ค้นหาตัวแทนจำหน่าย

ลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารด้วย Michelin Acoustic Technology

เมื่อขับบนทางหลวง ความเร็วในการขับขี่ส่งผลให้เกิดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจและน่ารำคาญใจ เพื่อแก้ปัญหาความไม่สะดวกดังกล่าว มิชลินได้พัฒนาเทคโนโลยีด้านเสียง Michelin Acoustic Technology ขึ้นเพื่อใช้ผลิตยางนุ่มเงียบที่ลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงสมรรถนะที่ดีดังเดิม

ดูการทำงานของเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน Michelin Acoustic Technology

สาเหตุที่ทำให้ได้ยินเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร

เพื่อให้เข้าใจประสิทธิภาพของโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนได้ชัดเจน จำเป็นต้องอธิบายเรื่องแหล่งกำเนิดเสียงรบกวนที่รับรู้ได้ (Perceived Noise) ให้เข้าใจก่อน เสียงรบกวนที่ได้ยินภายในห้องโดยสารไม่ได้เกิดจากยางล้อ แต่เกิดจากความขรุขระของพื้นถนนที่บดกับหน้ายาง ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนมากน้อยต่างกันไปตามสภาพพื้นถนน ความเร็วในการขับขี่ และรถยนต์ที่ใช้

เพราะยางล้อด้านในกลวงและมีลมอัดอยู่ จึงเป็นเสมือน “ห้องสะท้อนเสียง” (Resonance Chamber) หรือคล้ายกับกลองที่มีแผ่นหนังขึงตึงอยู่ เสียงของการสั่นสะเทือนจึงถูกขยายให้ดังก้อง ผู้ที่อยู่ภายในห้องโดยสารของรถจึงได้ยินเสียงรบกวนที่น่ารำคาญใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่เครื่องยนต์เงียบมาก

เทคโนโลยีพิเศษเพื่อยางนุ่มเงียบ

มิชลินพัฒนาเทคโนโลยีด้านเสียง Michelin Acoustic Technology เป็นโซลูชั่นสำหรับใช้ออกแบบยางนุ่มเงียบที่ช่วยยกระดับความสบายด้านเสียงภายในห้องโดยสาร โซลูชั่นนี้ช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารที่เกิดจากยางสัมผัสพื้นถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยสามารถลดระดับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารลงได้ถึงราว 20%(1).

โซลูชั่นโฟมที่ช่วยดูดซับเสียงรบกวน

โฟมโพลียูรีเทนที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเป็นโซลูชั่นที่ช่วยลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารด้วยการดูดซับเสียงก้องที่เกิดขึ้น ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจึงสามารถใช้อุปกรณ์สื่อสารแบบ Hands-Free ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่เมื่อต้องขับรถทางไกล นอกจากนี้ เทคโนโลยีด้านเสียง Michelin Acoustic Technology ยังดูดซับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารได้อย่างดีเมื่อขับขี่บนเส้นทางที่สภาพถนนมีความแตกต่างกันหลายลักษณะ

ลายดอกยางที่ช่วยให้ยางนุ่มเงียบขึ้น

ไม่เพียงใช้โฟมที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษช่วยดูดซับเสียงรบกวน แต่ลายดอกยางยังได้รับการออกแบบเพื่อช่วยให้ยางนุ่มเงียบขึ้น โดยมิชลินนำเครื่องจำลองที่เรียกว่า Piano Noise Reduction มาใช้ในขั้นตอนก่อนพัฒนายางล้อ เพื่อช่วยในการออกแบบจัดวางบล็อกโครงสร้างดอกยางอย่างเหมาะสม

เหตุใดจึงต้องทำเช่นนั้น

เพราะลายดอกยางที่ใช้บล็อกดอกยางความกว้างเท่าๆ กัน จะก่อให้เกิดความถี่และเสียงรบกวนเมื่อยางล้อหมุน ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากการใช้ลายดอกยางซ้ำๆ กัน มิชลินจึงออกแบบลายดอกยางที่ใช้บล็อกดอกยางความกว้างแตกต่างกัน โดยยังคงสมรรถนะของยางที่ดีดังเดิม

ความหมายของค่าเดซิเบลที่ระบุบนฉลากผลิตภัณฑ์ยาง

ที่ด้านล่างของฉลากผลิตภัณฑ์ยางจะระบุค่าเดซิเบลเอาไว้

ทั้งนี้ ค่าดังกล่าวหมายถึงเสียงรบกวนนอกรถ ไม่ใช่ค่าเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร

ผลิตภัณฑ์ยางมิชลินที่มาพร้อมเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน Michelin Acoustic Technology

ปริมาณโฟมที่ใช้แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทความถี่เสียงที่ต้องลดระดับ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับรถยนต์ด้วย ดังนั้น เทคโนโลยีนี้จึงออกแบบพัฒนาร่วมกับผู้ผลิตรถยนต์ อาจกล่าวได้ว่าผลิตภัณฑ์ยางที่มาพร้อมเทคโลยีลดเสียงรบกวน Michelin Acoustic Technology ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับใช้เป็น “ยางมาตรฐานติดรถ” ซึ่งหมายถึงยางที่ติดตั้งมาพร้อมกับรถเมื่อซื้อ เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพสูงสุดในการลดความถี่เสียงที่เกิดขึ้น ทั้งนี้เพื่อลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางและทำให้การเดินทางเพลิดเพลินยิ่งขึ้น

เสียงรบกวนในรถยนต์: รถยนต์ไฟฟ้าเงียบกว่าหรือไม่

เสียงจากการจราจรประกอบด้วยเสียงเครื่องยนต์, เสียงจากยางล้อ, เสียงถนน และเสียงลมหวีด คำถามคือรถยนต์ไฟฟ้ามีเสียงรบกวนน้อยกว่ารถที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงหรือไม่
ค้นหายางที่ “ใช่” สำหรับรถคุณ
กำลังค้นหายาง
รถของคุณอยู่ใน ใด

ข้อความสงวนสิทธิ์ทางกฎหมาย

เทคโนโลยีด้านเสียง MICHELIN Acoustic Technology ช่วยลดระดับเสียงรบกวนที่รับรู้ได้ (Perceived Noise) ภายในห้องโดยสารลงเกือบ 20% (การตรวจวัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร จัดทำขึ้นเมื่อปี 2563 กับรถ KIA Cadenza ที่ติดตั้งยางขนาด 245/45 R19 โดยวัดระดับเสียงรบกวนที่ช่วงความถี่ 170-230 เฮิร์ทซ์) ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับรถยนต์ที่ใช้ ขนาดและระยะวิ่งของยาง ความเร็วในการขับขี่ ตลอดจนสภาพถนน