ค้นหาตัวแทนจำหน่าย

มิชลิน...ผู้จัดหายางเพียงรายเดียวสำหรับการแข่งรถระยะทางไกล World Endurance Championship (WEC) ประเภทไฮเปอร์คาร์

มิชลินคว้าชัยชนะทุกสนามในการแข่งรถรายการสำคัญๆ ของ World Endurance Championship (WEC) มาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งรวมถึงการแข่งรถยอดนิยมรายการ ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ (Le Mans 24 Hours)

การแข่งรถระยะทางไกล FIA World Endurance Championship (FIA WEC) แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทไฮเปอร์คาร์ และประเภทจีที 3 (GT3) โดยมิชลินเป็นผู้จัดหายางให้กับรถยนต์ไฮบริดต้นแบบที่โดดเด่นด้วยขุมพลังเกือบ 700 แรงม้า

ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต’ (MICHELIN Pilot Sport) ได้รับการออกแบบให้มีสมรรถนะดีเยี่ยมยาวนานเพื่อรองรับการใช้งานกับรถไฮเปอร์คาร์ต้นแบบที่ลงสู้ศึก ‘เลอ ม็องส์’

สูตรเนื้อยางและสภาพการใช้งานที่เหมาะสม

ผลิตภัณฑ์ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต’ (MICHELIN Pilot Sport) สำหรับรถไฮเปอร์คาร์ต้นแบบที่ลงสนามแข่งรถระยะทางไกล FIA World Endurance Championship (FIA WEC) ประกอบด้วยยางสลิค 3 ประเภท (ยางเนื้อนิ่ม, ยางเนื้อแข็งปานกลาง และยางเนื้อแข็ง) และยางลุยฝน (Rain Tyre)

  • ยางเนื้อนิ่ม: อุณหภูมิสนามแข่งอยู่ที่ 0-15 องศาเซลเซียส สภาพอากาศแห้งและชื้นน้อย

  • ยางเนื้อแข็งปานกลาง: อุณหภูมิสนามแข่งอยู่ที่ 15-25 องศาเซลเซียส สภาพอากาศแห้ง

  • ยางเนื้อแข็ง: อุณหภูมิสนามแข่งสูงกว่า 25 องศาเซลเซียส สภาพอากาศแห้ง พื้นผิวถนนมีลักษณะหยาบ

  • ยางสำหรับถนนเปียก: ใช้ได้ทั้งสภาพถนนเปียกและใกล้แห้ง

ยางสำหรับการแข่งขัน FIA WEC ใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงในการออกแบบทุกขั้นตอน

ในปี 2563 ก่อนเปิดตัวการแข่งรถประเภทไฮเปอร์คาร์ มิชลินได้ออกแบบผลิตภัณฑ์ยางสำหรับรถไฮเปอร์คาร์ซึ่งในเวลานั้นยังไม่ได้ผลิตขึ้นจริง...เป็นเพียงแผนการในกระดาษเท่านั้น ขณะที่รถยนต์ไฮเปอร์คาร์ต้นแบบสุดล้ำได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์ ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต’ (MICHELIN Pilot Sport) ก็ถูกสร้างสรรค์ขึ้นในทุกขั้นตอนด้วยเทคโนโลยีจำลองภาพเสมือนจริง โดยใช้เวลาเพียง 10 เดือน หลังจากนั้นจึงได้รับการผลิตและติดตั้งกับรถแข่งจริงเพื่อทดลองวิ่งบนสนามแข่งครั้งแรก

วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียน

มิชลินมองการแข่งขันระยะยาวแบบมาราธอน หรือ Endurance Racing โดยเฉพาะรายการแข่งรถ ‘เลอ ม็องส์’ (Le Mans) เป็นเสมือนห้องปฏิบัติการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่องชั้นเยี่ยม ปัจจุบัน โครงการด้านมอเตอร์สปอร์ตของมิชลินมีความคืบหน้าเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายใต้แผนกลยุทธ์ “ความยั่งยืนทุกด้าน” (All Sustainable) สู่ปี 2593 ของกลุ่มมิชลิน ทั้งนี้ ยางสลิคและยางลุยฝน ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต’ (MICHELIN Pilot Sport) ซึ่งใช้กับรถไฮเปอร์คาร์ต้นแบบที่ลงสนามแข่ง FIA WEC มีวัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนเป็นส่วนประกอบในสัดส่วนราว 30-45%

คว้าชัยชนะมากกว่า 80 สนาม ตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มจัดการแข่งขัน FIA WEC

มิชลินคว้าชัยชนะมากกว่า 80 สนาม ในการแข่งขัน FIA World Endurance Championship (FIA WEC) ร่วมกับ โตโยต้า (Toyota), ปอร์เช่ (Porsche), อาวดี้ (Audi), เฟอร์รารี (Ferrari) และอัลไพน์ (Alpine)

นักแข่งมากกว่า 40 ราย คว้าชัยในการแข่งขัน FIA WEC ด้วยยางมิชลิน รวมถึง เฟอร์นันโด อลอนโซ (Fernando Alonso) อดีตแชมป์ F1, ทอม คริสเตนเซน (Tom Kristensen) เจ้าของฉายา “มิสเตอร์ เลอ ม็องส์’, เซบาสเตียน บูเอมี (Sébastien Buemi), คามูอิ โคบายาชิ (Kamui Kobayashi), มาร์ค เว็บเบอร์ (Mark Webber) และ อัลลัน แม็คนิช (Allan McNish)

มิชลินทำผลงานเด่นในการแข่งขัน FIA WEC ด้วยการคว้าชัยชนะประเภท LMGTEมากกว่า 150 สนาม ร่วมกับผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ อาทิ เฟอร์รารี (Ferrari), ปอร์เช่ (Porsche), แอสตัน มาร์ติน (Aston Martin), ฟอร์ด (Ford), บีเอ็มดับเบิลยู (BMW) และ คอร์เวทท์ (Corvette)

ในปี 2566 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 1 ศตวรรษของการแข่งขัน FIA WEC รถแข่ง Ferrari 499P #51 คว้าชัยชนะด้วยฝีมือของ (Alessandro Pier Guidi), อันโตนิโอ จิโอวินาซซี (Antonio Giovinazzi) และ เจมส์ คาลาโด (James Calado)

WEC & มิชลิน: พันธมิตรที่วางใจได้

ในปี 2466 มิชลินคว้าชัยในการแข่งรถรายการ ‘เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง’ ฤดูกาลปฐมฤกษ์ และไม่เคยพ่ายแพ้ในการแข่งขันยอดนิยมซึ่งจัดที่ประเทศฝรั่งเศสรายการนี้มาตั้งแต่ปี 2541 ...คิดเป็นระยะเวลานานกว่า 1 ใน 4 ของศตวรรษ ก่อนเข้าสู่การแข่งขันฤดูกาลปัจจุบัน มิชลินประสบความสำเร็จมาแล้วในทุกประเภทการแข่งขัน (ทั้ง LMP1, LMP2, LMGTE Pro และ LMGTE Am) ด้วยรถยนต์ต้นแบบและรถแกรนด์ทัวเรอร์ (GT) จากรุ่นสู่รุ่น ผลงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในรายการแข่งรถชั้นนำสุดหฤโหดดังกล่าว อันเป็นผลจากความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของมิชลินในด้านนวัตกรรม ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์หรูรายใหญ่อย่างโตโยต้า (Toyota), เฟอร์รารี (Ferrari), ปอร์เช่ (Porsche), อาวดี้ (Audi), บีเอ็มดับเบิลยู (BMW), อัลไพน์ (Alpine), ลัมโบร์กินี (Lamborghini), แอสตัน มาร์ติน (Aston Martin) และ ฟอร์ด (Ford) ให้ความไว้วางใจในมิชลิน...บริษัทผู้ผลิตยางสัญชาติฝรั่งเศส...มาเป็นเวลานานหลายปี แม้ว่าในการแข่งขันประเภท LMGTE ตลอด 5 ฤดูกาลที่ผ่านมาจะเปิดให้เลือกใช้ยางรถยนต์แบรนด์อื่นได้ แต่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่เข้าร่วมการแข่งขันทุกรายก็ยังคงวางใจเลือกใช้ยางมิชลิน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชมรมรถยนต์ภาคตะวันตกของฝรั่งเศส (Automobile Club de l'Ouest: ACO) และสมาพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (Fédération Internationale de l'Automobile: FIA) จะแต่งตั้งให้มิชลินเป็นผู้จัดหายางเพียงรายเดียวให้กับรถแข่งประเภทไฮเปอร์คาร์ในการแข่งขัน WEC ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา

เลอ ม็องส์ 24 ชั่วโมง

ฉลอง 100 ปี แห่งความหลงใหลในการแข่งรถ

ยางมิชลิน... ยางที่ออกแบบมาเพื่อคว้าชัย

ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา มิชลินเป็นผู้ผลิตยางล้อที่คว้าชัยชนะมากที่สุดในการแข่งรถรายการสำคัญๆ ที่ได้รับการรับรองจากสมาพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) และสหพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (FIM)

WE RACE FOR CHANGE

จากมอเตอร์สปอร์ต...สู่นวัตกรรมที่ยั่งยืน
ค้นหายางที่ “ใช่” สำหรับรถคุณ
กำลังค้นหายาง
รถของคุณอยู่ใน ใด