background road5 def

MICHELIN ROAD 5

มั่นใจยิ่งกว่า ทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง แม้เมื่อใช้งานจนดอกยางสึกไปแล้วถึง 50%*

*อ้างอิงจากผลการทดสอบภายในซึ่งจัดทำขึ้น ณ ศูนย์แห่งความเป็นเลิศของมิชลินที่เมืองลาดูซ์ (Ladoux) ประเทศฝรั่งเศส ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานอิสระ โดยเปรียบเทียบยาง มิชลิน โรด 5 ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว 5,636 กิโลเมตร และมีความลึกร่องดอกยางเหลือเพียง 50% กับยาง มิชลิน ไพลอต โรด 4 (MICHELIN Pilot Road 4) เส้นใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน

เหตุผลที่ควรเลือกใช้ยาง มิชลิน โรด 5

MICHELIN Road 5 : #1 for Wet grip 2017 UK

ครองความเป็นหนึ่งด้านสมรรถนะการยึดเกาะถนนเปียก*

ยาง มิชลิน โรด 5 โดดเด่นด้วยการผสานเทคโนโลยีล่าสุด MICHELIN 2CT และ 2CT+ เข้ากับสูตรเนื้อยางและร่องดอกยางแบบละเอียดใหม่ล่าสุด จึงให้สมรรถนะในการยึดเกาะถนนเปียกที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับยางคู่แข่งรายหลัก* โดยยังคงประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนแห้งที่เป็นเยี่ยมควบคู่ไปด้วย**



*อ้างอิงจากผลการทดสอบภายใน ณ สนามทดสอบของมิชลินที่เมืองฟองตาญเญ่ (Fontange) ประเทศฝรั่งเศส ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานอิสระ โดยเปรียบเทียบยาง มิชลิน โรด 5 กับยาง เมทเซเลอร์ โรดเทค 01 (METZELER Roadtec 01), ดันลอป โรด สมาร์ท 3 (DUNLOP Road Smart 3), คอนติเนนทอล โรด แอทแทค 3 (CONTINENTAL Road Attack 3), พิเรลลี่ แองเจิล จีที (PIRELLI Angel GT) และ บริดจสโตน ที30 อีโว (BRIDGESTONE T30 EVO) เมื่อติดตั้งยางขนาด 120/70 ZR17 ที่ล้อหน้า และขนาด 180/55 ZR17 ที่ล้อหลังของรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ แบนดิท 1250 (Suzuki Bandit 1250)

**อ้างอิงจากผลการทดสอบภายนอก ณ ศูนย์ทดสอบเอ็มทีอี (MTE Test Centre) ที่มิชลินใช้บริการ โดยเปรียบเทียบยาง มิชลิน โรด 5 กับยาง มิชลิน ไพลอต โรด 4, เมทเซเลอร์ โรดเทค 01, ดันลอป โรด สมาร์ท 3, คอนติเนนทอล โรด แอทแทค 3, พิเรลลี่ แองเจิล จีที และ บริดจสโตน ที30 อีโว
เมื่อติดตั้งยางขนาด 120/70 ZR17 ที่ล้อหน้า และขนาด 180/55 ZR17 ที่ล้อหลังของรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ แซด 900 (Kawasaki Z900)  ผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่า ยาง มิชลิน โรด 5 ให้สมรรถนะการขับขี่บนถนนแห้งโดยรวมดีที่สุดและให้ประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมรถดีเยี่ยมเป็นอันดับหนึ่ง

MICHELIN Road 5 : even after 3000 miles, experience exceptional braking in the wet 2017 EN

สมรรถนะการเบรกบนถนนเปียกเป็นเยี่ยม
แม้เมื่อใช้งานจนดอกยางสึกไปแล้วถึง 50%*

ด้วยนวัตกรรมร่องยาง MICHELIN XST Evo  ยาง มิชลิน โรด 5 ซึ่งผ่านการใช้งานจนดอกยางสึกไปแล้วถึง 50% ยังคงให้สมรรถนะในการหยุดรถได้รวดเร็วหรือมีระยะเบรกสั้นเทียบเท่ายาง มิชลิน ไพลอต โรด 4 เส้นใหม่*
 


*อ้างอิงจากผลการทดสอบภายในซึ่งจัดทำขึ้น ณ ศูนย์แห่งความเป็นเลิศของมิชลินที่เมืองลาดูซ์ (Ladoux) ประเทศฝรั่งเศส ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานอิสระ โดยเปรียบเทียบยาง มิชลิน โรด 5 ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว 5,636 กิโลเมตร และมีความลึกร่องดอกยางเหลือเพียง 50% กับยาง มิชลิน ไพลอต โรด 4 (MICHELIN Pilot Road 4) เส้นใหม่ที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน

รถจักรยานยนต์ edito michelin road5 fun to ride ยาง

ขับขี่ได้อย่างเพลิดเพลิน

สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เพลิดเพลินมากยิ่งขึ้น* ด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างยาง ACT+ อันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะของมิชลิน ซึ่งช่วยให้ยาง มิชลิน โรด 5 มีสมรรถนะการยึดเกาะและเสถียรภาพบนถนนแห้งดียิ่งขึ้น ทั้งยังให้ประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมรถที่ดีเยี่ยม เมื่อเทียบกับคู่แข่งรายหลัก

 


*อ้างอิงจากผลการทดสอบภายนอก ณ ศูนย์ทดสอบเอ็มทีอี (MTE Test Centre) ที่มิชลินใช้บริการ โดยเปรียบเทียบยาง มิชลิน โรด 5 กับยาง มิชลิน ไพลอต โรด 4, เมทเซเลอร์ โรดเทค 01, ดันลอป โรด สมาร์ท 3, คอนติเนนทอล โรด แอทแทค 3, พิเรลลี่ แองเจิล จีที และ บริดจสโตน ที30 อีโว  => กับคู่แข่งที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันอีก 4 รุ่น
เมื่อติดตั้งยางขนาด 120/70 ZR17 ที่ล้อหน้า และขนาด 180/55 ZR17 ที่ล้อหลังของรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ แซด 900 (Kawasaki Z900)  ผลการทดสอบชี้ให้เห็นว่า ยาง มิชลิน โรด 5 ให้สมรรถนะการขับขี่บนถนนแห้งโดยรวมดีที่สุดและให้ประสิทธิภาพในการบังคับควบคุมรถดีเยี่ยมเป็นอันดับหนึ่ง

ความคิดเห็นจากผู้ใช้งาน
คุณเป็นผู้ใช้งานยางรุ่นนี้เองหรือไม่?
เขียนรีวิว

ยางนี้เหมาะกับรถของฉันหรือไม่?

มี 13 ขนาดสำหรับยางรุ่นนี้

ขอบ

17''

ตำแหน่ง

110/70 ZR17 54W
หน้ากว้าง 110
แก้มยาง 70
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 54
ความเร็วสูงสุด W
120/60 ZR17 (55W)
หน้ากว้าง 120
แก้มยาง 60
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 55
ความเร็วสูงสุด (W)
120/70 ZR17 (58W)
หน้ากว้าง 120
แก้มยาง 70
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 58
ความเร็วสูงสุด (W)
120/70 ZR17 (58W)
หน้ากว้าง 120
แก้มยาง 70
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 58
ความเร็วสูงสุด (W)
140/70 ZR17 66W
หน้ากว้าง 140
แก้มยาง 70
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 66
ความเร็วสูงสุด W
150/60 ZR17 66W
หน้ากว้าง 150
แก้มยาง 60
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 66
ความเร็วสูงสุด W
150/70 ZR17 (69W)
หน้ากว้าง 150
แก้มยาง 70
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 69
ความเร็วสูงสุด (W)
160/60 ZR17 (69W)
หน้ากว้าง 160
แก้มยาง 60
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 69
ความเร็วสูงสุด (W)
160/60 ZR17 (69W)
หน้ากว้าง 160
แก้มยาง 60
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 69
ความเร็วสูงสุด (W)
180/55 ZR17 (73W)
หน้ากว้าง 180
แก้มยาง 55
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 73
ความเร็วสูงสุด (W)
180/55 ZR17 (73W)
หน้ากว้าง 180
แก้มยาง 55
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 73
ความเร็วสูงสุด (W)
190/50 ZR17 (73W)
หน้ากว้าง 190
แก้มยาง 50
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 73
ความเร็วสูงสุด (W)
190/55 ZR17 (75W)
หน้ากว้าง 190
แก้มยาง 55
ขอบล้อ 17
ดัชนีบรรทุก 75
ความเร็วสูงสุด (W)

ในเดือนมีนาคม 2564  มิชลินมีกำหนดเปิดตัว ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (MICHELIN e•primacy)
ยางรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับรถยนต์นั่งที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ใช้ระบบไฮบริดหรือระบบไฟฟ้า ในตลาดยุโรป โดยเป็นผลิตภัณฑ์ยางเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสำคัญในอุตสาหกรรมยางล้อ ทั้งยังตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มมิชลินในเรื่องการสัญจรอย่างยั่งยืน

สกอตต์ คลาร์ก (Scott Clark) ผู้อำนวยการทีมบริหารธุรกิจฝ่ายผลิตภัณฑ์ยางสำหรับยานยนต์
มอเตอร์สปอร์ต และประสบการณ์พิเศษ ประจำภาคพื้นอเมริกา ซึ่งรั้งตำแหน่งกรรมการบริหาร
กลุ่มมิชลินด้วย เปิดเผยว่า “เราได้ระดมสรรพกำลังด้านนวัตกรรมเพื่อออกแบบยางที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและพลังงาน รวมทั้งจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  โดยในปี 2573 ยางของมิชลินจะประหยัดพลังงานได้มากขึ้นกว่าเมื่อปี 2553 ถึงร้อยละ 20  นอกจากนี้ เรายังริเริ่มออกแบบยางที่ให้สมรรถนะสูงตลอดอายุใช้งานจนกระทั่งยางสึกถึงสะพานยาง (Wear Indicator) ส่งผลให้ไม่ต้องเปลี่ยนยางบ่อยซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งลูกค้าและสิ่งแวดล้อม

ยางมิชลินอี.ไพรมาซี่ซึ่งออกแบบมาเพื่อสิ่งแวดล้อมรุ่นนี้เป็นยางมิชลินรุ่นแรกที่มีค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (CO2 Neutral) เมื่อลูกค้า1 ซื้อไปใช้งาน ทั้งยังเป็นยางที่ครองตำแหน่งแชมป์ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานอีกด้วย

  • สำหรับผู้ขับขี่ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ยางรุ่นนี้จะช่วยให้มีอัตราการ

สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดในตลาดยางสำหรับ
เปลี่ยนทดแทนระดับพรีเมียม(2), (3) โดยประหยัดเชื้อเพลิงคิดเป็นมูลค่าราว 80 ยูโร (ประมาณ
2,900 บาท) หรือเทียบเท่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 174 กิโลกรัม ตลอดอายุ
การใช้งาน(4), (5)

  • สำหรับผู้ขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้า ยางรุ่นนี้จะช่วยให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 7

จึงขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกการเดินทาง(3) ให้ความปลอดภัยระดับสูงตั้งแต่กิโลเมตรแรกจนถึงกิโลเมตรสุดท้ายของการใช้งาน  ทั้งยังมีสมรรถนะเป็นเยี่ยม โดยผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียกเพื่อรับใบรับรองมาตรฐานยุโรป European R117(6), (7), (9) แม้ยางจะใช้งานมาแล้วเป็นระยะทาง 30,000 กิโลเมตร

  • อายุการใช้งานยาวนานเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างยางแบบ MaxTouch(8)

 

ยางมิชลิน อี.ไพรมาซี่ ซึ่งผลิตจากโรงงานของมิชลินในประเทศเยอรมนี สเปน และอิตาลี จะเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในตลาดยุโรปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป

ส่วนยางรุ่นนี้ที่รองรับการใช้งานกับยานยนต์ไฟฟ้าจะวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ได้มีการเผยโฉมยางมิชลิน อี.ไพรมาซี่ก่อนวางจำหน่ายจริงในการแพร่ภาพสดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พนักงานสามารถคลิกเพื่อย้อนชมคลิปดังกล่าวได้