ค้นหาตัวแทนจำหน่าย

เติมลมยางมอเตอร์ไซค์เท่าไหร่ถึงเหมาะกับจักรยานยนต์แต่ละแบบ?

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ขับมอเตอร์ไซค์แบรนด์ Honda, Yamaha หรือยี่ห้ออื่นๆ การเติมลมยางรถมอเตอร์ไซค์ให้เหมาะสมกับการขับขี่เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะลมยางที่ถูกต้องคือหัวใจของความปลอดภัยและสมรรถนะในการขับขี่รถสองล้อ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าโค้ง การขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ หรือการเบรก แน่นอนว่าการรักษาระดับแรงดันลมยางให้เหมาะสมอยู่เสมอ จะช่วยให้คุณสัมผัสถึงสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ พร้อมช่วยยืดอายุการใช้งานของยางให้เสื่อมสภาพช้าลงอีกด้วย

ทำไมการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสมถึงเป็นเรื่องสำคัญ

หากคุณละเลยการตรวจสอบและปรับแรงดันลมยางมอเตอร์ไซค์เป็นประจำ จะเพิ่มความเสี่ยงที่โครงสร้างยางจะเสียหายและรั่วซึมง่ายขึ้น เพื่อช่วยให้คุณสามารถดูแลรถสองล้อคู่ใจได้อย่างถูกต้อง บทความนี้จะมอบคำแนะนำที่เข้าใจง่ายๆ ว่าควรคุณเติมลมยางรถมอเตอร์ไซค์ Honda, Yamaha, และยี่ห้ออื่นๆ เท่าไรดีถึงจะเหมาะสมกับการขับขี่มากที่สุด

การเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ให้ถูกต้องและเหมาะสม ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเล็กน้อยที่คุณจะมองข้ามไปได้ แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การขับขี่โดยรวมของคุณ ทั้งในด้านความปลอดภัย สมรรถนะ และความคุ้มค่า รวมถึงเป็นอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสึกหรอของดอกยางมอเตอร์ไซค์ด้วย นี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมคุณจึงควรให้ความสำคัญกับการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ให้เหมาะสมอยู่เสมอ

  • เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่: ลมยางที่เหมาะสมจะช่วยให้ยางสามารถสัมผัสพื้นถนนได้อย่างเต็มหน้าสัมผัส ส่งผลให้มีการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นบนทางตรงหรือในขณะเข้าโค้ง ทำให้รถมีเสถียรภาพและควบคุมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้การเบรกทำงานได้อย่างเต็มที่ ลดระยะเบรก และเพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถฉุกเฉิน

  • ดึงสมรรถนะของรถได้เต็มที่: เมื่อลมยางอยู่ในระดับที่เหมาะสม ยางจะทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้คุณสัมผัสได้ถึงการบังคับควบคุมที่แม่นยำและการตอบสนองของรถที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลน การพลิกรถเข้าโค้ง หรือการขับขี่ด้วยความเร็วต่างๆ คุณจะรู้สึกเชื่อมโยงกับรถมากขึ้นและควบคุมได้อย่างใจ

  • ยืดอายุการใช้งานของยาง: การเติมลมยางที่ไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยางสึกหรอผิดปกติ เช่น ลมยางอ่อนไปจะทำให้ขอบยางสึกหรอเร็ว หรือลมยางแข็งไปจะทำให้กลางหน้ายางสึกหรอเร็วกว่าปกติ การรักษาแรงดันลมยางให้เหมาะสมจะช่วยลดการสึกหรอผิดปกติและป้องกันความเสียหายของโครงสร้างยาง ทำให้ยางมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยให้เปลืองเงิน

  • ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง: ยางที่มีลมยางอ่อนจะทำให้หน้ายางบิดตัวเสียรูปทรงในขณะหมุน เกิด แรงต้านทานการหมุนของยางสูงขึ้น เครื่องยนต์จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อเอาชนะภาระที่เกิดขึ้น ส่งผลให้มีการสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ ดังนั้นการเติมลมยางที่เหมาะสมจึงเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าน้ำมันได้ในทุกการเดินทาง

อันตรายที่อาจเกิดขึ้นเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ไม่ถูกต้อง

หลายคนที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในชีวิตประจำวันอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า แรงดันลมยางที่เติมเข้าไปในยางรถมอเตอร์ไซค์นั้น เป็นมากกว่าแค่การทำให้รถสองล้อคู่ใจของคุณวิ่งไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย แน่นอนว่าการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ที่ไม่เหมาะสมประเภทของรถ อาจส่งผลเสียต่างๆ ตามมาดังนี้

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเติมลมยางรถมอเตอร์ไซค์ยางอ่อนเกินไป

  • ยางรถมอเตอร์ไซค์สึกหรอผิดปกติที่บริเวณขอบยาง และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

  • เกิดความร้อนสะสมในยางสูง เสี่ยงทำให้ยางรถมอเตอร์ไซค์ระเบิดได้ง่ายขึ้น

  • การควบคุมรถไม่แม่นยำ การเข้าโค้งทำได้ไม่มั่นคง และมีระยะเบรกยาวขึ้น

  • สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น เพราะรถต้องใช้พละกำลังมากกว่าเดิมเพื่อเร่งเครื่อง

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเติมลมยางรถมอเตอร์ไซค์ยางแข็งเกินไป

  • ยางสึกหรอผิดปกติ (สึกหรอตรงกลางหน้ายาง)

  • การยึดเกาะถนนลดลง โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่เปียกหรือขรุขระ

  • ลดความนุ่มนวลในการขับขี่ สัมผัสแรงสั่นสะเทือนมากขึ้น

  • เสี่ยงต่อการเสียหายของยางจากการกระแทก เช่น ตกหลุม

รถมอเตอร์ไซค์ Honda, Yamaha, และยี่ห้ออื่นๆ ควรเติมลมยางเท่าไรดี

จริงๆ แล้วคุณสามารถดูได้ว่ารถสองล้อคู่ใจของคุณนั้นควรเติมลมยางอยู่ที่เท่าไร ด้วยการตรวจสอบค่าแรงดันลมยางที่แนะนำในคู่มือประจำรถของคุณ หรือดูจากสติกเกอร์ที่มักติดอยู่บริเวณสวิงอาร์ม, โครงรถ, หรือการ์ดโซ่ ซึ่งจะระบุค่าที่แม่นยำและเหมาะสมที่สุดสำหรับมอเตอร์ไซค์รุ่นนั้นๆ

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นและช่วยให้คุณเข้าใจถึงระดับแรงดันลมยางที่เหมาะกับการเติมเข้าไปในยางของมอเตอร์ไซค์แต่ละประเภท เราจึงได้รวบรวมช่วงแรงดันลมยางโดยประมาณสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ยอดนิยมในประเทศไทย มาให้คุณได้ใช้พิจารณาในตารางด้านล่างนี้



ประเภทมอเตอร์ไซค์ 
ยี่ห้อ/รุ่นรถ  
แรงดันลมยางหน้า (psi) (ขับคนเดียว) 
แรงดันลมยางหลัง (psi) (ขับคนเดียว)  
หมายเหตุ 
รถครอบครัว 
Honda Wave 110i, Honda Click, Honda Scoopy i, Yamaha Grand Filano, Yamaha Fino, Suzuki Smash 
28 - 30 
31 - 33  
เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่หากมีผู้ซ้อนท้ายหรือบรรทุกของหนัก ควรเพิ่มลมยางหลังประมาณ 2-4 psi 
รถสกู๊ตเตอร์ 
Honda PCX, Honda Forza, Yamaha NMAX, Yamaha Aerox, GPX Drone, Vespa 
29 - 32  
33 - 36 
เน้นความนุ่มนวลและคล่องตัว หากมีผู้ซ้อนท้ายหรือบรรทุกของหนัก ควรเพิ่มลมยางหลังประมาณ 2-4 psi 
รถสปอร์ต / Naked (ไม่เกิน 400cc)  
Honda CBR150R/300R, Yamaha R15/MT-15, Kawasaki Ninja 250/400, Suzuki GSX-R150 
29 - 32 
36 - 40 
เน้นสมรรถนะการเข้าโค้ง ปรับเพิ่ม/ลดเล็กน้อยได้ตามสไตล์การขับขี่ 
รถสปอร์ต / Naked / Big Bike (400cc ขึ้นไป) 
Honda CB500X/CBR650R, Yamaha MT-07/Tenere 700, Kawasaki Z900/Versys 650, Suzuki GSX-S750 
32 - 36 
36 - 42 
สมรรถนะสูง รับน้ำหนักได้ดี อาจแตกต่างกันไปมากตามรุ่นย่อยและปี โปรดดูคู่มือเป็นหลัก หากมีผู้ซ้อนท้าย/บรรทุกของ ควรเพิ่มลมยางหลังตามคำแนะนำผู้ผลิต 
รถวิบาก / Off-Road 
Honda CRF250L, Kawasaki KLX150/230 
18 - 25 
18 - 28 
เน้นการยึดเกาะในเส้นทางทุรกันดารค่าลมยางแตกต่างกันมากตามสภาพพื้นผิว (ดิน, หิน, ทราย) และสไตล์การขับขี่ 

ขั้นตอนการตรวจสอบและเติมลมยางมอเตอร์ไซค์อย่างถูกวิธี

เพื่อไม่ให้เสียเวลาอันมีค่า เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์อย่างถูกวิธี จะต้องตรวจสอบหรือมีขั้นตอนการเติมอย่างไรบ้าง พร้อมถึงเคล็ด(ไม่)ลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้คุณเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ได้ง่ายและปลอดภัยที่สุด

เตรียมอุปกรณ์เติมลมยางมอเตอร์ไซค์ที่จำเป็นให้ครบ

ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์คู่ใจให้พร้อมขี่ไปทุกเส้นทาง อันดับแรกก็จะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการเติมลมยางให้พร้อมเสียก่อน ซึ่งมีดังนี้

  • เกจวัดลมยาง (Tire Pressure Gauge)

    มีทั้งแบบดิจิทัลที่อ่านค่าง่ายและมีความแม่นยำสูง กับแบบแอนะล็อกแบบแท่งหรือแบบหน้าปัด โดยเราแนะนำว่าคุณควรเลือกแบบที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อความแม่นยำของค่าที่วัดได้

  • ปั๊มลม (Air Pump / Inflator)

    • ปั๊มลมมือ หรือ ปั๊มลมเท้า: ขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย เหมาะสำหรับปรับลมยางเล็กน้อย หรือใช้ยามฉุกเฉิน 

    • ปั๊มลมไฟฟ้าแบบพกพา (12V): สะดวกสบาย เพียงแค่เสียบเข้ากับช่องจ่ายไฟของรถ หรือคีบแบตเตอรี่ (สำหรับบางรุ่น) เหมาะสำหรับใช้ที่บ้านหรือพกพาไปในทริป 

    • ปั๊มลมไฟฟ้าแบบมีแบตเตอรี่ในตัว: เป็นปั๊มลมขนาดเล็กที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่เพื่อไว้ใช้เติมลมในทุกที่และทุกเมื่อที่ต้องการ แต่สามารถเติมลมได้จำกัด ไม่มากเท่ากับปั๊มลมชนิดอื่นๆ ที่เติมได้เรื่อยๆ 

    • ปั๊มลมไฟฟ้าแบบตั้งพื้น/คอมเพรสเซอร์: เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ในโรงรถ สามารถใช้เติมลมยางได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ 

20190220 อนาเค ฟล ดี3 วา 10 51574 0

ตรวจสอบแรงดันลมยางมอเตอร์ไซค์ขณะที่ยางเย็นเสมอ

ความหมายของยางเย็นคือก่อนที่คุณจะเริ่มขับขี่มอเตอร์ไซค์ในวันนั้น หรือหลังจากจอดรถมาแล้วอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือหลังจากขับขี่มาแล้วไม่เกิน 2-3 กิโลเมตร (เป็นการขับขี่ระยะสั้นๆ ที่ไม่ทำให้ยางเกิดความร้อนมากนัก)

เนื่องจากเมื่อยางมีการเคลื่อนที่หรือถูกับพื้นผิวถนน จะเกิดความร้อนสะสมขึ้น ทำให้แรงดันลมยางภายในสูงขึ้นชั่วคราว หากวัดลมยางขณะที่ยางยังร้อนอยู่ ค่าแรงดันที่ได้อาจจะไม่ใช่ค่าที่แท้จริง และอาจทำให้คุณเติมลมน้อยเกินไปเมื่อยางกลับมาเย็นในอุณหภูมิห้อง

ค่อยๆ เติมลมยางมอเตอร์ไซค์และตรวจสอบสอบเป็นระยะๆ

สำหรับใครที่เลือกใช้วิธีการเติมลมยางแบบอนาล็อกด้วยเกจวัดลมยางกับปั๊มลมทั่วไป คุณสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้ได้เลย เพื่อทำให้มั่นใจว่าแรงดันลมยางที่เติมเข้าไปอยู่ในค่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมอเตอร์ไซค์ของคุณ

  • เริ่มเติมลมยางเข้าไป โดยกดปุ่มหรือคันโยกของปั๊มลม (หรือปั๊มด้วยมือ/เท้า)

  • แนะนว่าอย่าเติมลมรวดเดียว แต่ควรเติมลมเข้าไปทีละน้อย เช่น เติมประมาณ 1-2 วินาทีสำหรับปั๊มไฟฟ้า หรือ 2-3 ครั้งสำหรับปั๊มมือ/เท้า

  • ถอดหัวปั๊มออก แล้วใช้เกจวัดลมยางที่คุณมีตรวจสอบค่าแรงดันเป็นระยะๆ จากนั้นเปรียบเทียบกับค่าที่แนะนำสำหรับล้อนั้นๆ



กรณีที่คุณใช้ปั๊มลมอัตโนมัติที่อยู่ตามสถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มลมไฟฟ้าแบบพกพาที่มีแบตเตอรี่อยู่ในตัว อุปกรณ์เติมลมเหล่านี้จะมาพร้อมกับระบบเติมลมและวัดระดับแรงดันลมยางอัตโนมัติ ที่เพียงกดปุ่มเพื่อเลือกระดับแรงดันลมยางที่ต้องการ จากนั้นระบบจะเติมลมถึงค่าที่ตั้งไว้ แล้วจะมีเสียงดังเตือนให้คุณนำหัวเติมลมยางออก

ควรตรวจสอบแรงระดับแรงดันลมยางมอเตอร์ไซค์บ่อยแค่ไหน

ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์หลายคนคงสงสัยว่าควรตรวจเช็กแรงดันลมยางมอเตอร์คู่ใจบ่อยแค่ไหน คำถามนี้ไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว แต่ต้องดูปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย โดยจะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูไปพร้อมๆ กัน

  1. อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง: สำหรับผู้ที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นประจำก็ควรเช็กลมยางทุกสัปดาห์ เพราะว่าลมในยางรถมอเตอร์ไซค์จะหายไปเองทีละเล็กทีละน้อย แม้ว่าจะไม่มีการรั่วซึมก็ตาม ซึ่งการตรวจสอบทุกสัปดาห์จะช่วยให้คุณรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงและปรับระดับลมยางได้ทันท่วงที
     

  2. ก่อนการเดินทางไกลทุกครั้ง: ไม่ว่าจะเป็นทริปข้ามจังหวัด หรือการเดินทางที่ใช้ระยะเวลานาน คุณควรตรวจสอบแรงดันลมยางก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่ายางอยู่ในสภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการวิ่งระยะไกล ซึ่งจะช่วยเรื่องความปลอดภัย การทรงตัว และความประหยัดน้ำมัน
     

  3. เมื่อไม่ได้ใช้งานนานๆ: หากมอเตอร์ไซค์จอดทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ได้ใช้งาน ก็ควรที่จะตรวจสอบแรงดันลมยางก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง เพราะยางจะสูญเสียลมไปเรื่อยๆ อยู่ตลอดเวลา
     

  4. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายนอกอย่างรวดเร็ว: การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจากร้อนไปเย็น หรือเย็นไปร้อนอย่างฉับพลัน อาจส่งผลต่อแรงดันลมยางภายในได้ ดังนั้นควรตรวจสอบและปรับให้เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องเดินไปทางยังภูเขาสูง หรือพื้นที่ที่มีความแตกต่างของอุณหภูมิสูง

มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร โมโตครอส ควรเติมลมยางเท่าไหร่

 

รถจักรยานยนต์ แบนเนอร์ พื้นหลัง for enduro ac10 ยาง

หากใครเป็นสายลุยทางฝุ่นที่ชอบขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร หรือโมโตครอสเข้าป่าไปสนุกบนเส้นทางออฟโรดเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับแรงดันลมยางที่เหมาะสม เพื่อขจัดปัญหาว่าไม่รู้จะเติมลมยางมอเตอร์ไซค์เท่าไหร่ดีให้หมดไป

สำหรับการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์วิบากเพื่อการขับขี่สไตล์ออฟโรดที่เราจะแนะนำต่อจากนี้ เหมาะสำหรับการใช้งานระยะสั้นๆ ที่ความเร็วต่ำ และมีน้ำหนักบรรทุกน้อย รวมถึงใช้บนพื้นผิวถนนเรียบเท่านั้น หากขับขี่บนถนนเป็นระยะทางไกล คุณควรเพิ่มแรงดันลมยางให้สูงขึ้น และไม่ใช้ค่าแรงดันลมยางที่แนะนำนี้สำหรับการใช้งานบนถนนเป็นเวลานาน เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายตามมาได้


แรงดันลมยางที่ควรเติมให้กับมอเตอร์ไซค์สไตล์ออฟโรดของคุณ

สำหรับแรงดันลมยางของมอเตอร์ไซค์สายวิบากหรือลุยทางฝุ่นที่มิชลินแนะนำนั้นจะขึ้นอยู่กับพื้นผิว สภาพอากาศ และพละกำลังของมอเตอร์ไซค์ ซึ่งจะมีค่าที่บอกให้คุณรู้ว่าควรเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ที่เท่าไหร่บ้างดังต่อไปนี้

รุ่นยางมอเตอร์ไซค์มิชลิน

แรงดันลมยางที่แนะนำ

แรงดันลมยางขั้นต่ำ

ยางหน้า

ยางหลัง

ยางหน้า

ยางหลัง

MICHELIN StarCross 6

0.9 bar (13 PSI) 
0.9 bar (13 PSI) 
0.8 bar (11 PSI) 
0.8 bar (11 PSI) 

MICHELIN StarCross 5

1.2 bar (17 PSI) 
1.2 bar (17 PSI) 
1.0 bar (14 PSI) 
1.0 bar (14 PSI) 

MICHELIN Enduro Xtrem (rear)

0.8 bar (11 PSI)

0.6 bar (8 PSI)

MICHELIN Enduro Medium

1.0 bar (14 PSI) 
1.0 bar (14 PSI) 
0.8 bar (11 PSI) 
0.8 bar (11 PSI) 

MICHELIN Enduro Hard (front)

1.0 bar (14 PSI) 
 
0.8 bar (11 PSI) 
 

MICHELIN Tracker

1.2 bar (17 PSI) 
1.2 bar (17 PSI) 

MICHELIN Desert Race

1.2 bar (17 PSI) 
1.5 bar (21 PSI) 
1.0 bar (14 PSI) 
1.0 bar (14 PSI) 

MICHELIN Desert Race BAJA (rear)

1.2 bar (17 PSI) 
 
1.0 bar (14 PSI) 

MICHELIN Trial Competition

0.39 bar (5 PSI) 
 
0.39 bar (5 PSI) 

MICHELIN Trial Competition X11

0.35 bar (5 PSI) 
 
0.3 bar (4 PSI) 

MICHELIN Trial Light

0.39 bar (5 PSI) 
 
0.39 bar (5 PSI) 


เคล็ดลับของไทรอัล

เทคนิคการติดตั้งยางใน

ปกติแล้วการติดตั้งยางในเป็นอะไรที่ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากหากเผลอกดยางในแรงเกินไปก็อาจทำให้ขอบยาง (bead wires) ขาดได้ ดังนั้นคุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการติดตั้งอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะขั้นตอนการใส่ขอบยางเข้ากับขอบล้อ ที่ต้องทาสารหล่อลื่นที่ยางใน พร้อมกับขึงยางอีกด้านไว้ในร่องขอบล้อให้แน่น รวมถึงห้ามใช้แรงกดกับบริเวณขอบยางมากเกินไป

ขั้นตอนการเติมลมยาง

  • ใช้ยางรองระหว่างขอบยางในกับขอบล้อ: วางยางรอง (rubber ring) ไว้ระหว่างขอบยาง (tire bead) กับขอบล้อ (rim) เพื่อป้องกันการกดทับโดยตรง

  • ใช้สายรัดยาง: รัดสายรัดที่บริเวณแก้มยาง (tire crown) ให้แน่น เพื่อช่วยในการเติมลมยางนำร่องในช่วงแรก


การสึกหรอของยาง

ดอกยางถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ยางมอเตอร์ไซค์สามารถเกาะถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งดอกยางสึกหรอหรือเสื่อมสภาพมากเท่าไร ยางก็จะยิ่งเกาะถนนได้น้อยลงเท่านั้น นั่นจึงเป็นสาเหตุสำคัญว่าทำไมคุณถึงควรตรวจสอบยางมอเตอร์ไซค์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อค้นหาสัญญาณของการสึกหรอที่คุณสามารถยืดอายุการใช้งานของยางให้นานขึ้นกว่าเดิมได้

วิธีการตรวจสอบ:

  • สังเกตด้วยสายตา: วัดความลึกของดอกยางและความสม่ำเสมอของการสึกหรอ

  • แรงดันลมยาง: ส่งผลโดยตรงต่อการสึกหรอของยาง ควรตรวจสอบและเติมลมยางให้ได้ตามค่าที่แนะนำเสมอ


การจำแนกประเภทยางขนาดเดียวกันมี 2 แบบ

คุณควรจำไว้ว่าการจำแนกประเภทยางขนาดเดียวกันมี 2 แบบ

  • การจำแนกแบบเก่า: มิชลิน เอ็นดูโร ดีเซิร์ท เรซ > การกำหนดขนาดของยางขึ้นอยู่กับความกว้างของยางโดยทำการวัดที่ดอกยาง

  • การจำแนกแบบใหม่: มิชลิน สตาร์ครอส แทรคเกอร์ AC10 ไทรอัล > การกำหนดขนาดของยางขึ้นอยู่กับความกว้างของยางโดยทำการวัดที่แก้มยาง


ตัวอย่าง : ยางเอ็นดูโร 140/80-18 สอดคล้องกับยางโมโตครอส 120/90-18 (ดูตารางด้านล่าง)

เอ็นดูโร

มอเตอร์ครอส

90/90-21

80/100-21

120/80-19

100/90-19

130/70-19

110/90-19

120/90-18

100/100-18

130/80-18

110/100-18

140/80-18

120/90-18

ความกว้างของยางมอเตอร์ไซค์โมโตครอสจะวัดที่ฐานของดอกยาง ในขณะที่ความกว้างของยางมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโรจะวัดที่จุดปลายสุดของดอกยาง ซึ่งบ่งบอกถึงระยะกว้างสุดของหน้ายางเส้นนั้น

ค้นหายางที่เหมาะสมกับรถยนต์คุณ
กำลังค้นหายาง
กำลังค้นหายาง

มอเตอร์ไซค์สายสปอร์ตหรือซูเปอร์ไบค์ที่ใช้ขับขี่ในสนามแข่งควรเติมลมยางที่เท่าไหร่?

 

cjfv2czzk0quu0hqmoe06o7xz moto banner bg circuit3 tyres full

ได้ชื่อว่าการแข่งขันแล้วทุกปัจจัยที่เกิดขึ้นบนสนามแข่งล้วนส่งผลต่อชัยชนะไม่มากก็น้อย โดยแรงดันลมยางที่ถูกต้องก็นับเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สปอร์ตไบค์หรือซูเปอร์ไบค์ที่จะลงชิงชัยในสนาม สามารถถ่ายทอดสมรรถนะของเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน และระบบช่วงล่างให้ออกมาได้เต็มสมรรถนะ ดังนั้นคุณควรตั้งเติมแรงดันลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ และต้องเหมาะสมยางที่คุณเลือกใช้กับมอเตอร์ไซค์


รุ่นยางมอเตอร์ไซค์มิชลิน

แรงดันลมยางขั้นต่ำที่แนะนำสำหรับอุณหภูมิห้อง

แรงดันลมยางที่แนะนำขณะที่ยางร้อน

 
ยางหน้า 
ยางหลัง 
ยางหน้า 
ยางหลัง 
MICHELIN Power Performance 
2.1 bar (30 PSI) 
1.3 bar (18 PSI) 
2.3-2.5 bar (33-36 PSI) 
1.5-1.7 bar (21-24 PSI) 
MICHELIN Power Slick 2 
2.1 bar (30 PSI) 
1.5 bar (21 PSI) 
2.4 bar (34 PSI) 
1.7 bar (24 PSI) 
MICHELIN Power Cup 2 (3) 
2.1 bar (30 PSI) 
1.5 bar (21 PSI) 
2.4 bar (34 PSI) 
1.7 bar (24 PSI) 
MICHELIN Power Cup Evo (3) 
2.1 bar (30 PSI) 
1.5 bar (21 PSI) 
2.4 bar (34 PSI) 
1.7 bar (24 PSI) 
MICHELIN Power Rain - พื้นแห้ง 
2.3 bar (33 PSI) 
1.8 bar (26 PSI) 
 
 
MICHELIN Power Rain - พื้นเปียก 
2.4 bar (34 PSI) 
2.2 bar (31 PSI) 
 
 
MICHELIN Power Rain - พื้นเต็มไปด้วยน้ำ 
2.4 bar (34 PSI) 
2.4 bar (34 PSI) 
 
 
MICHELIN Power SuperMoto 
1.7-1.8 bar (26 PSI) 
1.5-1.6 bar (23 PSI) 
1.9-2.0 bar (29 PSI) 
1.7-1.8 bar (27 PSI) 
MICHELIN Power SuperMoto Rain - พื้นแห้ง 
2.3 bar (33 PSI) 
1.8 bar (26 PSI) 
 
 
MICHELIN Power SuperMoto Rain - พื้นเปียก 
2.4 bar (34 PSI) 
2.2 bar (31 PSI) 
 
 
MICHELIN Power SuperMoto Rain - พื้นเต็มไปด้วยน้ำ 
2.4 bar (34 PSI) 
2.4 bar (34 PSI) 
 
 
MICHELIN Power GP2 (3) 
2.1 bar (30 PSI) 
1.9 bar (27 PSI) 
 
 


(1) เติมลมยางที่อุณหภูมิห้องก่อนการขับขี่ครั้งแรกหรือก่อนติดตั้งเครื่องอุ่นล้อยาง

(2) มิชลินแนะนำให้ตั้งอุณหภูมิเครื่องอุ่นล้อยางไว้ที่ 90 องศาเซลเซียส

(3) หลังจากขับขี่บนสนามแข่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่คุณจะนำมอเตอร์ไซค์กลับมาขับขี่บนท้องถนน คุณจะต้องปรับแรงดันลมยางในขณะที่ยางเย็นลงจนมาอยู่ในอุณหภูมิห้องตามค่าที่ผู้ผลิตแนะนำทุกครั้ง
 

สำหรับผู้ขับขี่ที่เข้าแข่งขันในกลุ่ม มิชลิน พาวเวอร์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ ทีมเทคนิคของมิชลินสามารถให้คำแนะนำได้ทันทีเกี่ยวกับการปรับ ความดันลมยางรถมอเตอร์ไซค์ โดยขึ้นอยู่กับ:

  • อุณหภูมิอากาศ/สนามแข่ง

  • พื้นผิวที่หยาบของสนามแข่ง

  • ระดับทักษะของผู้ขับขี่

วิธีการใช้เครื่องอุ่นล้อยางอย่างถูกต้อง

การตั้งค่าแรงดันลมยาง:

  • ก่อนใช้งานครั้งแรก: แรงดันลมยางที่ตั้งไว้ที่อุณหภูมิปกติ ควรเท่ากับตอนที่คุณยังไม่ได้ใช้เครื่องอุ่นยาง

  • ข้อดีของเครื่องอุ่นยาง: ช่วยให้ยางร้อนถึงอุณหภูมิการทำงานได้เร็วขึ้น และ ห้าม ใช้เครื่องอุ่นยางเพื่อเริ่มต้นด้วยแรงดันลมยางที่ต่ำกว่า

  • วัตถุประสงค์หลัก:

    • ลดระยะเวลาในการวอร์มอัปยางก่อนการขี่จริงในสนาม

    • ยางร้อนถึงอุณหภูมิการทำงานที่เหมาะสม (optimum operating pressure) เร็วขึ้น

การใช้งานเครื่องอุ่นยาง:

  • อุณหภูมิ: อุ่นยางที่ 90 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนขี่ครั้งแรก 

  • ยาง Supermoto Slick: ห้ามใช้เครื่องอุ่นยางที่อุณหภูมิเกิน 70-80 องศาเซลเซียส 

  • สภาพอากาศหนาว: อุ่นยางที่ 90 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนขี่ครั้งแรก

    • ไม่ควรตั้งค่าอุณหภูมิเครื่องอุ่นยางสูงเกินไป

    • ยิ่งอากาศหนาว ยิ่งควรตั้งค่าอุณหภูมิเครื่องอุ่นยางต่ำลง เพื่อป้องกันยางเย็นลง ขณะขี่

    • ยางที่เย็นลงขณะขี่ อาจส่งผลต่อการควบคุมรถ และประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน

  • ยาง MICHELIN Power Rain: ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องอุ่นยาง แต่ถ้าใช้ ควรตั้งค่าอุณหภูมิที่ 40 องศาเซลเซียส

หมายเหตุ:

  • คำแนะนำแรงดันลมยางเหล่านี้ใช้สำหรับการขับขี่ในสนามแข่งเท่านั้น

  • สำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไป ควรใช้แรงดันลมยางตามคำแนะนำของผู้ผลิตยาง

  • สำหรับยางสนามแข่งที่อนุญาตให้ใช้บนถนนทั่วไป หรือยางถนนทั่วไปที่ใช้ในสนามแข่งเป็นครั้งคราว หลังจากใช้ในสนามแข่ง คุณจะต้องปรับแรงดันลมยางให้กลับสู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไป

เนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขับขี่และดูแลรักษารถมอเตอร์ไซค์ สกู๊ตเตอร์ รถทัวริง เอ็นดูโร และอื่นๆ