กีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมที่ยั่งยืน
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราภูมิใจที่ยางรถแข่งของมิชลินได้แสดงสมรรถนะสู่สายตาทั่วโลก แต่ปัจจุบันวงการมอเตอร์สปอร์ตได้เข้าสู่จุดเปลี่ยน ความท้าทายยิ่งใหญ่ที่เราเผชิญคือการพัฒนายางให้มีความยั่งยืนทุกด้านเพื่อตอบรับความต้องการของตลาดในวงกว้าง โดยการออกแบบและผลิตยางต้องก่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อทรัพยากรโลกและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพยางซึ่งสร้างชื่อเสียงและความสำเร็จให้กับแบรนด์มิชลิน
หากต้องการดูวีดีโอนี้ คุณจะต้องยอมรับโมดุลคุกกี้บางส่วนจาก YouTube เพียงคลิกปุ่มด้านล่างเพื่อเปิดใช้งานโมดุลคุกกี้
เหตุผลที่มิชลินลงสนามแข่ง
การแข่งรถมีบทบาทมากขึ้นในฐานะตัวเร่งให้เกิดนวัตกรรมทางเทคโนโลยี การขับขี่แบบหนักหน่วงที่เกิดขึ้นในกีฬามอเตอร์สปอร์ตทำให้มิชลินมีโอกาสคิดค้นนวัตกรรมใหม่ เก็บข้อมูลเชิงสถิติ เรียนรู้ คิดวิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ และเร่งพัฒนาโซลูชันที่ยั่งยืนซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย
มิชลินลงสนามแข่งเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่การสัญจรที่ยั่งยืน
เราเข้าร่วมการแข่งรถเพื่อมอบสมรรถนะที่ดีเยี่ยมยาวนานตลอดการแข่งขัน...ตั้งแต่จุดสตาร์ทจนถึงเส้นชัย...ให้กับพันธมิตรของเรา
ทั้งนี้ มิชลินมุ่งมั่นมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ให้ความปลอดภัยยาวนานเหนือกว่า...ตั้งแต่วันแรกที่ใช้จนถึงวันเปลี่ยนยางรอบถัดไป...ด้วยผลิตภัณฑ์ยางที่สามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจจนกระทั่งยางสึกถึงระดับต่ำสุดที่กฎหมายกำหนด(1)
เราลงสนามแข่งเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ
ผลิตภัณฑ์ยางจากมิชลินผลิตด้วยวัสดุรีไซเคิลและวัสดุจากชีวมวลในสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ(2) วัสดุขั้นสูงที่เราพัฒนาขึ้นจากการลงสนามแข่งกีฬามอเตอร์สปอร์ตจะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการผลิตยางมิชลินทุกรุ่นตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป
มิชลินลงสนามแข่งเพื่อค้นหาโซลูชั่น พัฒนาแบบจำลอง เรียนรู้วิทยาการข้อมูล และพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดีกว่าเดิม
เรานำวิศวกรรมการจำลองแบบ (Simulation Engineering) มาใช้ในกีฬามอเตอร์สปอร์ตและอยู่ระหว่างขยายผลต่อยอดไปสู่การผลิตยาง ซึ่งจะส่งผลให้ประหยัดทรัพยากรและลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อย่างมาก
พบกับบทสัมภาษณ์ทีมงานมิชลินเกี่ยวกับแนวคิด We Race For Change
ดีแลน (Dylan) วิศวกรด้านสมรรถนะยางรถยนต์
ฟิลิปป์ (Philippe) ช่างเทคนิคยางรถยนต์
สเตฟานี (Stéphanie) นักเคมี
หากต้องการดูวีดีโอนี้ คุณจะต้องยอมรับโมดุลคุกกี้บางส่วนจาก YouTube เพียงคลิกปุ่มด้านล่างเพื่อเปิดใช้งานโมดุลคุกกี้
เลอ ม็องส์: การแข่งขันที่มิชลินเข้าร่วมเพื่อพัฒนานวัตกรรมมานานกว่าศตวรรษ
การแข่งรถรายการ ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ ซึ่งจัดขึ้นบนถนนสาธารณะที่ปกติเปิดให้ใช้งานทุกวัน ส่งผลให้ยางมิชลินต้องเผชิญกับข้อจำกัดมากเป็นพิเศษ ตั้งแต่สภาพพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบสม่ำเสมอ...ไปจนถึงสภาพอากาศและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน โดยยางไม่เพียงต้องให้สมรรถนะที่สมบูรณ์แบบและไร้ข้อบกพร่อง แต่ยังต้องให้ความปลอดภัย การยึดเกาะ และความคล่องตัว ตั้งแต่เริ่มแข่งจนถึงเส้นชัย
นวัตกรรมที่พลิกโฉมการสัญจร
2466: ยางแบบถอดได้
แชมป์แข่งรถรายการ ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก คือทีมจากค่ายรถ Chenard & Walcker ซึ่งเลือกติดตั้งยางมิชลินกับรถแข่งและจบการแข่งขันด้วยความเร็วเฉลี่ย 57 ไมล์ (ราว 91 กิโลเมตร) ต่อชั่วโมง ทั้งนี้ ยางแบบถอดได้ผสานคุณสมบัติเด่นในเรื่องอายุการใช้งานที่ยาวนาน ความสบาย และความเป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน
2494: ยางเรเดียลที่ติดตั้งกับรถแข่ง Lancia B20 GT
ยาง ‘มิชลิน เอ็กซ์’ (MICHELIN X) จดสิทธิบัตรเมื่อปี 2489 และวางตลาดตั้งแต่ปี 2492 โดดเด่นด้วยโครงยางเรเดียลระดับปฏิวัติวงการซึ่งใช้เข็มขัดรัดหน้ายางแบบโลหะเพื่อความปลอดภัยที่ยาวนาน ความสบาย และการประหยัดเชื้อเพลิง
2510: ยางสลิคที่ติดตั้งกับรถแข่ง Alpine A210
มิชลินเป็นรายแรกที่ลงสนามแข่งโดยใช้ยางสลิคในรายการแข่งรถ ‘เลอ ม็องส์’ (Le Mans) หน้ายางที่เกลี้ยงเรียบไร้ดอกยางให้การยึดเกาะที่เหนือกว่าในสภาพถนนแห้ง โดยทำเวลาต่อรอบได้ต่ำกว่า 4 นาทีเป็นครั้งแรกในการแข่งขันระดับเดียวกัน
2521: ยางสมรรถนะสูงที่ติดตั้งกับรถแข่ง Renault-Alpine A442B และคว้าแชมป์
ชัยชนะดังกล่าวตอกย้ำคุณค่าที่เหนือชั้นของเทคโนโลยี ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จในการแข่งรถยนต์ทางเรียบ ‘ฟอร์มูลา วัน’ (Formula 1) โดยตอกย้ำให้เห็นถึงความเหนือกว่าของยางเรเดียลและมีส่วนผลักดันให้เทคโนโลยีดังกล่าวกลายเป็นบรรทัดฐานของอุตสาหกรรมยางทั่วโลก
ตั้งแต่ปี 2466: สร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสมรรถนะที่ดีเยี่ยมยาวนาน
รายการแข่งรถ ‘เลอ ม็องส์’ ประจำปี 2567: เวทีสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องของมิชลินเพื่อมุ่งสู่อนาคตทางการสัญจรที่ยั่งยืน
ยางรถแข่ง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต เอ็นดูรานซ์ สลิค แอนด์ เว็ท’ (MICHELIN Pilot Sport Endurance Slicks and Wets) รุ่นล่าสุดที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถไฮเปอร์คาร์ต้นแบบสุดล้ำได้รับการออกแบบผ่านการจำลองแบบเสมือนจริงทั้งหมดด้วยเทคโนโลยีซิมูเลเตอร์ ปัจจุบัน กระบวนการดังกล่าวถูกนำมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางสำหรับตลาดทั่วไป ช่วยให้ประหยัดการใช้ทรัพยากรและลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อย่างมาก
ในปี 2567 มิชลินได้เปิดตัวยางรถแข่งซึ่งใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนในสัดส่วนสูงถึง 71% สำหรับติดตั้งเพื่อใช้งานกับรถแข่งต้นแบบพลังงานไฮโดรเจน ‘มิชชั่น เอช24’ (MissionH24) และรถแข่งที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ‘ปอร์เช่ จีที4 อี-เพอร์ฟอร์แมนซ์’ (Porsche GT4 ePerformance) ความสำเร็จดังกล่าวเป็นผลจากความรู้ความเชี่ยวชาญของมิชลินในด้านการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนเพื่อผลิตยาง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะของยางหรือต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวม
ยางมิชลิน...ยางที่ออกแบบมาเพื่อคว้าชัย
ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา มิชลินเป็นผู้ผลิตยางที่คว้าชัยชนะมากที่สุดในการแข่งรถรายการสำคัญๆ ที่ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) และสหพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM)
มิชลิน...ยางอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขัน MotoGP
ยางมิชลิน...ยางที่คุณวางใจได้ ไม่ว่าจะบนสนามแข่งหรือถนนทั่วไป
ผลิตภัณฑ์ยางมิชลินสำหรับมอเตอร์สปอร์ต
ยางสำหรับใช้ในสนามแข่ง การแข่งแรลลี่ การขับวิบากไต่เขา การแข่งรถคลาสสิก การขับออฟโรด และการแข่ง ‘เซอร์กิต โมโต’
เชื่อมั่นในนวัตกรรมการเคลื่อนที่ เพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้นจากมิชลิน
มิชลินมีบทบาท ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เราเป็นผู้นำในการส่งเสริมการสัญจรให้มีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมลดลง(2) ทั้งยังทุ่มเทพัฒนานวัตกรรมผ่านการลงทุนในธุรกิจยางล้อ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยางล้อ และธุรกิจอื่นนอกเหนือจากยางล้อ
บุกเบิกเส้นทางสู่อนาคต ของการสัญจรด้วยพลังงานไฟฟ้า
มิชลินมีบทบาทโดดเด่นด้านการสัญจรด้วยพลังงานไฟฟ้า ทีมวิศวกรของเราทำงานใกล้ชิดกับผู้ผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถจักรยาน เพื่อออกแบบยางที่ให้สมรรถนะตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า
ติดตามข่าวล่าสุด เกี่ยวกับมิชลินในแวดวงมอเตอร์สปอร์ต
อย่าพลาดอัพเดทข่าวคราวล่าสุดเกี่ยวกับมิชลินในแวดวงมอเตอร์สปอร์ต
สมัครสมาชิก จดหมายข่าวจากมิชลิน
ข้อความสงวนสิทธิ์ทางกฎหมาย
(1)“จนถึงวันเปลี่ยนยางรอบถัดไป” ในที่นี้หมายถึงจนกระทั่งยางสึกถึงระดับต่ำสุดที่กฎหมายกำหนด (1.6 มม. สำหรับยางรถยนต์ และ 0.8 มม. สำหรับยางรถจักรยานยนต์) ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.michelin.co.th/performance-made-to-last
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.michelin.com/en/sustainable-development-mobility/working-towards-sustainable-mobility/











