moto banner background citypro tyres

MICHELIN CITY PRO

ยางมิชลินซิตี้โปรที่แข็งแรงทนทานสุดๆ ต้านทานการแทงทะลุดอกยางในทุกสภาวะและมีอายุการใช้งานยาวนาน

ทำไมต้องเลือกยาง MICHELIN
City Grip Pro

รถจักรยานยนต์ แผนภูมิภาพ performance ยาง

ต้านทานการแทงทะลุดอกยาง

ด้วยเทคโนโลยีโอเวอร์แลปของมิชลิน (MOT) ดอกยางถูกออกแบบให้เหลื่อมกัน จึงยากที่จะถูกแทงทะลุดอกยางด้วยเศษวัสดุบนพื้นถนน ผลทดสอบรถมอเตอร์ไซค์ 48 คันซึ่งทดสอบวิ่งเป็นระยะทาง 400,000 กม. พบรายงานการแทงทะลุดอกยาง1 เพียง 4 รอยเท่านั้น

moto picto longevite pneu tyres

อายุการใช้งานยาวนานกว่ายางรุ่นเดียวกัน 10%

แม้จะพัฒนาจาก MICHELIN M35 ขึ้นมามาก ส่วนผสมของยางมิชลินซิตี้โปรยืดอายุการใช้งานยาวนานขึ้นอีก 10% เมื่อเทียบกับยางคู่แข่ง อายุการใช้งานยางหน้าอยู่ที่ประมาณ 30,000 กม. และยางหลังอยู่ที่ 20,000 กม.

รถจักรยานยนต์ แผนภูมิภาพ adhesion route ยาง

เกาะถนนในที่ชื้นแฉะ

ด้วยแพทเทิร์นดอกยางลายละเอียดตรงกลางและร่องลึกระยะต่างๆ ในยางเส้นเดียว เพื่อตอบสนองมุมทรงตัวของมอเตอร์ไซค์ที่ต่างกัน (กลางดอกยางลึก 30% และไหล่ยางลึก 35%) ทำให้ยาง MICHELIN City Grip Pro สามารถรีดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน
คุณเป็นผู้ใช้งานยางรุ่นนี้เองหรือไม่?
เขียนรีวิว

ยางนี้เหมาะกับรถของฉันหรือไม่?

มี 22 ขนาดสำหรับยางรุ่นนี้

ขอบ

14''
16''
17''
18''

ตำแหน่ง

70/90 -14 40P
หน้ากว้าง 70
แก้มยาง 90
ขอบล้อ 14
ดัชนีบรรทุก 40
ความเร็วสูงสุด P
80/90 -14 46P
หน้ากว้าง 80
แก้มยาง 90
ขอบล้อ 14
ดัชนีบรรทุก 46
ความเร็วสูงสุด P
90/80 -14 49P
หน้ากว้าง 90
แก้มยาง 80
ขอบล้อ 14
ดัชนีบรรทุก 49
ความเร็วสูงสุด P
90/90 -14 52P
หน้ากว้าง 90
แก้มยาง 90
ขอบล้อ 14
ดัชนีบรรทุก 52
ความเร็วสูงสุด P
100/80 -16 50P
หน้ากว้าง 100
แก้มยาง 80
ขอบล้อ 16
ดัชนีบรรทุก 50
ความเร็วสูงสุด P
120/80 -16 60S
หน้ากว้าง 120
แก้มยาง 80
ขอบล้อ 16
ดัชนีบรรทุก 60
ความเร็วสูงสุด S
80/80 -16 45S
หน้ากว้าง 80
แก้มยาง 80
ขอบล้อ 16
ดัชนีบรรทุก 45
ความเร็วสูงสุด S
80/90 -16 48P
หน้ากว้าง 80
แก้มยาง 90
ขอบล้อ 16
ดัชนีบรรทุก 48
ความเร็วสูงสุด P
90/80 -16 51S
หน้ากว้าง 90
แก้มยาง 80
ขอบล้อ 16
ดัชนีบรรทุก 51
ความเร็วสูงสุด S
2.25 -17 38P
หน้ากว้าง 2.25
แก้มยาง 0
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 38
ความเร็วสูงสุด P
2.50 -17 43P
หน้ากว้าง 2.50
แก้มยาง 0
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 43
ความเร็วสูงสุด P
2.75 -17 47P
หน้ากว้าง 2.75
แก้มยาง 0
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 47
ความเร็วสูงสุด P
3.00 -17 50P
หน้ากว้าง 3
แก้มยาง 0
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 50
ความเร็วสูงสุด P
50/100 -17 30P
หน้ากว้าง 50
แก้มยาง 100
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 30
ความเร็วสูงสุด P
60/90 -17 36S
หน้ากว้าง 60
แก้มยาง 90
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 36
ความเร็วสูงสุด S
70/90 -17 43S
หน้ากว้าง 70
แก้มยาง 90
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 43
ความเร็วสูงสุด S
80/90 -17 50S
หน้ากว้าง 80
แก้มยาง 90
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 50
ความเร็วสูงสุด S
80/90 -17 50S
หน้ากว้าง 80
แก้มยาง 90
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 50
ความเร็วสูงสุด S
2.75 -18 48S
หน้ากว้าง 2.75
แก้มยาง 0
ขอบล้อ 18
ดัชนีบรรทุก 48
ความเร็วสูงสุด S
2.75 -18 48S
หน้ากว้าง 2.75
แก้มยาง 0
ขอบล้อ 18
ดัชนีบรรทุก 48
ความเร็วสูงสุด S
3.00 -18 52S
หน้ากว้าง 3
แก้มยาง 0
ขอบล้อ 18
ดัชนีบรรทุก 52
ความเร็วสูงสุด S
90/90 -18 57P
หน้ากว้าง 90
แก้มยาง 90
ขอบล้อ 18
ดัชนีบรรทุก 57
ความเร็วสูงสุด P

ในเดือนมีนาคม 2564  มิชลินมีกำหนดเปิดตัว ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (MICHELIN e•primacy)
ยางรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับรถยนต์นั่งที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ใช้ระบบไฮบริดหรือระบบไฟฟ้า ในตลาดยุโรป โดยเป็นผลิตภัณฑ์ยางเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสำคัญในอุตสาหกรรมยางล้อ ทั้งยังตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มมิชลินในเรื่องการสัญจรอย่างยั่งยืน

สกอตต์ คลาร์ก (Scott Clark) ผู้อำนวยการทีมบริหารธุรกิจฝ่ายผลิตภัณฑ์ยางสำหรับยานยนต์
มอเตอร์สปอร์ต และประสบการณ์พิเศษ ประจำภาคพื้นอเมริกา ซึ่งรั้งตำแหน่งกรรมการบริหาร
กลุ่มมิชลินด้วย เปิดเผยว่า “เราได้ระดมสรรพกำลังด้านนวัตกรรมเพื่อออกแบบยางที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและพลังงาน รวมทั้งจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  โดยในปี 2573 ยางของมิชลินจะประหยัดพลังงานได้มากขึ้นกว่าเมื่อปี 2553 ถึงร้อยละ 20  นอกจากนี้ เรายังริเริ่มออกแบบยางที่ให้สมรรถนะสูงตลอดอายุใช้งานจนกระทั่งยางสึกถึงสะพานยาง (Wear Indicator) ส่งผลให้ไม่ต้องเปลี่ยนยางบ่อยซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งลูกค้าและสิ่งแวดล้อม

ยางมิชลินอี.ไพรมาซี่ซึ่งออกแบบมาเพื่อสิ่งแวดล้อมรุ่นนี้เป็นยางมิชลินรุ่นแรกที่มีค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (CO2 Neutral) เมื่อลูกค้า1 ซื้อไปใช้งาน ทั้งยังเป็นยางที่ครองตำแหน่งแชมป์ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานอีกด้วย

  • สำหรับผู้ขับขี่ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ยางรุ่นนี้จะช่วยให้มีอัตราการ

สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดในตลาดยางสำหรับ
เปลี่ยนทดแทนระดับพรีเมียม(2), (3) โดยประหยัดเชื้อเพลิงคิดเป็นมูลค่าราว 80 ยูโร (ประมาณ
2,900 บาท) หรือเทียบเท่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 174 กิโลกรัม ตลอดอายุ
การใช้งาน(4), (5)

  • สำหรับผู้ขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้า ยางรุ่นนี้จะช่วยให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 7

จึงขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกการเดินทาง(3) ให้ความปลอดภัยระดับสูงตั้งแต่กิโลเมตรแรกจนถึงกิโลเมตรสุดท้ายของการใช้งาน  ทั้งยังมีสมรรถนะเป็นเยี่ยม โดยผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียกเพื่อรับใบรับรองมาตรฐานยุโรป European R117(6), (7), (9) แม้ยางจะใช้งานมาแล้วเป็นระยะทาง 30,000 กิโลเมตร

  • อายุการใช้งานยาวนานเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างยางแบบ MaxTouch(8)

 

ยางมิชลิน อี.ไพรมาซี่ ซึ่งผลิตจากโรงงานของมิชลินในประเทศเยอรมนี สเปน และอิตาลี จะเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในตลาดยุโรปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป

ส่วนยางรุ่นนี้ที่รองรับการใช้งานกับยานยนต์ไฟฟ้าจะวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ได้มีการเผยโฉมยางมิชลิน อี.ไพรมาซี่ก่อนวางจำหน่ายจริงในการแพร่ภาพสดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พนักงานสามารถคลิกเพื่อย้อนชมคลิปดังกล่าวได้