social development background

มิชลินประเทศไทย

มิชลินประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1987 ประกอบด้วยโรงงานผลิตยางรถยนต์ 3 แห่ง และโรงงานผลิตเส้นลวด 1 แห่ง ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท สยามมิชลิน จำกัด บริษัท ยางสยามพระประแดง จำกัด และ บริษัท มิชลิน รีเสิร์ท เอเซีย (ประเทศไทย) จำกัด มีพนักงานรวมกว่า 6,700 คน

มิชลินให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการสัญจรอย่างยั่งยืน ศูนย์เทคโนโลยี และโรงงานผลิตของมิชลินทั่วโลก ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลของยางในคุณสมบัติหลัก 3 ประการ ได้แก่ ความปลอดภัย การประหยัดน้ำมัน และอายุการใช้งานที่ยาวนานสำหรับรถทุกประเภท เพื่อให้ได้ยางที่มีคุณสมบัติครบถ้วน โดยไม่สูญเสียสมรรถนะด้านใดด้านหนึ่งไป

ช่องทางการจัดจำหน่ายและเครือข่ายศูนย์บริการ

มิชลิน นำเสนอสินค้า และศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมด้วยการบริการระดับคุณภาพอย่างครบวงจรและเป็นมืออาชีพ ครอบคลุมเครือข่ายทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้า ซึ่งความพึงพอใจของลูกค้า เป็นความปราถนาสูงสุดของมิชลิน

ในต้นปี 2009 ศูนย์บริการครบวงจรไทร์พลัส (TYREPLUS) สำหรับรถยนต์นั่งและรถปิคอัพ มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ

ด้วยเจตนารมย์อันแน่วแน่ของมิชลิน ที่จะสร้าง “ การสัญจรอย่างยั่งยืน ” ให้เกิดแก่ประชาคมโลก มิชลินในประเทศไทยจึงได้มุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยี และยังมุ่งสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์พลังงาน เพื่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า รวมถึงการรณรงค์ลดอุบัติเหตุทั้งบนถนน และภายในสถานที่ทำงานทั้งนี้เพื่อสร้างความปลอดภัยสูงสุดให้กับชุมชน และพนักงานของบริษัทฯ

มิชลิน ประเทศไทย ได้ดำเนินกิจกรรมด้านสังคมเพื่อการสัญจรที่ดีกว่าอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง เช่น

โครงการประกวดวาดภาพกับมิชลิน : ปี ค.ศ.1992

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงานให้กับเยาวชนไทย ผ่านการสร้างสรรค์ด้วย

จิตนาการและความคิดในรูปแบบงานศิลปะ

โครงการสนามเด็กเล่นจากยางใช้แล้วจากมิชลิน : ปี ค.ศ. 2001

มุ่งสร้างจิตสำนึกลดใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยการนำวัสดุเหลือใช้มาประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ (Reuse campaign) โดยในปี 2001 มิชลินได้เริ่มนำยางรถยนต์ใช้แล้วมาประยุกต์เป็นสนามเด็กเล่นสำหรับเด็ก อาทิ กระดานหกนั่ง, กระดานหกยืน, ชิงช้า, สะพานโซ่ และอุโมงค์ยาง เป็นต้น

โดยหวังให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้และสัมผัสถึงคุณค่าของการนำวัสดุเหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งวิธีในการลดใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าอย่างยั่งยืน

ตลอดระยะเวลา 11 ปี ที่ผ่านมา มิชลินได้มอบสนามเด็กเล่นจากยางใช้แล้วให้กับโรงเรียน ชุมชน และสวนสาธารณะทั่วประเทศ รวมกว่า 350 ชุด

โครงการ ห้องเรียนมหัศจรรย์ “ลดใช้พลังงาน ลดปัญหาโลกร้อน” (Global Warming Learning Center) : ปี ค.ศ. 2008

มิชลิน ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนไทยกับห้องเรียนมหัศจรรย์รักษ์สิ่งแวดล้อม “ลดใช้พลังงาน ลดปัญหาโลกร้อน” ณ อาคารจักรวาล พิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม และปลูกฝังแนวคิดการลดใช้พลังงาน พร้อมส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาภาวะโลกร้อนที่กำลังวิกฤติอยู่ในปัจจุบัน ทั้งนี้เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมต่อไป

ชุดนิทรรศการในห้องเรียนเพื่อการสัญจรที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย

1) วางแผนก่อนเดินทาง เพราะจะช่วยประหยัดน้ำมัน ลดการปล่อยก๊าซคอร์บอนไดออกไซด์ 

2) ขณะขับรถ ต้องรู้ว่าขับรถอย่างไรให้ประหยัดน้ำมัน และช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม 

3) ต้องหมั่นตรวจเช็คเครื่องยนต์อย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ 

4) ไม่ควรบรรทุกสิ่งของหรือสัมภาระเกินความจำเป็น เพราะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน

5) หมั่นตรวจสอบความดันลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมช่วยลดการใช้น้ำมันได้

โครงการ รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยกับมิชลิน Michelin Safe on the Road : ปี ค.ศ. 1992

โครงการขับขี่ปลอดภัยกับยางมิชลินเริ่มต้นในปี 1992 โดยจัดอบรมด้านการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ทั่วไป และฝึกภาคปฎิบัติให้กับ

ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังจัดตั้งหน่วยบริการตรวจเช็คลมยางร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่สนใจ เช่น กรมตำรวจทางหลวง กรมขนส่งทางบก ธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

ต่อมาในปี 2006 มิชลินได้ริเริ่ม โครงการ Michelin Safe on the Road ขึ้น เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุเพื่อความปลอดภัยสูงสุดบนท้องถนน โดยมิชลิน ได้ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิเมาไม่ขับ และบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างจิตสำนึกและปรับพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย

โครงการดังกล่าวได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนกิจกรรม ได้แก่ 

1.การให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน การดูแลรักษายาง การเติมลมยางอย่างถูกต้องและเหมาะสม โดยทีมงานมิชลิน

2.การให้บริการตรวจเช็คความดันลมยาง โดยหน่วยบริการ Michelin Safe on the Road ณ สถานีบริการน้ำมันที่เข้าร่วมโครงการ และร้านผู้แทนจำหน่ายยางมิชลิน และศูนย์บริการรถยนต์ไทร์พลัสที่เข้าร่วมโครงการ

ในเดือนมีนาคม 2564  มิชลินมีกำหนดเปิดตัว ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (MICHELIN e•primacy)
ยางรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับรถยนต์นั่งที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ใช้ระบบไฮบริดหรือระบบไฟฟ้า ในตลาดยุโรป โดยเป็นผลิตภัณฑ์ยางเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสำคัญในอุตสาหกรรมยางล้อ ทั้งยังตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มมิชลินในเรื่องการสัญจรอย่างยั่งยืน

สกอตต์ คลาร์ก (Scott Clark) ผู้อำนวยการทีมบริหารธุรกิจฝ่ายผลิตภัณฑ์ยางสำหรับยานยนต์
มอเตอร์สปอร์ต และประสบการณ์พิเศษ ประจำภาคพื้นอเมริกา ซึ่งรั้งตำแหน่งกรรมการบริหาร
กลุ่มมิชลินด้วย เปิดเผยว่า “เราได้ระดมสรรพกำลังด้านนวัตกรรมเพื่อออกแบบยางที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและพลังงาน รวมทั้งจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  โดยในปี 2573 ยางของมิชลินจะประหยัดพลังงานได้มากขึ้นกว่าเมื่อปี 2553 ถึงร้อยละ 20  นอกจากนี้ เรายังริเริ่มออกแบบยางที่ให้สมรรถนะสูงตลอดอายุใช้งานจนกระทั่งยางสึกถึงสะพานยาง (Wear Indicator) ส่งผลให้ไม่ต้องเปลี่ยนยางบ่อยซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งลูกค้าและสิ่งแวดล้อม

ยางมิชลินอี.ไพรมาซี่ซึ่งออกแบบมาเพื่อสิ่งแวดล้อมรุ่นนี้เป็นยางมิชลินรุ่นแรกที่มีค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (CO2 Neutral) เมื่อลูกค้า1 ซื้อไปใช้งาน ทั้งยังเป็นยางที่ครองตำแหน่งแชมป์ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานอีกด้วย

  • สำหรับผู้ขับขี่ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ยางรุ่นนี้จะช่วยให้มีอัตราการ

สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดในตลาดยางสำหรับ
เปลี่ยนทดแทนระดับพรีเมียม(2), (3) โดยประหยัดเชื้อเพลิงคิดเป็นมูลค่าราว 80 ยูโร (ประมาณ
2,900 บาท) หรือเทียบเท่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 174 กิโลกรัม ตลอดอายุ
การใช้งาน(4), (5)

  • สำหรับผู้ขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้า ยางรุ่นนี้จะช่วยให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 7

จึงขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกการเดินทาง(3) ให้ความปลอดภัยระดับสูงตั้งแต่กิโลเมตรแรกจนถึงกิโลเมตรสุดท้ายของการใช้งาน  ทั้งยังมีสมรรถนะเป็นเยี่ยม โดยผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียกเพื่อรับใบรับรองมาตรฐานยุโรป European R117(6), (7), (9) แม้ยางจะใช้งานมาแล้วเป็นระยะทาง 30,000 กิโลเมตร

  • อายุการใช้งานยาวนานเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างยางแบบ MaxTouch(8)

 

ยางมิชลิน อี.ไพรมาซี่ ซึ่งผลิตจากโรงงานของมิชลินในประเทศเยอรมนี สเปน และอิตาลี จะเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในตลาดยุโรปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป

ส่วนยางรุ่นนี้ที่รองรับการใช้งานกับยานยนต์ไฟฟ้าจะวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ได้มีการเผยโฉมยางมิชลิน อี.ไพรมาซี่ก่อนวางจำหน่ายจริงในการแพร่ภาพสดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พนักงานสามารถคลิกเพื่อย้อนชมคลิปดังกล่าวได้

คุณกำลังใช้งานเบราว์เซอร์เวอร์ชั่นที่ไม่รองรับการทำงานของเว็บไซด์
คุณกำลังใช้งานเบราว์เซอร์เวอร์ชั่นที่ไม่รองรับการทำงานของเว็บไซด์ซึ่งอาจส่งผลกระทบจากใช้งานในบางส่วน กรุณาเลือกใช้เบราว์เซอร์หรืออัพเกรดเบราว์เซอร์ให้ตรงกับรายการข้างล่างเพื่อประโยชน์สูงสุดในการเยี่ยมชมเว็บไซด์
IE
firefox 66+
chrome 72+
edge 17+
safari 12+
opera 58+