MICHELIN Primacy 5
ใหม่
ยางที่ออกแบบมาเพื่อมอบระยะทางการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมและความสะดวกสบายเหนือชั้นสําหรับการผจญภัยในทุกๆ วันของชีวิต
MICHELIN

ประโยชน์หลักสำหรับ MICHELIN ยาง Primacy 5
รีวิวยาง Primacy 5
มีรีวิวสำหรับ Primacy 5 จำนวน 478 รีวิว

คะแนนและรีวิว
สำหรับความคิดเห็นด้านการบริการลูกค้า (ประสบการณ์การใช้บริการในร้าน, บริการหลังการขาย, การจัดส่ง, ฯลฯ) กรุณา ติดต่อเรา
1-5 บน 478
ลงเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 โดย ชยพล
รวบรวมโดย Verified Reviews
ยางดี ต้อง Michelin Primacy 5
จากเดิมใช้ยางยี่ห้อ B เปลี่ยนมาใช้ยาง Michelin Primacy 5 สัมผัสแรกยางดีมีประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม ทั้งถนนแห้งและถนนเปียก ยึดเกาะดี นุ่ม เงียบ ใครที่คิดจะเปลี่ยนยาง อย่าลังเลใจ ใช้ Michelin Primacy 5 ไม่มีผิดหวังครับ
การเบรกบนถนนแห้ง
อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนเปียก
ลงเมื่อวันที่ www.michelin.co.th
ลงเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 โดย วิภากร
รวบรวมโดย Verified Reviews
นุ่ม เงียบ
นุ่ม เงียบ สมโฆษณา จริงๆๆ
การเบรกบนถนนแห้ง
อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนเปียก
ลงเมื่อวันที่ www.michelin.co.th
ลงเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 โดย นนทกร
รวบรวมโดย Verified Reviews
ยอดเยี่ยมดีมาด
หลังใช้มา ห้าพันกิโล เสียงเงียบ นุ่มระดับนึงที่สำคัญขับหน้าฝนขับผ่านจุดน้ำขัง หรือเลี้ยวความเร็วสูงระดับนึงได้อย่างมั่นใจ
การเบรกบนถนนแห้ง
อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนเปียก
ลงเมื่อวันที่ www.michelin.co.th
ลงเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 โดย ภาณุพัฒน์
รวบรวมโดย Verified Reviews
Michelin Primacy5
เงียบ. นุ่ม สบาย
การเบรกบนถนนแห้ง
อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนเปียก
ลงเมื่อวันที่ www.michelin.co.th
ลงเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 โดย นิสสรณ์
รวบรวมโดย Verified Reviews
Michelin primacy5
นุ่ม เงียบมากก อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนแห้ง
อายุการใช้งานยาวนาน
การเบรกบนถนนเปียก
ลงเมื่อวันที่ www.michelin.co.th
มิชลินมีความยินดีที่จะตอบทุกคำถามของคุณ
ค้นหาคำตอบที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ที่หน้าคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ของเรา
คำถามที่พบบ่อย
ยาง MICHELIN PRIMACY 4 ออกแบบมาเพื่อการเบรกบนถนนเปียกที่ยอดเยี่ยม ปลอดภัย มั่นใจแม้ยางใกล้หมดดอก เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญกับการยึดเกาะและความมั่นใจในทุกสภาพถนน ส่วนยาง MICHELIN PRIMACY 5 เน้นความนุ่มสบายและประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน โดยพัฒนาขึ้นให้ยังคงประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียกได้ดีอย่างดีเยี่ยม ปลอดภัย มั่นใจตั้งแต่เริ่มใช้งานจนถึงระยะท้ายของอายุยาง มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดแรงต้านการหมุนเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน และให้การขับขี่ที่เงียบและนุ่มนวลยิ่งขึ้น
ใช่ ยางมิชลินตระกูล PRIMACY ถูกออกแบบมาเพื่อลดเสียงรบกวนจากถนนเข้าสู่ห้องโดยสาร ด้วยโครงสร้างและลายดอกยางที่ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ช่วยมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เงียบ นุ่ม และสบายมากขึ้น ในด้านอายุการใช้งาน ยาง MICHELIN PRIMACY 5 มีความทนทานสูง ให้สมรรถนะที่ดีเยี่ยมยาวนาน โดยมีอายุการใช้งานมากกว่ารุ่นก่อน (ยาง MICHELIN PRIMACY 4) ประมาณ 18% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และการดูแลรักษา
ยาง MICHELIN PRIMACY 5 ถูกออกแบบให้มีอายุการใช้งานดีเยี่ยมยาวนาน พร้อมมอบสมรรถนะที่ดีเยี่ยมสม่ำเสมอตลอดการใช้งาน ด้วยเทคโนโลยีและสูตรเนื้อยางคุณภาพสูงที่ช่วยเพิ่มการยึดเกาะและให้ประสบการณ์ขับขี่ที่นุ่มสบาย แม้ในสภาพถนนที่ท้าทาย และเมื่อทดสอบกับรถยนต์ไฟฟ้า พบว่ามีอายุการใช้งานมากกว่ารุ่น MICHELIN PRIMACY 4 ถึง 18% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่และการดูแลรักษา
MICHELIN PRIMACY 5 เป็นยางระดับพรีเมียมที่ออกแบบมาเพื่อมอบทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และความสบายในทุกการเดินทาง โดยมีจุดเด่นดังนี้: อายุการใช้งานดีเยี่ยมยาวนาน: ดอกยางทนทาน ให้ประสิทธิภาพดีเยี่ยมสม่ำเสมอตลอดการใช้งาน เพิ่มความมั่นใจในทุกสภาพถนน: มอบสมรรถนะเบรกที่ดีเยี่ยมทั้งถนนเปียกและแห้ง เพิ่มความมั่นใจทุกสภาพถนน ประสบการณ์ขับขี่ที่ นุ่ม เงียบ สบาย: ลดเสียงรบกวน คลายความเมื่อยล้า เหมาะกับการเดินทางระยะไกล ลายดอกยางล้ำสมัย: เพิ่มการยึดเกาะและความมั่นใจในการขับขี่ พร้อมช่วยลดแรงต้านการหมุน ช่วยลดการใช้พลังงาน มีหลายขนาดให้เลือก: รองรับรถหลากหลายประเภททั้งรถเก๋ง ครอสโอเวอร์ เอสยูวี พีพีวี และ เอ็มพีวี สมรรถนะระดับพรีเมียม: ผสานความทนทาน ความปลอดภัย และความสบายได้อย่างลงตัว
ยาง MICHELIN PRIMACY 5 ให้ประสิทธิภาพบนถนนเปียกได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการออกแบบที่เน้นการเบรกและการยึดเกาะบนพื้นเปียกโดยเฉพาะ ช่วยลดความเสี่ยงจากการลื่นไถล (aquaplaning) และยังสามารถควบคุมรถได้ดีแม้ในฝนตกหนัก ด้วยลายดอกยางที่พัฒนาอย่างเหมาะสม จึงมอบการขับขี่ที่ทั้งปลอดภัยและสบาย มั่นใจในทุกสภาพถนนเปียก
ยาง MICHELIN PRIMACY 5 เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยคุณสมบัติเด่นทั้งความปลอดภัยบนถนนเปียก อายุการใช้งานดีเยี่ยมยาวนาน ความเงียบและความสบายจากลายดอกยาง รวมถึงแรงต้านการหมุนต่ำที่ช่วยเพิ่มระยะทางต่อการชาร์จ
ข้อกฎหมาย
1 ความนุ่มเงียบและความนุ่มสบาย (รถยนต์นั่ง): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยติดตั้งยางขนาด 225/50R17 กับรถยนต์ Honda Accord e:HEV Y2022 เพื่อเปรียบเทียบยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ (ยางใหม่) กับยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 4’ และยางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ (ประสิทธิภาพเรื่องความนุ่มเงียบและความสบายเป็นผลจากเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน MICHELIN Silent Rib Gen-3)2 อายุใช้งานยาวนาน (รถยนต์นั่ง): การทดสอบจัดทำโดย DEKRA TEST CENTER ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบ DEKRA Test Center ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 โดยติดตั้งยางขนาด 205/55R16 กับรถ Golf VIII 5 ประตู ผลการทดสอบพบว่ายาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ มีอายุใช้งานเฉลี่ยยาวนานกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ ถึง 24%3 สมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกของยางใหม่และยางใกล้หมดดอก (รถยนต์นั่ง): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยติดตั้งยางขนาด 225/50R17 กับรถยนต์ Honda Accord e:HEV Y2022 ที่ขับขี่ด้วยความเร็ว 0-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ผลการทดสอบพบว่ายาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ มีระยะเบรกสั้นกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 8% (ยางใหม่) และ 13% (ยางใกล้หมดดอก) “ยางใกล้หมดดอก” ในที่นี้หมายถึงยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือ 2.0 มิลลิเมตร ซึ่งความลึกนี้เกิดจากการทำให้สึกด้วยเครื่องจักร4 ประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง (รถยนต์นั่ง): การทดสอบแรงต้านทานการหมุนของยางล้อจัดทำด้วยเครื่องจักรโดยสถาบันยานยนต์ ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยใช้ยางขนาด 255/50R17 ผลการทดสอบพบว่า ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ มีแรงต้านทานการหมุนของยางล้อดีกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 13%5 ความนุ่มเงียบและความนุ่มสบาย (รถเอสยูวี): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 265/60R18 กับรถยนต์ Toyota Fortuner 2.4 Leader MY2025 ผลการทดสอบพบว่ายาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ (ยางใหม่) ให้ค่าระดับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารต่ำกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ ถึง 3% หรือ 1.64 เดซิเบล ทั้งยังสร้างความประทับใจที่ดีในด้านความนุ่มสบาย (ประสิทธิภาพเรื่องความนุ่มเงียบและความสบายเป็นผลจากเทคโนโลยีลดเสียงรบกวน MICHELIN Silent Rib Gen-3)6 การทดสอบสมรรถนะบนถนนเปียก (รถเอสยูวี): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 265/60R18 กับรถยนต์ Toyota Fortuner 2.4 Leader MY2025 เพื่อทดสอบเข้าโค้งบนถนนเปียกที่ความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทดสอบหลบสิ่งกีดขวางบนถนนเปียกที่ความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผลการทดสอบพบว่ายาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ “สร้างความประทับใจที่ดี” ในการเข้าโค้งบนถนนเปียก และ “สร้างความประทับใจที่ดีเยี่ยม” ในการทดสอบหลบสิ่งกีดขวางบนถนนเปียก เมื่อเทียบกับยางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ (สมรรถนะบนถนนเปียกเป็นผลจากสูตรเนื้อยางใหม่ MICHELIN Functional Elastomers 3.0 และลายดอกยางสำหรับถนนเปียกที่มีอายุใช้งานยาวนาน MICHELIN Long Lasting Sculpture for Wet)7 สมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกของยางใหม่และยางใกล้หมดดอก (รถเอสยูวี): การทดสอบจัดทำโดย TUV Rheinland Thailand ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยติดตั้งยางขนาด 265/60R18 กับรถยนต์ Toyota Fortuner 2.4 Leader MY2025 ที่ขับขี่ด้วยความเร็ว 0-80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ผลการทดสอบพบว่ายาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ มีระยะเบรกสั้นกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16% (ทั้งยางใหม่และยางใกล้หมดดอก) “ยางใกล้หมดดอก” ในที่นี้หมายถึงยางที่มีความลึกร่องดอกยางเหลือ 2.0 มิลลิเมตร ซึ่งความลึกนี้เกิดจากการทำให้สึกด้วยเครื่องจักร8 ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (รถเอสยูวี): การทดสอบแรงต้านทานการหมุนของยางล้อจัดทำด้วยเครื่องจักรโดยสถาบันยานยนต์ ตามคำขอของมิชลิน ณ ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) จังหวัดฉะเชิงเทรา ประเทศไทย เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยใช้ยางขนาด 265/60R18 ผลการทดสอบพบว่า ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5’ มีแรงต้านทานการหมุนของยางล้อดีกว่ายางระดับพรีเมียมแบรนด์อื่นๆ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10% (ประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็นผลจากสูตรเนื้อยางใหม่ MICHELIN Functional Elastomers 3.0)






