  • 2008

    Capello/Kristensen/McNish

    Audi R10 TDi

  • 2007

    Biela/Pirro/Werner

    Audi R10 TDi

  • 2006

    Biela/Pirro/Werner

    Audi R10 TDi

  • 2005

    Kristensen/Lehto/Werner

    Audi R8

  • 2004

    Kristensen/Ara/Capello

    Audi R8

  • 2003

    Kristensen/Capello/Smith

    Bentley Speed 8

  • 2002

    Biela/Kristensen/Pirro

    Audi R8

  • 2001

    Biela/Kristensen/Pirro

    Audi R8

  • 2000

    Biela/Kristensen/Pirro

    Audi R8

  • 1999

    Winkelhock/Martini/Dalmas

    BMW V12 LMR

  • 1998

    McNish/Aïello/Ortelli

    Porsche 911 GT1

  • 1995

    Dalmas/Lehto/Sekiya

    McLaren F1 GTR

  • 1993

    Brabham/Bouchut/Hélary

    Peugeot 905

  • 1992

    Warwick/Dalmas/Blundell

    Peugeot 905

  • 1989

    Mass/Dickens/Reuter

    Sauber C9-Mercedes-Benz

  • 1978

    Pironi/Jaussaud

    Renault-Alpine A442b

  • 1923

    Lagache/Léonard

    Chenard & Walcker Sport

โดดเด่นเต็มสมรรถนะในทุกเส้นทางด้วยยางมิชลิน ไพลอต สปอร์ต

อะไรที่ทำให้เรามีข้อได้เปรียบ

MICHELIN Total Performance เพื่อยางที่ไปได้เร็วกว่าพร้อมอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าของคุณ