MICHELIN e.Primacy
ยาง MICHELIN e.Primacy ยางรักษ์โลกสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดที่เน้นประสบการณ์ขับขี่แบบพรีเมียม
- ได้รับการพัฒนาและออกแบบเพื่อรถพลังงานไฟฟ้าและไฮบริดโดยเฉพาะ
- ลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซ CO2 (1)(2)
- เพิ่มระยะการใช้งานแบตเตอรี่(2)(3)
- อายุการใช้งานยาวนาน(4) ลดปริมาณขยะ
- ปลอดภัย มั่นใจตั้งแต่วันแรกที่ใช้จนถึงวันที่เปลี่ยนยางรอบถัดไป
- นุ่มเงียบ ตามสไตล์ยางมิชลิน ช่วยยกระดับประสบการณ์ขับขี่รถไฟฟ้าอย่างแท้จริง
MICHELIN

ประโยชน์หลักสำหรับ MICHELIN ยาง e.Primacy
ลดการใช้พลังงาน และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)(1)(2)(3)
ยาง MICHELIN e.PRIMACY มีประสิทธิภาพต้านแรงต้านทานการหมุนของล้ออยู่ในระดับ AAA ซึ่งเหนือกว่าค่าเฉลี่ยยางคู่แข่งชั้นนำ 29.1%(3) ช่วยให้ลดการสิ้นเปลืองพลังงานสูงถึง 9.7%(1)(2),สูตรเนื้อยาง Energy Passive Compound ที่ใช้อีลาสโตเมอร์ที่มีความยึดหยุ่นสูงเป็นพิเศษ ช่วยให้อีลาสโตเมอร์สามารถเชื่อมกับสารเติมเสริมแรง(Filler) ได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้การกระจายพลังงานภายในยางทำได้ดี แรงต้านทานการหมุนของล้อและการสิ้นเปลืองพลังงานจึงลดลงตามไปด้วย,Slim Belt เข็มขัดรัดหน้ายางแบบใหม่ที่มีความบางลงแต่ยังให้ความแข็งแกร่งเท่าเดิม ช่วยให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือไฮบริดสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อน

การรับประกัน MICHELIN e.Primacy
ประกันคุณภาพการผลิต 6 ปี
ยางมิชลินรับประกันความเสียหายอันเกิดจากความชำรุดบกพร่องในกระบวนการผลิตหรือวัสดุส่วนประกอบนาน 6 ปีนับจากวันที่ซื้อ* หรือ รับประกันตลอดอายุ การใช้งานของดอกยาง** โดยถือเอากรณีที่มาถึงก่อน
รีวิวยาง e.Primacy
มีรีวิวสำหรับ e.Primacy จำนวน 329 รีวิว

คะแนนและรีวิว
สำหรับความคิดเห็นด้านการบริการลูกค้า (ประสบการณ์การใช้บริการในร้าน, บริการหลังการขาย, การจัดส่ง, ฯลฯ) กรุณา ติดต่อเรา
1-5 บน 329
ลงเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 โดย ปิยวรรณ
รวบรวมโดย Verified Reviews
คุณภาพยาง
ดีเยี่ยม คุ้มราคา คุ้มค่า
การเบรกบนถนนแห้ง
อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนเปียก
ลงเมื่อวันที่ www.michelin.co.th
ลงเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2568 โดย ศุภกฤต
รวบรวมโดย Verified Reviews
คุณภาพ
เมื่อก่อนคิดว่ายางอะไรก็ได้ พอได้มาลองเปลี่ยนยางมิชลิน การขับขี่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด สมรรถนะในการขับขี่ มั่นใจมากขึ้น การทรงตัว การเกาะถนนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การเบรกบนถนนแห้ง
อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนเปียก
ลงเมื่อวันที่ www.michelin.co.th
ลงเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 โดย ศรวณะ
รวบรวมโดย Verified Reviews
ดีเยี่ยม
ประหยัดไฟกว่ายางเดิมแบรนด์อื่นมาก เกาะถนนดีเยี่ยม
การเบรกบนถนนแห้ง
อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนเปียก
ลงเมื่อวันที่ www.michelin.co.th
ลงเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 โดย ปราโมท
รวบรวมโดย Verified Reviews
ยางนุ่มกว่าเดิมเยอะเลย
หนุ่ม หนึบ คุ้มค่ากับราคาที่จ่าย
การเบรกบนถนนแห้ง
อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนเปียก
ลงเมื่อวันที่ www.michelin.co.th
ลงเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 โดย Surapong
รวบรวมโดย Verified Reviews
ยาง e. Primacy
ใช้แล้วนุ่มเงียย เกาะถนนเวลาฝนตกได้ดีครับ เบนงรกมั่นใจกว่ายางติดรถเดิม ใช้กับ รถไฟฟ้า Aion Y Plus
การเบรกบนถนนแห้ง
อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนเปียก
ลงเมื่อวันที่ www.michelin.co.th
ข้อกฎหมาย
1 ยางมิชลิน อี-ไพรมาซี่ เส้นใหม่จะมีแรงต้านทานการหมุนของล้อต่ำกว่ายางคู่แข่งเฉลี่ยอยู่ที่ 2.6 กิโลกรัมต่อตัน ซึ่งเทียบเท่ากับการลดความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงได้ถึง 0.42 ลิตรต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร (9.7%) หรือการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 9.8 กรัม สำหรับรถโตโยต้า คัมรี รุ่นไฮบริด เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร2 ระหว่างการใช้งาน ยางมิชลิน อี-ไพรมาซี่ จะมีแรงต้านทานการหมุนของล้อต่ำกว่ายางคู่แข่งเฉลี่ยอยู่ที่ 2.6 กิโลกรัมต่อตัน (แรงต้านทานการหมุนของล้อจะคงที่ตลอดช่วงอายุการใช้งานยาง) ซึ่งเทียบเท่ากับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 443 กรัม (9.7%) โดยประเมินจากฐานเฉลี่ยเมื่อใช้ยางเส้นใหม่วิ่งเป็นระยะทาง 45,000 กิโลเมตร ทั้งนี้ การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอาจแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ ตลอดจนรถยนต์และแรงดันลมยางที่ใช้3 ยางมิชลิน อี-ไพรมาซี่ มีแรงต้านทานการหมุนของล้อต่ำกว่ายางของคู่แข่งชั้นนำ 29.1% แหล่งที่มา: การทดสอบแรงต้านทานการหมุนของล้อ ซึ่งจัดทำโดยศูนย์วิจัยและเทคโนโลยียานยนต์แห่งประเทศจีน (CHINA AUTOMOTIVE TECHNOLOGY AND RESEARCH CENTER: CATARC) ตามคำขอของมิชลิน ในเดือนกันยายน 2563 อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ รถยนต์ที่ใช้ และสภาพดอกยาง4 ยางมิชลิน อี-ไพรมาซี่ มีอายุความทนทานต่อการสึกหรอเหนือกว่าคู่แข่ง 18.3% แหล่งที่มา: การทดสอบการสึกหรอ ซึ่งจัดทำโดยศูนย์วิจัยและเทคโนโลยียานยนต์แห่งประเทศจีน (CHINA AUTOMOTIVE TECHNOLOGY AND RESEARCH CENTER: CATARC) ตามคำขอของมิชลิน ระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2563 อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้อาจแตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ รถยนต์ที่ใช้ และสภาพดอกยาง





