หากต้องการดูวีดีโอนี้ คุณจะต้องยอมรับโมดุลคุกกี้บางส่วนจาก YouTube เพียงคลิกปุ่มด้านล่างเพื่อเปิดใช้งานโมดุลคุกกี้
ต้นแบบยางล้อไร้ลม ‘มิชลิน อัพทิส’
ต้นแบบยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ (MICHELIN UPTIS)(1) เปิดตัวเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2562 ในงานประชุมสุดยอดว่าด้วยการสัญจรที่ยั่งยืน Movin’On Sustainable Mobility Summit โดยเป็นยางที่ช่วยขจัดความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดจากยางแบนหรือยางแตก ทั้งยังช่วยลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมด้วย
‘มิชลิน อัพทิส’ ไม่เพียงเป็นโซลูชั่นยางล้อไร้ลมรุ่นใหม่ แต่ยังเป็นประจักษ์พยานที่ตอกย้ำให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของมิชลินในด้านวัสดุไฮเทค
ก้าวสำคัญสู่การสัญจรที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น
ต้นแบบยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ (MICHELIN UPTIS) เป็นโซลูชั่นชุดยางล้อ (ยาง+กระทะล้อ) ไร้ลมชนิดสำเร็จรูปสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยเป็นยางที่ไม่เพียงช่วยขจัดความเสี่ยงต่ออันตรายที่อาจเกิดจากยางแบนหรือยางแตกเพราะโดนของมีคมทิ่มตำหรือเพราะสภาพท้องถนนก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ยังให้ข้อดีและคุณประโยชน์อื่นๆ อีกมาก ได้แก่
ผู้ขับขี่รู้สึกปลอดภัยและมั่นใจขณะขับขี่บนท้องถนน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องอันตรายที่อาจเกิดจากยางแบนหรือยางแตก
ผู้ประกอบการธุรกิจเดินรถขนส่งและนักขับรถมืออาชีพมีผลิตภาพทางธุรกิจเพิ่มขึ้น (ไม่ต้องสูญเสียเวลาทำงานจากการต้องหยุดให้บริการเพื่อส่งรถเข้าซ่อมบำรุง และไม่ต้องนำรถเข้าซ่อมบำรุงบ่อยๆ)
ลดจำนวนยางรถยนต์ที่ถูกแปรรูปเป็นเศษยางก่อนเวลาอันควรจากการแตกรั่ว ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการใช้วัตถุดิบเพื่อผลิตยางสำหรับเปลี่ยนทดแทนลดลงตามไปด้วย อีกทั้งยังเป็นการลดปริมาณขยะ
ทั้งนี้ ต้นแบบยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ สะท้อนความก้าวหน้าที่สำคัญของมิชลินต่อการบรรลุแนวคิด VISION ซึ่งผสานเทคโนโลยีเชิงนวัตกรรม 4 ประการ คือ ไม่ต้องเติมลมยาง (Airless), ทำงานบนระบบเครือข่ายเชื่อมต่อ (Connected), ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D-Printed) และมีความยั่งยืน 100% (ผลิตด้วยวัสดุจากชีวมวลและวัสดุหมุนเวียน)
พัฒนาขึ้นบนฐานของ...
นวัตกรรมและเทคโนโลยี
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านวัสดุไฮเทคของมิชลิน ยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ ถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญสำหรับเทคโนโลยีการสัญจรแบบไร้ลมในปัจจุบัน โดยเป็นยางรถยนต์ที่ไม่จำเป็นต้องตรวจเช็คแรงดันลมยางและลดความจำเป็นในการเข้ารับบริการตรวจสภาพยางตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นยางที่เหมาะสำหรับใช้งานกับธุรกิจให้บริการรถยนต์นั่งและยานยนต์ไร้คนขับ
การร่วมพันธมิตรที่ก่อให้เกิดคุณค่า
‘เจเนอรัล มอเตอร์ส’ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ระดับโลกซึ่งเป็นพันธมิตรของมิชลิน ได้ลงนามในข้อตกลงการทำวิจัยร่วมเพื่อเป็นพันธมิตรร่วมพัฒนา โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้ยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ ได้รับการใช้งานแพร่หลายกับรถยนต์นั่งอย่างเร็วที่สุดภายในปี 2568 ทั้งนี้ ‘ดีเอชแอล’ (DHL) บริษัทโลจิสติกส์ระดับโลก ได้ให้ความไว้วางใจเลือกติดตั้งยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ กับรถส่งพัสดุเกือบ 50 คัน ในประเทศสิงคโปร์ภายในปลายปี 2566
การออกแบบอย่างยั่งยืน
วัสดุและการออกแบบระดับปฏิวัติวงการของ ‘มิชลิน อัพทิส’ ให้ประโยชน์ในเรื่องความยั่งยืน อาทิ ช่วยลดจำนวนยางที่ถูกแปรรูปเป็นเศษยาง รวมทั้งช่วยลดปริมาณการใช้วัตถุดิบและพลังงานในการผลิตยางโดยรวมลง
รู้หรือไม่ว่า...
ในแต่ละปีมีปริมาณยางถูกแปรรูปเป็นเศษยางสูงถึง 20%(2) โดยมีสาเหตุจากยางแบนหรือยางแตก (12%) และจากการสึกหรอผิดปกติเพราะใช้แรงดันลมยางไม่เหมาะสม (8%) ซึ่งเทียบเท่ากับยาง 200 ล้านเส้น หรือ 2 ล้านตัน หรือมากกว่าน้ำหนักของหอไอเฟลถึง 200 เท่า แต่ปัญหาดังกล่าวจะหมดไปด้วยดีไซน์แบบไร้ลมของยาง ‘มิชลิน อัพทิส’
ต้นแบบยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ ผลิตขึ้นจากอะไร
‘มิชลิน อัพทิส’ ได้รับการออกแบบให้รองรับน้ำหนักและความเร็วในการขับขี่ของรถยนต์นั่ง โดยเหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจบริการยานยนต์และการสัญจรรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า C.A.S.E ซึ่งทำงานบนระบบเครือข่ายเชื่อมต่อ (Connected), ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับ (Autonomous), เป็นส่วนหนึ่งของบริการเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน (Shared) และขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicles)
ต้นแบบยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ เป็นการผสานยาง เข้ากับกระทะล้ออลูมิเนียม และโครงสร้างรับน้ำหนักแบบยืดหยุ่นที่ผลิตจากพลาสติกเสริมแรงด้วยใยแก้ว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากความเชี่ยวชาญด้านวัสดุไฮเทคของมิชลิน
‘มิชลิน อัพทิส’ ตอบโจทย์การใช้งานของรถยนต์นั่งได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งยังให้คุณภาพเชิงสมรรถนะที่ได้มาตรฐานตามแบบฉบับของยางมิชลิน
นอกจากนี้ มิชลินยังได้ออกแบบพัฒนายางล้อไร้ลม ‘มิชลิน ทวีล’ (MICHELIN Tweel) ไว้สำหรับใช้งานกับยานยนต์ออฟโรดระดับมืออาชีพอีกด้วย
‘ดีเอชแอล’ วางใจเลือกใช้ยาง ‘มิชลิน อัพทิส’
นวัตกรรมยางล้อไร้ลมของมิชลินรุกก้าวแรกเข้าสู่ตลาดจัดส่งพัสดุถึงมือผู้รับปลายทาง (Last-Mile Delivery) โดยได้เริ่มติดตั้งใช้งานกับรถส่งพัสดุเกือบ 50 คัน ของดีเอชแอลในสิงคโปร์ตั้งแต่ปลายปี 2566
หากต้องการดูวีดีโอนี้ คุณจะต้องยอมรับโมดุลคุกกี้บางส่วนจาก YouTube เพียงคลิกปุ่มด้านล่างเพื่อเปิดใช้งานโมดุลคุกกี้
ต้นแบบยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ เปิดตัวเป็นครั้งแรกสู่สาธารณชนในปี 2564
ความคิดเห็นจากยูทูบเบอร์สายรถยนต์ชื่อดัง 2 ราย ได้แก่ Mr. JWW และ Gercollector ซึ่งได้ทดสอบยาง ‘มิชลิน อัพทิส’ ในสภาพการใช้งานจริงบนถนนสาธารณะที่งาน ‘มิวนิค มอเตอร์ โชว์’ ประจำปี 2564 (2021 Munich Motor Show) คือ “ตั้งตารอยางรุ่นนี้เปิดตัวลงตลาด” และ “สะดวกสบายเหลือเชื่อ” ...จึงอาจกล่าวได้ว่ายาง ‘มิชลิน อัพทิส’ บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้
เชื่อมั่นในนวัตกรรมจากมิชลิน เพื่ออีกระดับของชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง
มีบทบาทในการ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
มิชลินเป็นผู้นำในการส่งเสริมการสัญจรให้มีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมลดลง(6) ทั้งยังทุ่มเทพัฒนานวัตกรรมผ่านการลงทุนในธุรกิจยางล้อ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยางล้อ และธุรกิจอื่นนอกเหนือจากยางล้อ
บุกเบิกเส้นทางสู่อนาคต ของการสัญจรด้วยพลังงานไฟฟ้า
มิชลินมีบทบาทโดดเด่นด้านการสัญจรด้วยพลังงานไฟฟ้า ทีมวิศวกรของเราทำงานใกล้ชิดกับผู้ผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถจักรยาน เพื่อออกแบบยางที่ให้สมรรถนะตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
ข้อความสงวนสิทธิ์ทางกฎหมาย
(1) คำว่า “อัพทิส” (Uptis) ย่อมาจาก Unique Puncture-Proof Tyre System ซึ่งหมายถึงระบบยางป้องกันการแตกรั่วซึม ‘มิชลิน อัพทิส’ เป็นชุดยางล้อไร้ลมที่มิชลินพัฒนาขึ้นร่วมกับ Maxion ซึ่งเป็นผู้จัดหากระทะล้อรูปแบบพิเศษของยาง ‘มิชลิน อัพทิส’
(2) มิชลินได้จัดทำแบบสำรวจ “Scrapyard” (ปี 2555-2558) จากจำนวนยางตัวอย่าง 135,000 เส้นและประเมินค่าคาดการณ์ในระดับโลก (ผลประมาณการบ่งชี้ว่าในแต่ละปีมียางสิ้นอายุใช้งานถูกทิ้งจำนวน 1 ล้านเส้น)
(3) คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.michelin.com/en/sustainability/mobility