ทำไมการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสมถึงเป็นเรื่องสำคัญ
หากคุณละเลยการตรวจสอบและปรับแรงดันลมยางมอเตอร์ไซค์เป็นประจำ จะเพิ่มความเสี่ยงที่โครงสร้างยางจะเสียหายและรั่วซึมง่ายขึ้น เพื่อช่วยให้คุณสามารถดูแลรถสองล้อคู่ใจได้อย่างถูกต้อง บทความนี้จะมอบคำแนะนำที่เข้าใจง่ายๆ ว่าควรคุณเติมลมยางรถมอเตอร์ไซค์ Honda, Yamaha, และยี่ห้ออื่นๆ เท่าไรดีถึงจะเหมาะสมกับการขับขี่มากที่สุด
การเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ให้ถูกต้องและเหมาะสม ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเล็กน้อยที่คุณจะมองข้ามไปได้ แต่เป็นหัวใจสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การขับขี่โดยรวมของคุณ ทั้งในด้านความปลอดภัย สมรรถนะ และความคุ้มค่า รวมถึงเป็นอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการสึกหรอของดอกยางมอเตอร์ไซค์ด้วย นี่คือเหตุผลหลักว่าทำไมคุณจึงควรให้ความสำคัญกับการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ให้เหมาะสมอยู่เสมอ
เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่: ลมยางที่เหมาะสมจะช่วยให้ยางสามารถสัมผัสพื้นถนนได้อย่างเต็มหน้าสัมผัส ส่งผลให้มีการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นบนทางตรงหรือในขณะเข้าโค้ง ทำให้รถมีเสถียรภาพและควบคุมได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้การเบรกทำงานได้อย่างเต็มที่ ลดระยะเบรก และเพิ่มความมั่นใจในการหยุดรถฉุกเฉิน
ดึงสมรรถนะของรถได้เต็มที่: เมื่อลมยางอยู่ในระดับที่เหมาะสม ยางจะทำงานได้อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้คุณสัมผัสได้ถึงการบังคับควบคุมที่แม่นยำและการตอบสนองของรถที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเลน การพลิกรถเข้าโค้ง หรือการขับขี่ด้วยความเร็วต่างๆ คุณจะรู้สึกเชื่อมโยงกับรถมากขึ้นและควบคุมได้อย่างใจ
ยืดอายุการใช้งานของยาง: การเติมลมยางที่ไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ยางสึกหรอผิดปกติ เช่น ลมยางอ่อนไปจะทำให้ขอบยางสึกหรอเร็ว หรือลมยางแข็งไปจะทำให้กลางหน้ายางสึกหรอเร็วกว่าปกติ การรักษาแรงดันลมยางให้เหมาะสมจะช่วยลดการสึกหรอผิดปกติและป้องกันความเสียหายของโครงสร้างยาง ทำให้ยางมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยให้เปลืองเงิน
ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง: ยางที่มีลมยางอ่อนจะทำให้หน้ายางบิดตัวเสียรูปทรงในขณะหมุน เกิด แรงต้านทานการหมุนของยางสูงขึ้น เครื่องยนต์จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อเอาชนะภาระที่เกิดขึ้น ส่งผลให้มีการสิ้นเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ ดังนั้นการเติมลมยางที่เหมาะสมจึงเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าน้ำมันได้ในทุกการเดินทาง
อันตรายที่อาจเกิดขึ้นเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ไม่ถูกต้อง
หลายคนที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ในชีวิตประจำวันอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า แรงดันลมยางที่เติมเข้าไปในยางรถมอเตอร์ไซค์นั้น เป็นมากกว่าแค่การทำให้รถสองล้อคู่ใจของคุณวิ่งไปถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย แน่นอนว่าการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ที่ไม่เหมาะสมประเภทของรถ อาจส่งผลเสียต่างๆ ตามมาดังนี้
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเติมลมยางรถมอเตอร์ไซค์ยางอ่อนเกินไป
ยางรถมอเตอร์ไซค์สึกหรอผิดปกติที่บริเวณขอบยาง และเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
เกิดความร้อนสะสมในยางสูง เสี่ยงทำให้ยางรถมอเตอร์ไซค์ระเบิดได้ง่ายขึ้น
การควบคุมรถไม่แม่นยำ การเข้าโค้งทำได้ไม่มั่นคง และมีระยะเบรกยาวขึ้น
สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น เพราะรถต้องใช้พละกำลังมากกว่าเดิมเพื่อเร่งเครื่อง
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเติมลมยางรถมอเตอร์ไซค์ยางแข็งเกินไป
ยางสึกหรอผิดปกติ (สึกหรอตรงกลางหน้ายาง)
การยึดเกาะถนนลดลง โดยเฉพาะบนพื้นผิวที่เปียกหรือขรุขระ
ลดความนุ่มนวลในการขับขี่ สัมผัสแรงสั่นสะเทือนมากขึ้น
เสี่ยงต่อการเสียหายของยางจากการกระแทก เช่น ตกหลุม
รถมอเตอร์ไซค์ Honda, Yamaha, และยี่ห้ออื่นๆ ควรเติมลมยางเท่าไรดี
ประเภทมอเตอร์ไซค์ | ยี่ห้อ/รุ่นรถ | แรงดันลมยางหน้า (psi) (ขับคนเดียว) | แรงดันลมยางหลัง (psi) (ขับคนเดียว) | หมายเหตุ |
รถครอบครัว | Honda Wave 110i, Honda Click, Honda Scoopy i, Yamaha Grand Filano, Yamaha Fino, Suzuki Smash | 28 - 30 | 31 - 33 | เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไป แต่หากมีผู้ซ้อนท้ายหรือบรรทุกของหนัก ควรเพิ่มลมยางหลังประมาณ 2-4 psi |
รถสกู๊ตเตอร์ | Honda PCX, Honda Forza, Yamaha NMAX, Yamaha Aerox, GPX Drone, Vespa | 29 - 32 | 33 - 36 | เน้นความนุ่มนวลและคล่องตัว หากมีผู้ซ้อนท้ายหรือบรรทุกของหนัก ควรเพิ่มลมยางหลังประมาณ 2-4 psi |
รถสปอร์ต / Naked (ไม่เกิน 400cc) | Honda CBR150R/300R, Yamaha R15/MT-15, Kawasaki Ninja 250/400, Suzuki GSX-R150 | 29 - 32 | 36 - 40 | เน้นสมรรถนะการเข้าโค้ง ปรับเพิ่ม/ลดเล็กน้อยได้ตามสไตล์การขับขี่ |
รถสปอร์ต / Naked / Big Bike (400cc ขึ้นไป) | Honda CB500X/CBR650R, Yamaha MT-07/Tenere 700, Kawasaki Z900/Versys 650, Suzuki GSX-S750 | 32 - 36 | 36 - 42 | สมรรถนะสูง รับน้ำหนักได้ดี อาจแตกต่างกันไปมากตามรุ่นย่อยและปี โปรดดูคู่มือเป็นหลัก หากมีผู้ซ้อนท้าย/บรรทุกของ ควรเพิ่มลมยางหลังตามคำแนะนำผู้ผลิต |
รถวิบาก / Off-Road | Honda CRF250L, Kawasaki KLX150/230 | 18 - 25 | 18 - 28 | เน้นการยึดเกาะในเส้นทางทุรกันดารค่าลมยางแตกต่างกันมากตามสภาพพื้นผิว (ดิน, หิน, ทราย) และสไตล์การขับขี่ |
ขั้นตอนการตรวจสอบและเติมลมยางมอเตอร์ไซค์อย่างถูกวิธี
เพื่อไม่ให้เสียเวลาอันมีค่า เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่าการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์อย่างถูกวิธี จะต้องตรวจสอบหรือมีขั้นตอนการเติมอย่างไรบ้าง พร้อมถึงเคล็ด(ไม่)ลับเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยให้คุณเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ได้ง่ายและปลอดภัยที่สุด
เตรียมอุปกรณ์เติมลมยางมอเตอร์ไซค์ที่จำเป็นให้ครบ
ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์คู่ใจให้พร้อมขี่ไปทุกเส้นทาง อันดับแรกก็จะต้องจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการเติมลมยางให้พร้อมเสียก่อน ซึ่งมีดังนี้
เกจวัดลมยาง (Tire Pressure Gauge)
มีทั้งแบบดิจิทัลที่อ่านค่าง่ายและมีความแม่นยำสูง กับแบบแอนะล็อกแบบแท่งหรือแบบหน้าปัด โดยเราแนะนำว่าคุณควรเลือกแบบที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อความแม่นยำของค่าที่วัดได้
ปั๊มลม (Air Pump / Inflator)
ปั๊มลมมือ หรือ ปั๊มลมเท้า: ขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย เหมาะสำหรับปรับลมยางเล็กน้อย หรือใช้ยามฉุกเฉิน
ปั๊มลมไฟฟ้าแบบพกพา (12V): สะดวกสบาย เพียงแค่เสียบเข้ากับช่องจ่ายไฟของรถ หรือคีบแบตเตอรี่ (สำหรับบางรุ่น) เหมาะสำหรับใช้ที่บ้านหรือพกพาไปในทริป
ปั๊มลมไฟฟ้าแบบมีแบตเตอรี่ในตัว: เป็นปั๊มลมขนาดเล็กที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่เพื่อไว้ใช้เติมลมในทุกที่และทุกเมื่อที่ต้องการ แต่สามารถเติมลมได้จำกัด ไม่มากเท่ากับปั๊มลมชนิดอื่นๆ ที่เติมได้เรื่อยๆ
ปั๊มลมไฟฟ้าแบบตั้งพื้น/คอมเพรสเซอร์: เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นที่ในโรงรถ สามารถใช้เติมลมยางได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ตรวจสอบแรงดันลมยางมอเตอร์ไซค์ขณะที่ยางเย็นเสมอ
ความหมายของยางเย็นคือก่อนที่คุณจะเริ่มขับขี่มอเตอร์ไซค์ในวันนั้น หรือหลังจากจอดรถมาแล้วอย่างน้อย 3 ชั่วโมง หรือหลังจากขับขี่มาแล้วไม่เกิน 2-3 กิโลเมตร (เป็นการขับขี่ระยะสั้นๆ ที่ไม่ทำให้ยางเกิดความร้อนมากนัก)
เนื่องจากเมื่อยางมีการเคลื่อนที่หรือถูกับพื้นผิวถนน จะเกิดความร้อนสะสมขึ้น ทำให้แรงดันลมยางภายในสูงขึ้นชั่วคราว หากวัดลมยางขณะที่ยางยังร้อนอยู่ ค่าแรงดันที่ได้อาจจะไม่ใช่ค่าที่แท้จริง และอาจทำให้คุณเติมลมน้อยเกินไปเมื่อยางกลับมาเย็นในอุณหภูมิห้อง
ค่อยๆ เติมลมยางมอเตอร์ไซค์และตรวจสอบสอบเป็นระยะๆ
สำหรับใครที่เลือกใช้วิธีการเติมลมยางแบบอนาล็อกด้วยเกจวัดลมยางกับปั๊มลมทั่วไป คุณสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้ได้เลย เพื่อทำให้มั่นใจว่าแรงดันลมยางที่เติมเข้าไปอยู่ในค่าที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมอเตอร์ไซค์ของคุณ
เริ่มเติมลมยางเข้าไป โดยกดปุ่มหรือคันโยกของปั๊มลม (หรือปั๊มด้วยมือ/เท้า)
แนะนว่าอย่าเติมลมรวดเดียว แต่ควรเติมลมเข้าไปทีละน้อย เช่น เติมประมาณ 1-2 วินาทีสำหรับปั๊มไฟฟ้า หรือ 2-3 ครั้งสำหรับปั๊มมือ/เท้า
ถอดหัวปั๊มออก แล้วใช้เกจวัดลมยางที่คุณมีตรวจสอบค่าแรงดันเป็นระยะๆ จากนั้นเปรียบเทียบกับค่าที่แนะนำสำหรับล้อนั้นๆ
กรณีที่คุณใช้ปั๊มลมอัตโนมัติที่อยู่ตามสถานีบริการน้ำมัน หรือปั๊มลมไฟฟ้าแบบพกพาที่มีแบตเตอรี่อยู่ในตัว อุปกรณ์เติมลมเหล่านี้จะมาพร้อมกับระบบเติมลมและวัดระดับแรงดันลมยางอัตโนมัติ ที่เพียงกดปุ่มเพื่อเลือกระดับแรงดันลมยางที่ต้องการ จากนั้นระบบจะเติมลมถึงค่าที่ตั้งไว้ แล้วจะมีเสียงดังเตือนให้คุณนำหัวเติมลมยางออก
ควรตรวจสอบแรงระดับแรงดันลมยางมอเตอร์ไซค์บ่อยแค่ไหน
ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์หลายคนคงสงสัยว่าควรตรวจเช็กแรงดันลมยางมอเตอร์คู่ใจบ่อยแค่ไหน คำถามนี้ไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว แต่ต้องดูปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย โดยจะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูไปพร้อมๆ กัน
อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง: สำหรับผู้ที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นประจำก็ควรเช็กลมยางทุกสัปดาห์ เพราะว่าลมในยางรถมอเตอร์ไซค์จะหายไปเองทีละเล็กทีละน้อย แม้ว่าจะไม่มีการรั่วซึมก็ตาม ซึ่งการตรวจสอบทุกสัปดาห์จะช่วยให้คุณรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงและปรับระดับลมยางได้ทันท่วงที
ก่อนการเดินทางไกลทุกครั้ง: ไม่ว่าจะเป็นทริปข้ามจังหวัด หรือการเดินทางที่ใช้ระยะเวลานาน คุณควรตรวจสอบแรงดันลมยางก่อนออกเดินทางเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่ายางอยู่ในสภาพที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการวิ่งระยะไกล ซึ่งจะช่วยเรื่องความปลอดภัย การทรงตัว และความประหยัดน้ำมัน
เมื่อไม่ได้ใช้งานนานๆ: หากมอเตอร์ไซค์จอดทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ได้ใช้งาน ก็ควรที่จะตรวจสอบแรงดันลมยางก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง เพราะยางจะสูญเสียลมไปเรื่อยๆ อยู่ตลอดเวลา
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายนอกอย่างรวดเร็ว: การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจากร้อนไปเย็น หรือเย็นไปร้อนอย่างฉับพลัน อาจส่งผลต่อแรงดันลมยางภายในได้ ดังนั้นควรตรวจสอบและปรับให้เหมาะสม โดยเฉพาะเมื่อคุณต้องเดินไปทางยังภูเขาสูง หรือพื้นที่ที่มีความแตกต่างของอุณหภูมิสูง
มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร โมโตครอส ควรเติมลมยางเท่าไหร่

หากใครเป็นสายลุยทางฝุ่นที่ชอบขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร หรือโมโตครอสเข้าป่าไปสนุกบนเส้นทางออฟโรดเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับแรงดันลมยางที่เหมาะสม เพื่อขจัดปัญหาว่าไม่รู้จะเติมลมยางมอเตอร์ไซค์เท่าไหร่ดีให้หมดไป
สำหรับการเติมลมยางมอเตอร์ไซค์วิบากเพื่อการขับขี่สไตล์ออฟโรดที่เราจะแนะนำต่อจากนี้ เหมาะสำหรับการใช้งานระยะสั้นๆ ที่ความเร็วต่ำ และมีน้ำหนักบรรทุกน้อย รวมถึงใช้บนพื้นผิวถนนเรียบเท่านั้น หากขับขี่บนถนนเป็นระยะทางไกล คุณควรเพิ่มแรงดันลมยางให้สูงขึ้น และไม่ใช้ค่าแรงดันลมยางที่แนะนำนี้สำหรับการใช้งานบนถนนเป็นเวลานาน เพราะอาจก่อให้เกิดอันตรายตามมาได้
แรงดันลมยางที่ควรเติมให้กับมอเตอร์ไซค์สไตล์ออฟโรดของคุณ
สำหรับแรงดันลมยางของมอเตอร์ไซค์สายวิบากหรือลุยทางฝุ่นที่มิชลินแนะนำนั้นจะขึ้นอยู่กับพื้นผิว สภาพอากาศ และพละกำลังของมอเตอร์ไซค์ ซึ่งจะมีค่าที่บอกให้คุณรู้ว่าควรเติมลมยางมอเตอร์ไซค์ที่เท่าไหร่บ้างดังต่อไปนี้
รุ่นยางมอเตอร์ไซค์มิชลิน | แรงดันลมยางที่แนะนำ | แรงดันลมยางขั้นต่ำ | ||
|---|---|---|---|---|
ยางหน้า | ยางหลัง | ยางหน้า | ยางหลัง | |
MICHELIN StarCross 6 | 0.9 bar (13 PSI) | 0.9 bar (13 PSI) | 0.8 bar (11 PSI) | 0.8 bar (11 PSI) |
MICHELIN StarCross 5 | 1.2 bar (17 PSI) | 1.2 bar (17 PSI) | 1.0 bar (14 PSI) | 1.0 bar (14 PSI) |
MICHELIN Enduro Xtrem (rear) | 0.8 bar (11 PSI) | 0.6 bar (8 PSI) | ||
MICHELIN Enduro Medium | 1.0 bar (14 PSI) | 1.0 bar (14 PSI) | 0.8 bar (11 PSI) | 0.8 bar (11 PSI) |
MICHELIN Enduro Hard (front) | 1.0 bar (14 PSI) | 0.8 bar (11 PSI) | ||
MICHELIN Tracker | 1.2 bar (17 PSI) | 1.2 bar (17 PSI) | ||
MICHELIN Desert Race | 1.2 bar (17 PSI) | 1.5 bar (21 PSI) | 1.0 bar (14 PSI) | 1.0 bar (14 PSI) |
MICHELIN Desert Race BAJA (rear) | 1.2 bar (17 PSI) | 1.0 bar (14 PSI) | ||
MICHELIN Trial Competition | 0.39 bar (5 PSI) | 0.39 bar (5 PSI) | ||
MICHELIN Trial Competition X11 | 0.35 bar (5 PSI) | 0.3 bar (4 PSI) | ||
MICHELIN Trial Light | 0.39 bar (5 PSI) | 0.39 bar (5 PSI) | ||
เคล็ดลับของไทรอัล
เทคนิคการติดตั้งยางใน
ปกติแล้วการติดตั้งยางในเป็นอะไรที่ทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากหากเผลอกดยางในแรงเกินไปก็อาจทำให้ขอบยาง (bead wires) ขาดได้ ดังนั้นคุณควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการติดตั้งอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะขั้นตอนการใส่ขอบยางเข้ากับขอบล้อ ที่ต้องทาสารหล่อลื่นที่ยางใน พร้อมกับขึงยางอีกด้านไว้ในร่องขอบล้อให้แน่น รวมถึงห้ามใช้แรงกดกับบริเวณขอบยางมากเกินไป
ขั้นตอนการเติมลมยาง
ใช้ยางรองระหว่างขอบยางในกับขอบล้อ: วางยางรอง (rubber ring) ไว้ระหว่างขอบยาง (tire bead) กับขอบล้อ (rim) เพื่อป้องกันการกดทับโดยตรง
ใช้สายรัดยาง: รัดสายรัดที่บริเวณแก้มยาง (tire crown) ให้แน่น เพื่อช่วยในการเติมลมยางนำร่องในช่วงแรก
การสึกหรอของยาง
ดอกยางถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ยางมอเตอร์ไซค์สามารถเกาะถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งดอกยางสึกหรอหรือเสื่อมสภาพมากเท่าไร ยางก็จะยิ่งเกาะถนนได้น้อยลงเท่านั้น นั่นจึงเป็นสาเหตุสำคัญว่าทำไมคุณถึงควรตรวจสอบยางมอเตอร์ไซค์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อค้นหาสัญญาณของการสึกหรอที่คุณสามารถยืดอายุการใช้งานของยางให้นานขึ้นกว่าเดิมได้
วิธีการตรวจสอบ:
สังเกตด้วยสายตา: วัดความลึกของดอกยางและความสม่ำเสมอของการสึกหรอ
แรงดันลมยาง: ส่งผลโดยตรงต่อการสึกหรอของยาง ควรตรวจสอบและเติมลมยางให้ได้ตามค่าที่แนะนำเสมอ
การจำแนกประเภทยางขนาดเดียวกันมี 2 แบบ
คุณควรจำไว้ว่าการจำแนกประเภทยางขนาดเดียวกันมี 2 แบบ
การจำแนกแบบเก่า: มิชลิน เอ็นดูโร ดีเซิร์ท เรซ > การกำหนดขนาดของยางขึ้นอยู่กับความกว้างของยางโดยทำการวัดที่ดอกยาง
การจำแนกแบบใหม่: มิชลิน สตาร์ครอส แทรคเกอร์ AC10 ไทรอัล > การกำหนดขนาดของยางขึ้นอยู่กับความกว้างของยางโดยทำการวัดที่แก้มยาง
ตัวอย่าง : ยางเอ็นดูโร 140/80-18 สอดคล้องกับยางโมโตครอส 120/90-18 (ดูตารางด้านล่าง)
เอ็นดูโร | มอเตอร์ครอส |
90/90-21 | 80/100-21 |
120/80-19 | 100/90-19 |
130/70-19 | 110/90-19 |
120/90-18 | 100/100-18 |
130/80-18 | 110/100-18 |
140/80-18 | 120/90-18 |
ความกว้างของยางมอเตอร์ไซค์โมโตครอสจะวัดที่ฐานของดอกยาง ในขณะที่ความกว้างของยางมอเตอร์ไซค์เอ็นดูโรจะวัดที่จุดปลายสุดของดอกยาง ซึ่งบ่งบอกถึงระยะกว้างสุดของหน้ายางเส้นนั้น
มอเตอร์ไซค์สายสปอร์ตหรือซูเปอร์ไบค์ที่ใช้ขับขี่ในสนามแข่งควรเติมลมยางที่เท่าไหร่?

ได้ชื่อว่าการแข่งขันแล้วทุกปัจจัยที่เกิดขึ้นบนสนามแข่งล้วนส่งผลต่อชัยชนะไม่มากก็น้อย โดยแรงดันลมยางที่ถูกต้องก็นับเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ช่วยให้สปอร์ตไบค์หรือซูเปอร์ไบค์ที่จะลงชิงชัยในสนาม สามารถถ่ายทอดสมรรถนะของเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน และระบบช่วงล่างให้ออกมาได้เต็มสมรรถนะ ดังนั้นคุณควรตั้งเติมแรงดันลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่ และต้องเหมาะสมยางที่คุณเลือกใช้กับมอเตอร์ไซค์
| แรงดันลมยางขั้นต่ำที่แนะนำสำหรับอุณหภูมิห้อง | แรงดันลมยางที่แนะนำขณะที่ยางร้อน | ||
|---|---|---|---|---|
ยางหน้า | ยางหลัง | ยางหน้า | ยางหลัง | |
MICHELIN Power Performance | 2.1 bar (30 PSI) | 1.3 bar (18 PSI) | 2.3-2.5 bar (33-36 PSI) | 1.5-1.7 bar (21-24 PSI) |
MICHELIN Power Slick 2 | 2.1 bar (30 PSI) | 1.5 bar (21 PSI) | 2.4 bar (34 PSI) | 1.7 bar (24 PSI) |
MICHELIN Power Cup 2 (3) | 2.1 bar (30 PSI) | 1.5 bar (21 PSI) | 2.4 bar (34 PSI) | 1.7 bar (24 PSI) |
MICHELIN Power Cup Evo (3) | 2.1 bar (30 PSI) | 1.5 bar (21 PSI) | 2.4 bar (34 PSI) | 1.7 bar (24 PSI) |
MICHELIN Power Rain - พื้นแห้ง | 2.3 bar (33 PSI) | 1.8 bar (26 PSI) | ||
MICHELIN Power Rain - พื้นเปียก | 2.4 bar (34 PSI) | 2.2 bar (31 PSI) | ||
MICHELIN Power Rain - พื้นเต็มไปด้วยน้ำ | 2.4 bar (34 PSI) | 2.4 bar (34 PSI) | ||
MICHELIN Power SuperMoto | 1.7-1.8 bar (26 PSI) | 1.5-1.6 bar (23 PSI) | 1.9-2.0 bar (29 PSI) | 1.7-1.8 bar (27 PSI) |
MICHELIN Power SuperMoto Rain - พื้นแห้ง | 2.3 bar (33 PSI) | 1.8 bar (26 PSI) | ||
MICHELIN Power SuperMoto Rain - พื้นเปียก | 2.4 bar (34 PSI) | 2.2 bar (31 PSI) | ||
MICHELIN Power SuperMoto Rain - พื้นเต็มไปด้วยน้ำ | 2.4 bar (34 PSI) | 2.4 bar (34 PSI) | ||
MICHELIN Power GP2 (3) | 2.1 bar (30 PSI) | 1.9 bar (27 PSI) | ||
(1) เติมลมยางที่อุณหภูมิห้องก่อนการขับขี่ครั้งแรกหรือก่อนติดตั้งเครื่องอุ่นล้อยาง
(2) มิชลินแนะนำให้ตั้งอุณหภูมิเครื่องอุ่นล้อยางไว้ที่ 90 องศาเซลเซียส
(3) หลังจากขับขี่บนสนามแข่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่คุณจะนำมอเตอร์ไซค์กลับมาขับขี่บนท้องถนน คุณจะต้องปรับแรงดันลมยางในขณะที่ยางเย็นลงจนมาอยู่ในอุณหภูมิห้องตามค่าที่ผู้ผลิตแนะนำทุกครั้ง
สำหรับผู้ขับขี่ที่เข้าแข่งขันในกลุ่ม มิชลิน พาวเวอร์ เพอร์ฟอร์แมนซ์ ทีมเทคนิคของมิชลินสามารถให้คำแนะนำได้ทันทีเกี่ยวกับการปรับ ความดันลมยางรถมอเตอร์ไซค์ โดยขึ้นอยู่กับ:
อุณหภูมิอากาศ/สนามแข่ง
พื้นผิวที่หยาบของสนามแข่ง
ระดับทักษะของผู้ขับขี่
วิธีการใช้เครื่องอุ่นล้อยางอย่างถูกต้อง
การตั้งค่าแรงดันลมยาง:
ก่อนใช้งานครั้งแรก: แรงดันลมยางที่ตั้งไว้ที่อุณหภูมิปกติ ควรเท่ากับตอนที่คุณยังไม่ได้ใช้เครื่องอุ่นยาง
ข้อดีของเครื่องอุ่นยาง: ช่วยให้ยางร้อนถึงอุณหภูมิการทำงานได้เร็วขึ้น และ ห้าม ใช้เครื่องอุ่นยางเพื่อเริ่มต้นด้วยแรงดันลมยางที่ต่ำกว่า
วัตถุประสงค์หลัก:
ลดระยะเวลาในการวอร์มอัปยางก่อนการขี่จริงในสนาม
ยางร้อนถึงอุณหภูมิการทำงานที่เหมาะสม (optimum operating pressure) เร็วขึ้น
การใช้งานเครื่องอุ่นยาง:
อุณหภูมิ: อุ่นยางที่ 90 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนขี่ครั้งแรก
ยาง Supermoto Slick: ห้ามใช้เครื่องอุ่นยางที่อุณหภูมิเกิน 70-80 องศาเซลเซียส
สภาพอากาศหนาว: อุ่นยางที่ 90 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนขี่ครั้งแรก
ไม่ควรตั้งค่าอุณหภูมิเครื่องอุ่นยางสูงเกินไป
ยิ่งอากาศหนาว ยิ่งควรตั้งค่าอุณหภูมิเครื่องอุ่นยางต่ำลง เพื่อป้องกันยางเย็นลง ขณะขี่
ยางที่เย็นลงขณะขี่ อาจส่งผลต่อการควบคุมรถ และประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน
ยาง MICHELIN Power Rain: ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องอุ่นยาง แต่ถ้าใช้ ควรตั้งค่าอุณหภูมิที่ 40 องศาเซลเซียส
หมายเหตุ:
คำแนะนำแรงดันลมยางเหล่านี้ใช้สำหรับการขับขี่ในสนามแข่งเท่านั้น
สำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไป ควรใช้แรงดันลมยางตามคำแนะนำของผู้ผลิตยาง
สำหรับยางสนามแข่งที่อนุญาตให้ใช้บนถนนทั่วไป หรือยางถนนทั่วไปที่ใช้ในสนามแข่งเป็นครั้งคราว หลังจากใช้ในสนามแข่ง คุณจะต้องปรับแรงดันลมยางให้กลับสู่ในระดับที่เหมาะสมสำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไป


