ค้นหายางมิชลินที่เหมาะกับคุณ

ต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญใช่ไหม?

Michelin

PILOT SPORT 4

ยางมิชลิน ไพลอต สปอร์ต 4 ตอบสนองเฉียบคม..ดั่งใจคิด

ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

Michelin

PILOT SPORT 4 S

ทุกรายละเอียด คือ ความสมบูรณ์แบบ เพื่อขีดสุดแห่งการควบคุม

ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

Michelin

PRIMACY 4

ยาง MICHELIN Primacy 4 อายุยางเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน * * จากผลการทดสอบระย...

ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

Michelin

PILOT SUPER SPORT

ยางมิชลินไพลอต ซูเปอร์สปอร์ต ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับรถซูเปอร์คาร์ และรถแต่งสมรรถนะสูง

ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

Michelin

ROAD 5

มั่นใจยิ่งกว่า ทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง แม้เมื่อใช้งานจนดอกยางสึกไปแล้วถึง 50%* *...

ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

Michelin

LTX FORCE

ยางหนึ่งเดียว..พร้อมไปกับคุณทั้งทางเรียบทางลุย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน สำหรับรถกระบะย...

ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

Michelin

ANAKEE ADVENTURE

ปลดปล่อยความปรารถนาของคุณด้วยยาง MICHELIN Anakee Adventure ใหม่สำหรับรถจักรยานยนต์แบ...

Award for Anakee adventure
ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

Michelin

PRIMACY 3 ST

ยางมิชลินไพรมาซี่ 3 เอสที มากกว่าความนุ่มสบายกับอีกขั้นของความปลอดภัย ให้การเดินทางท...

ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

Michelin

POWER 5

สนุกสนานและเพลิดเพลินในการขับขี่ได้อย่างสูงสุดในสภาพพื้นแห้งและปลอดภัยในสภาพพื้นเปียก

Power-5-KT
ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

Michelin

LATITUDE TOUR HP

ยางมิชลิน แลตติจูด ทัวร์ เอชพี มั่นใจในทุกการขับขี่ พร้อมความนุ่มสบายระดับพรีเมี่ยม...

ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

Michelin

PILOT SPORT 3

ยางมิชลิน ไพลอต สปอร์ต 3 ตอบสนองการขับขี่แบบสปอร์ต ควบคุมแม่นยำ พร้อมความปลอดภัยอย่า...

ดูข้อมูลยางเพิ่มเติม

มิชลิน..เป็นมากกว่าแค่ยาง

Our purpose

มิชลิน..เป็นมากกว่าแค่ยาง

มิชลินเชื่อว่าการเดินทางเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนามนุษย์ เราจึงคิดค้นนวัตกรรมเพื่อยกระดับความปลอดภัยให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นและยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

พันธสัญญาของเราคือการส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าเพราะเราเชื่อว่าเราสามารถที่จะเติมเต็มความต้องการของลูกค้าและช่วยให้ทุกๆ คนสามารถทำในสิ่งที่ต้องการได้อย่างดีที่สุด เราให้ความสำคัญและเคารพในคุณค่าของลูกค้า ผู้คน ผู้ถือหุ้น สิ่งแวดล้อม และข้อเท็จจริง ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง และเป็นแรกผลักดันเพื่อสร้างการเดินทางที่ดีขึ้นเพื่อเราทุกๆ คนบนโลกใบนี้

เมนูผลิตยางเพื่อความยั่งยืน 100%

เมนูผลิตยางเพื่อความยั่งยืน 100% ..วิธีทำนั้นหรือมันซับซ้อนกว่าที่คิด

ยางมิชลินในปัจจุบันผลิตด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีส่วนประกอบมากกว่า 200 รายการ ซึ่งทำให้ได้ยางที่มีสมรรถนะที่ดีเยี่ยมในหลายด้าน ทั้งในแง่ความปลอดภัย ความนุ่มสบาย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงได้ยกระดับความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีขั้นสูงด้านวัสดุไฮเทคและพัฒนาศักยภาพของด้านศูนย์บ่มเพาะเทคโนโลยี

 

เพราะทุกเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมนั้นสำคัญเสมอ

มิชลิน อี.ไพรมาซี่: ยางเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ให้ความมั่นใจยาวนานยิ่งกว่า

ในเดือนมีนาคม 2564  มิชลินมีกำหนดเปิดตัว ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (MICHELIN e•primacy)
ยางรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับรถยนต์นั่งที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ใช้ระบบไฮบริดหรือระบบไฟฟ้า ในตลาดยุโรป โดยเป็นผลิตภัณฑ์ยางเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสำคัญในอุตสาหกรรมยางล้อ ทั้งยังตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มมิชลินในเรื่องการสัญจรอย่างยั่งยืน

สกอตต์ คลาร์ก (Scott Clark) ผู้อำนวยการทีมบริหารธุรกิจฝ่ายผลิตภัณฑ์ยางสำหรับยานยนต์
มอเตอร์สปอร์ต และประสบการณ์พิเศษ ประจำภาคพื้นอเมริกา ซึ่งรั้งตำแหน่งกรรมการบริหาร
กลุ่มมิชลินด้วย เปิดเผยว่า “เราได้ระดมสรรพกำลังด้านนวัตกรรมเพื่อออกแบบยางที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและพลังงาน รวมทั้งจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  โดยในปี 2573 ยางของมิชลินจะประหยัดพลังงานได้มากขึ้นกว่าเมื่อปี 2553 ถึงร้อยละ 20  นอกจากนี้ เรายังริเริ่มออกแบบยางที่ให้สมรรถนะสูงตลอดอายุใช้งานจนกระทั่งยางสึกถึงสะพานยาง (Wear Indicator) ส่งผลให้ไม่ต้องเปลี่ยนยางบ่อยซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งลูกค้าและสิ่งแวดล้อม

ยางมิชลินอี.ไพรมาซี่ซึ่งออกแบบมาเพื่อสิ่งแวดล้อมรุ่นนี้เป็นยางมิชลินรุ่นแรกที่มีค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (CO2 Neutral) เมื่อลูกค้า1 ซื้อไปใช้งาน ทั้งยังเป็นยางที่ครองตำแหน่งแชมป์ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานอีกด้วย

  • สำหรับผู้ขับขี่ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ยางรุ่นนี้จะช่วยให้มีอัตราการ สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดในตลาดยางสำหรับ เปลี่ยนทดแทนระดับพรีเมียม(2), (3) โดยประหยัดเชื้อเพลิงคิดเป็นมูลค่าราว 80 ยูโร (ประมาณ 2,900 บาท) หรือเทียบเท่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 174 กิโลกรัม ตลอดอายุ การใช้งาน(4), (5)
     
  • สำหรับผู้ขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้า ยางรุ่นนี้จะช่วยให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 7 จึงขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกการเดินทาง(3) ให้ความปลอดภัยระดับสูงตั้งแต่กิโลเมตรแรกจนถึงกิโลเมตรสุดท้ายของการใช้งาน  ทั้งยังมีสมรรถนะเป็นเยี่ยม โดยผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียกเพื่อรับใบรับรองมาตรฐานยุโรป European R117(6), (7), (9) แม้ยางจะใช้งานมาแล้วเป็นระยะทาง 30,000 กิโลเมตร
     
  • อายุการใช้งานยาวนานเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างยางแบบ MaxTouch(8) ยางมิชลิน อี.ไพรมาซี่ ซึ่งผลิตจากโรงงานของมิชลินในประเทศเยอรมนี สเปน และอิตาลี จะเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในตลาดยุโรปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป
     

ส่วนยางรุ่นนี้ที่รองรับการใช้งานกับยานยนต์ไฟฟ้าจะวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ได้มีการเผยโฉมยางมิชลิน อี.ไพรมาซี่ก่อนวางจำหน่ายจริงในการแพร่ภาพสดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พนักงานสามารถคลิกเพื่อย้อนชมคลิปดังกล่าวได้

4w 483 tire michelin e primacy en benefit 1
e primacy pic2
4w 483 tire michelin e primacy en benefit 3

เอกสารอ้างอิงทางกฏหมาย

กลยุทธ์ความยั่งยืนในทุกด้าน เพื่อรุกก้าวสู่ปี 2573

ภายใต้แนวคิด MICHELIN IN MOTION

 

เนื่องในวันประกาศแผนการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์หรือ Capital Markets Day ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นในรูปแบบดิจิทัลสำหรับนักลงทุน มิชลินได้เปิดตัวกลยุทธ์ใหม่ภายใต้แนวคิด Michelin In Motion สำหรับสิบปีข้างหน้า

กลยุทธ์ของเราคือการนำเสนอแผนงานด้วย Michelin Narrative ซึ่งมาจากวิสัยทัศน์ “ยั่งยืนรอบด้าน” ของมิชลิน และอยู่บนพื้นฐานของการสร้างความสมดุลระหว่างผู้คน ผลกำไร และโลกของเรา

 

 

ในปี 2573 มิชลินได้กำหนดดัชนีชี้วัด 12 ตัว

เพื่อใช้วัดการพัฒนาทั้งในด้านผู้คน สิ่งแวดล้อม และผลกำไร

ผู้คน

เรามุ่งมั่นที่จะทำให้บริษัทเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ทั้งในด้านการมีส่วนร่วมและความปลอดภัยของพนักงาน และยังเป็นตัวอย่างที่ดีของความหลากหลายและการรวมเป็นหนึ่ง ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นที่จะ:

  • มีอัตราความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรมากกว่าร้อยละ 85
  • เพิ่มสัดส่วนผู้หญิงในตำแหน่งบริหารให้ถึงร้อยละ 35
  • กำหนดค่ามาตรฐานทั่วโลกสำหรับความปลอดภัยในที่ทำงาน โดยมุ่งให้มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน (Total Case Incident Rate: TCIR) ต่ำกว่า 5

ผลกำไร

ความมุ่งมั่นของเราคือเติบโตอย่างยั่งยืน, สร้างมูลค่าทางการเงินอย่างต่อเนื่อง, รักษาอำนาจของแบรนด์มิชลินและนวัตกรรมที่ดีที่สุดในด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ดังนั้น:

  • ขับเคลื่อนการเติบโตแบบยั่งยืนต่อเนื่อง โดยมียอดขายระหว่างปี 2566-2573 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 5 ต่อปี หลังจากวิกฤติที่สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สิ้นสุดลง
  • มีสัดส่วนยอดขายจากธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับยางล้ออยู่ที่ร้อยละ 20-30 เพื่อเสริมสร้างคุณค่าที่สำคัญโดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินทุน (Return On Capital Employed: ROCE) ระหว่างปี 2566-2573 อยู่ที่มากกว่าร้อยละ 10.5

ผืนโลก

เราตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 ไม่เพียงแต่จากมุมมองทางสิ่งแวดล้อมของเราเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการผลิต, การใช้พลังงาน และวงจรผลิตภัณฑ์ของเราอีกด้วย ดังนั้น:

  • ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมประเภท (Scope) ที่ 1 และ 2 ลงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปี 2553 รวมทั้งลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมประเภทที่ 3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับภาคการคมนาคมขนส่งลงให้ได้อย่างชัดเจน โดยทุกประเภทมีเป้าหมายร่วมกันคือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ภายในปี 2593
  • เพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืนในผลิตภัณฑ์ให้อยู่ที่ร้อยละ 40 ภายในปี 2573 เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายที่จะใช้วัตถุดิบที่ยั่งยืนทั้งหมด หรือ ร้อยละ 100 ภายในปี 2593

ช่องทางการเติบโตทางธุรกิจใหม่ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับยางล้อ

 

 

ในธุรกิจยางล้อ เราจะยังคงขยาย, ลงทุน และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ การเปลี่ยนแปลงด้านการสัญจรในช่วงหลังโควิด-19 และการขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแสดงให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตที่แท้จริงสำหรับเรา

มิชลินตั้งใจที่จะรักษามาตรฐานโดยใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และบริการของเรา

ด้วยความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและความรู้ด้านวัสดุ ทำให้เรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาใน 5 ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและนอกเหนือจากยางล้อ:

  • สำหรับธุรกิจบริการและโซลูชั่น กลุ่มมิชลินกำลังขยายโซลูชั่นด้านธุรกิจเดินรถขนส่งให้มีความหลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำวัตถุอัจฉริยะ (Smart Objects) และข้อมูลที่จัดเก็บได้มาเพิ่มคุณค่าให้เกิดประโยชน์ยิ่งขึ้น
  • มิชลินตั้งเป้ารุกขยายธุรกิจอย่างจริงจังในตลาดวัสดุคอมโพสิตชนิดยืดหยุ่น [อุปกรณ์ลำเลียง (Conveyor), สายพาน (Belt), ผ้าเคลือบ (Coated Fabrics), ซีลปิดผนึก (Seals) ฯลฯ ] ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว[2] ด้วยกลยุทธ์การเข้าซื้อและควบรวมกิจการเพื่อเสริมสร้างคุณค่า รวมทั้งการบ่มเพาะธุรกิจใหม่ๆ
  • เครื่องมือแพทย์เป็นกลุ่มธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า
  • ในด้านการพิมพ์โลหะ 3 มิติ กลุ่มมิชลินได้พัฒนาความเชี่ยวชาญที่จะช่วยส่งเสริมศักยภาพของ ‘แอ๊ดอัพ’ (Add Up) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ‘มิชลิน’ กับ ‘ไฟฟ์ส’ (Fives) ในการทำตลาดโซลูชั่นหลากหลายรูปแบบตามความต้องการของผู้ผลิตเฉพาะราย
  • สำหรับการสัญจรด้วยพลังงานไฮโดรเจน กลุ่มมิชลินมุ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านระบบเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนผ่าน ‘ซิมบิโอ’ (Symbio) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง ‘มิชลิน’ กับ ‘โฟเรอเซีย’ (Faurecia)

 

ภาพรวมเป้าหมายที่มิชลินต้องการทำให้สำเร็จในปี 2573

 

  • >85% มีส่วนร่วม กำหนดมาตรฐานระดับโลกในการมีส่วนร่วมของพนักงาน
  • <0.5T CIR(1) กำหนดมาตรฐานระดับโลกด้านความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน
  • 80/100 IMDI(2) กำหนดมาตรฐานสำหรับความหลากหลายของพนักงานและการรวมเป็นหนึ่ง
  • เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเพื่อสร้างมูลค่าให้แก่ลูกค้า NPS ของพันธมิตร(3) เพิ่มขึ้น 10 จุด และ NPS ของผู้บริโภค(3) เพิ่มขึ้น 5 จุดเมื่อเทียบกับปี 2563
  • ยอดขายเติบโตเฉลี่ย 5% จากปี 2566 ถึง ปี 2573 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย รวมถึงธุรกิจอื่น ๆ นอกเหนือจากการผลิตและจัดจำหน่ายยางล้อ ระหว่าง 20% และ 30%
  • สร้างมูลค่าอย่างต่อเนื่อง ROCE(4) >10.5%  
  • รักษาความแข็งแกร่งของแบรนด์มิชลิน(5) เพิ่มขึ้น 5 จุดเมื่อเทียบกับปี 2564
  • รักษาความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนด้านนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการ(6) >30%
  • กำหนดมาตรฐานระดับโลกสำหรับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงานผลิต i-MEP(7) ลดลงหนึ่งในสามเมื่อเทียบกับปี 2563
  • ตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่ายางของเราผลิตจากวัสดุที่ยั่งยืนทั้งหมด 40%

 

นอกจากนี้งานนี้ยังเป็นโอกาสอันดีสำหรับกลุ่มบริษัทในการประกาศเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2566

มิชลินคาดการณ์ว่ายอดขายประจำปี 2566 จะอยู่ที่ 24.5 พันล้านยูโรโดยประมาณ และคาดว่าจะมีรายได้จากการดำเนินงานตามส่วนงานมากกว่า 3.3 พันล้านยูโร(8)  โดยมีกระแสเงินสดแบบอิสระเชิงโครงสร้าง 3.3 พันล้านยูโร (รวมในปี 2565 และ 2566) และ ROCE 10.5%

(1) Total Case Incident Rate: อัตราการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานที่บันทึกไว้ต่อ 200,000 ชั่วโมง
(2) Diversities and inclusion management indicator: ดัชนีด้านความหลากหลายและการรวมเป็นหนึ่ง
(3) ในปี 2564 จะมีการจัดทำดัชนีชี้วัดสองประเภท:
NPS "ผู้บริโภค" ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของลูกค้ากลุ่มธุรกิจและลูกค้ากลุ่มผู้บริโภค
NPS "พันธมิตร" ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ OEM และตัวแทนจำหน่าย
(4) ROCE จะถูกคำนวณโดยการนำค่าความนิยม, สินทรัพย์ที่ไม่ใช่ตัวเงิน และหุ้นในบริษัทที่มีส่วนได้เสียมาคำนวณเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (NOPAT) จะรวมถึงการตัดจำหน่ายของสินทรัพย์ที่ไม่ใช่ตัวเงินและกำไรจากบริษัทที่มีส่วนได้เสีย (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหัวข้อ 3.6 ของคู่มือผลการดำเนินงานประจำปี 2563 ที่ www.michelin.com)
(5) ตัวบ่งชี้ประกอบที่ใช้วัดความสามารถในการอยู่รอดของแบรนด์
(6) เปอร์เซ็นต์ของยอดขายจากผลิตภัณฑ์และบริการที่เปิดตัวในช่วงสามปีที่ผ่านมา
(7) ตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมของมิชลิน (i-MEP) จะถูกใช้เพื่อติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินการผลิตของกลุ่มบริษัทในช่วงสิบปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจผลกระทบเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ การใช้พลังงาน, การปล่อย CO2, การใช้ตัวทำละลายอินทรีย์, การดึงน้ำจากแหล่งน้ำต่าง ๆ มาใช้ และการผลิตของเสีย อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ i-MEP ได้ในหมายเหตุระเบียบวิจัยในส่วนที่ 4 ของ URD ประจำปี 2563

(8) คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเดือนมกราคม 2564 

ค้นหาการนำเสนอแผนดำเนินงานของ Capital Markets Day ได้ที่ www.michelin.com (ภาษาอังกฤษเท่านั้น)

คุณกำลังใช้งานเบราว์เซอร์เวอร์ชั่นที่ไม่รองรับการทำงานของเว็บไซด์
คุณกำลังใช้งานเบราว์เซอร์เวอร์ชั่นที่ไม่รองรับการทำงานของเว็บไซด์ซึ่งอาจส่งผลกระทบจากใช้งานในบางส่วน กรุณาเลือกใช้เบราว์เซอร์หรืออัพเกรดเบราว์เซอร์ให้ตรงกับรายการข้างล่างเพื่อประโยชน์สูงสุดในการเยี่ยมชมเว็บไซด์