ต้องเปลี่ยนยางใหม่?

ฉันควรเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อใด?

ยางมีอายุการใช้งานนานเท่าใด?

car edito 6 3 tip1 keep five help and advice

อะไรคือหลักพื้นฐาน?

ไม่มีทางบอกได้อย่างแม่นยำว่ายางมีอายุการใช้งานนานเท่าใด อายุการใช้งานและระยะทางวิ่งของยางขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่ การออกแบบ รูปแบบการขับขี่ สภาพภูมิอากาศ สภาพถนน และการดูแลรักษายาง

ช่วงเวลาสำคัญและเคล็ดลับ:

1- ห้าปี

หลังผ่านการใช้งานมาห้าปีหรือมากกว่า ยางควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อยปีละครั้ง

2- สูงสุดสิบปี


หากไม่ได้เปลี่ยนยางเลยภายใน 10 ปีนับจากวันที่ผลิต เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น มิชลินขอแนะนำให้เปลี่ยนยางใหม่ แม้ว่าจะดูเหมือนอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้และยางยังไม่สึกจนถึงตัวบอกการสึกของหน้ายาง วิธีนี้ใช้กับยางอะไหล่เช่นกัน

3- การดูแลที่เหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานของยาง


หากคุณดูแลความดันลมยาง การสึกของดอกยาง การตั้งศูนย์ และการบำรุงรักษาอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี ยางจะใช้งานได้อย่างยาวนานขึ้น ดู เคล็ดลับการดูแลรักษาตามกำหนด

สำหรับยางเดิมที่มาจากโรงงาน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการเปลี่ยนยางของผู้ผลิตรถ

วิธีตรวจสอบวันที่ผลิต

มองหาหมายเลข DOT ที่แก้มยาง

เรียนรู้วิธีตรวจสอบวันที่ผลิตยางด้วยรหัส DOT

ยางเสียหายจากอะไร?

ปัจจัยทางกายภาพ:

  • อายุ
  • การสึกหรอและความเสียหาย


สภาพถนน:

  • หลุมบ่อ สิ่งกีดขวาง ขอบถนน วัตถุแหลมคม การกระแทกด้วยความเร็ว

car edito 6 3 tip4 what damages tires help and advice

สภาพอากาศ:

  • อุณหภูมิที่สูงมาก
  • ฝน หิมะ และน้ำแข็ง
  • น้ำมัน จาระบี และสารเคมีอื่นๆ
  • แสงแดดจัดและโอโซน


ลักษณะการขับขี่:

  • การใช้ความเร็วสูง
  • การออกตัวอย่างรวดเร็วและเบรกกะทันหัน
  • การขับขี่บนถนนที่เสียหาย
  • ไม่สังเกตความผิดปกติในการควบคุมรถ เสียง หรือการสั่นสะเทือน
  • ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อพบความผิดปกติ


การใช้งานที่ไม่เหมาะสม:

  • ใช้ยางฤดูร้อนบนหิมะและน้ำแข็ง
  • การใช้ยางต่างชนิดกัน
  • ใช้ล้อและขอบล้อที่มีขนาดที่เข้ากันไม่ได้
  • การใช้ยางที่มีดัชนีความเร็วและดัชนีการบรรทุกน้ำหนักต่ำกว่าค่าที่ผู้ผลิตรถกำหนด
  • การนำยางที่ผ่านการวิ่งขณะยางแบนหรือมีความดันลมยางต่ำมากมาเติมลมแล้วใช้ต่อ
  • ใช้ยางอะไหล่ที่มีขนาดแตกต่างกันด้วยความเร็วเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

car edito 6 3 tip5 is my tire worn out help and advice

ฉันจำเป็นต้องเปลี่ยนตอนนี้หรือไม่?

เราขอแนะนำให้คุณเปลี่ยนยางหาก:

  • ดอกยางสึกเกินระดับความลึกดอกยางที่แนะนำ
  • แก้มยางเสียหาย
  • มีหลุมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 6 มม. ในดอกยาง
  • ขอบยางเกิดความเสียหายหรือเสียรูป (ขอบยางคือขอบของยางที่อยู่บนล้อ)

1- ตรวจสอบยางของคุณอย่างสม่ำเสมอและมองหา:

  • การสึกหรอของดอกยางที่ไม่สม่ำเสมอ
  • ดอกยางตื้น
  • วัสดุที่ทำให้ยางเสียหาย (หิน ตะปู ฯลฯ)
  • บริเวณที่เสียหาย
  • ฝาครอบวาล์วที่เสียหาย
  •  

2- ใส่ใจกับ "ความรู้สึก" ที่รับรู้จากยางขณะขับขี่

  • การขับขี่ที่พบอาการสั่นอาจบ่งบอกถึงความเสียหายของยางหรือการสึกหรอที่มากเกินไป
  • หากคุณสังเกตเห็นการสั่นสะเทือนหรือความผิดปกติอื่นๆ ขณะขับขี่ ให้ลดความเร็วโดยทันที ขับรถด้วยความระมัดระวังจนกว่าคุณจะสามารถออกจากถนนและหยุดรถเพื่อตรวจสอบยางของคุณได้อย่างปลอดภัย
  • หากยางเสียหาย ให้ระบายลมออกและเปลี่ยนเอายางอะไหล่ใส่แทน แต่ถ้าคุณไม่พบความเสียหายใดๆ ของยาง หรือไม่สามารถระบุแหล่งที่มาของการสั่นสะเทือนได้ ให้นำรถไปที่ตัวแทนจำหน่ายยางเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด
  •  

3- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

  • หากคุณพบบางสิ่งที่ไม่แน่ใจในระหว่างการตรวจสอบยาง ให้เข้ารับการตรวจสอบที่ตัวแทนจำหน่ายยางของคุณเพื่อระบุปัญหาที่ชัดเจน

ฉันจะตรวจสอบยางของฉันได้อย่างไร?

1- ตรวจสอบความดันลมยาง

  • สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและป้องกันปัญหาได้มากมาย
  • ตรวจสอบเดือนละครั้ง

ดูที่ความดันลมยาง: ฉันควรรู้อะไรบ้าง?

car edito 6 3 tip6 how do i inspect help and advice

2- ตรวจสอบการสึกหรอของดอกยางโดยใช้วิธีใดวิธีหนึ่งต่อไปนี้:

  • ใช้เครื่องวัดความลึกดอกยาง
  • ดูตัวบอกการสึกของหน้ายาง

วิธีตรวจสอบว่าคุณมีดอกยางเหลือเพียงพอหรือไม่

3- ตรวจสอบการสึกหรอและความเสียหายของยาง

  • ตรวจสอบรอยรั่วหรือรอยกระแทกบนแก้มยาง และดูว่าดอกยางมีการสึกอย่างสม่ำเสมอหรือไม่
  • รับรู้ความรู้สึกที่ผิดปกติในการควบคุมหรือการบังคับเลี้ยว
     

ฉันควรตรวจสอบยางเมื่อใด?

  • เดือนละครั้ง
  • ก่อนที่คุณจะเดินทางไกล


ขั้นตอนถัดไป :

  • รอยเจาะ รอยตัด หรือการเสียรูปที่มองเห็นได้ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญด้านยาง
  • เฉพาะผู้เชี่ยวชาญด้านยางเท่านั้นที่จะสามารถบอกได้ว่ายางของคุณสามารถซ่อมได้ หรือต้องเปลี่ยนยางใหม่

ข้อกำหนดเงื่อนไขการจำหน่าย

บริษัท สยามมิชลิน จำกัด (“มิชลิน”) ออกข้อกำหนดเงื่อนไขการจำหน่าย (”ข้อกำหนดฯ”) ดังต้อไปนี้ใช้บังคับกับผู้แทนจำหน่าย คู่ค้า และลูกค้าทุกราย (“ลูกค้า”) ที่ซื้อสินค้าจากมิชลินเพื่อนำไปขายและจำหน่ายในประเทศไทยหรือส่งออกต่างประเทศทุกกรณี ข้อกำหนดฯ นี้เป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการซื้อขายสินค้าของมิชลินทุกครั้งและทุกธุรกรรม

  • ห้ามการซื้อขายกับประเทศหรือบุคคลต้องห้าม

ลูกค้าตกลงปฏิบัติตามข้อกำหนดฯ ที่อาจมีค่าบังคับสูงกว่าข้อจำกัดทางการค้าต่างๆ ที่ระบุในเอกสารนี้ ข้อกำหนดฯ นี้จัดทำขึ้นบนพื้นฐานของการต่างตอบแทนทางการค้าและกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ป้องกันการฟอกเงิน ต่อต้านการทุจริต ต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่กลุ่มก่อการร้าย ข้อกำหนดฯ นี้ใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายเป็นอะไหล่หรือใช้ประกอบเข้ากับผลิตภัณฑ์อื่น เช่น รถยนต์ หรือเครื่องบิน ฯลฯ และในวันที่ออกใบสั่งซื้อสินค้า ใบแจ้งหนี้ หรือใบกำกับภาษี/ใบวางบิล รายชื่อประเทศที่มิชลินปฎิเสธและต้องห้ามไม่ทำธุรกรรมทางการค้าและซื้อสินค้าด้วย ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งเป็นการส่งผ่านสินค้าข้ามแดน คือ คิวบา อิหร่าน ซีเรีย ทั้งนี้ รายชื่อประเทศต้องห้ามทำธุรกรรมสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามที่มิชลินจะกำหนดและแจ้งให้ลูกค้าทราบเป็นระยะ

  • ข้อจำกัดการทำการค้าระหว่างประเทศ

ลูกค้าตกลงจะปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวกับการจัดส่ง ขาย โอน ส่งออก หรือส่งต่อผลิตภัณฑ์ รวมถึง การคว่ำบาตร ไม่ว่ากับประเทศใดประเทศหนึ่ง อุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และการควบคุมการส่งออก (รวมถึงยุทธภัณฑ์หรือสินค้าทั่วไปที่สามารถใช้หรือดัดแปลงเป็นยุทธภัณฑ์ได้) ซึ่งต่อไปในที่นี้เรียกว่า “ข้อจำกัดทางการค้าฯ”) เพื่อความชัดเจน กฎหมายและกฎระเบียบในที่นี้หมายรวมถึงกฎหมายและระเบียบที่องค์การสหประชาชาติ สหภาพยุโรป องค์การว่าด้วยความร่วมมือและความมั่นคงในยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาเป็นผู้กำหนด

ลูกค้าจะต้องไม่ทำการใดๆ ที่ก่อความเสี่ยงกับมิชลิน (ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม) ที่จะตกเป็นผู้กระทำการละเมิดกฎหมายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวกับข้อจำกัดทางการค้าฯ นอกจากนี้ ลูกค้าตกลงจะไม่จำหน่าย จ่ายโอน ส่งออก ส่งต่อ เสนอขายหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มิชลินผลิตหรือจำหน่ายในลักษณะใดๆ เพื่อหลบหลีก หลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางการค้าฯ ข้างต้น

หากมิชลินมีเหตุให้ควรสงสัยว่าผลิตภัณฑ์ที่จัดส่งให้ลูกค้าอาจถูกนำไปใช้หรือจำหน่ายผิดจากข้อกำหนดฯ นี้ หรือถูกส่งออกไปยังประเทศหรือบุคคลที่อยู่ในรายชื่อต้องห้ามทำการค้า หรือเพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ที่ต้องห้ามหรือจำกัดในทางศุลกากร มิชลินมีสิทธิดำเนินการดังต่อไปนี้

  • หยุดส่ง ขายหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์มิชลินให้หรือหยุดการดำเนินการต่างๆ ที่ระบุในสัญญา
  • ขอให้ลูกค้าส่งเอกสารหลักฐานต่างๆ เช่น ใบอนุญาต หนังสือรับรองจากผู้รับสินค้าปลายทางว่าเป็นผู้ใช้งานสินค้าที่สั่งซื้อ เอกสารแสดงการขนส่งระหว่างประเทศ หรือเอกสารทางการค้าต่างๆ เพื่อยืนยันตัวผู้ใช้งานสินค้าว่าไม่ต้องเป็นผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อต้องห้าม
  • ดำเนินมาตรการใดที่จำเป็นทางการค้ากับลูกค้าและนิติสัมพันธ์

ลูกค้ารับรองว่าในวันที่ลงนามในสัญญาฯ ลูกค้าหรือบริษัทในเครือรวมถึงกรรมการ ไม่ได้เป็นผู้มีรายชื่ออยู่ในบัญชีต้องห้าม และจะแจ้งให้มิชลินทราบทันทีหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ลูกค้ารับรองและรับประกันว่าจะชดใช้หรือจ่ายค่าเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นกับมิชลินรวมถึงค่าธรรมเนียมวิชาชีพทนายความสำหรับคดีความ การเรียกร้อง ฟ้องร้องที่บุคคลที่สามฟ้องหรือกล่าวหามิชลินว่าทำผิดข้อจำกัดทางการค้าฯ หรือข้อกำหนดฯ ของกลุ่มบริษัทมิชลิน ซึ่งลูกค้าบริษัทในเครือ ตัวแทน หรือคู่สัญญาของลูกค้าเป็นผู้ละเมิดและส่งผลถึงมิชลิน

*บุคคลต้องห้าม หมายถึง บุคคลธรรมดา องค์กร หรือ นิติบุคคลที่ ก. มีรายชื่อระบุในข้อจำกัดทางการค้าฯ ข. องค์กร หรือนิติบุคคลที่บุคคลที่มีชื่อใน ก. เป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ควบคุม หรือ ค. บุคคลที่มีชื่อใน ก. เป็นผู้กระทำการแทนหรือเพื่อประโยชน์ขององค์กรหรือนิติบุคคลนั้นๆ

คุณกำลังใช้งานเบราว์เซอร์เวอร์ชั่นที่ไม่รองรับการทำงานของเว็บไซด์
คุณกำลังใช้งานเบราว์เซอร์เวอร์ชั่นที่ไม่รองรับการทำงานของเว็บไซด์ซึ่งอาจส่งผลกระทบจากใช้งานในบางส่วน กรุณาเลือกใช้เบราว์เซอร์หรืออัพเกรดเบราว์เซอร์ให้ตรงกับรายการข้างล่างเพื่อประโยชน์สูงสุดในการเยี่ยมชมเว็บไซด์