เฟอร์รารี หนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์หรูสมรรถนะสูงแนวหน้าของโลก พัฒนารถสปอร์ตสำหรับการขับขี่บนถนนทั่วไปมาตลอดระยะเวลา 75 ปี ร่วมกับมิชลินที่พัฒนายางให้กับเฟอร์รารีมาเกือบ 50 ปี ด้วยมาตรฐานที่เข้มงวดของเฟอร์รารีทำให้ต้องอาศัยความร่วมมือในวงกว้างเพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ มิชลินรับมือกับความท้าทายดังกล่าวด้วยการผนึกกำลังทุกองคาพยพเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย, วิศวกรที่มีทักษะความชำนาญ, ความเชี่ยวชาญด้านชุดล้อ, เทคโนโลยีด้านการวัด และความหลงใหลในสมรรถนะ โดยมีทีมนักขับทดสอบที่ทุ่มเททำหน้าที่ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ยางเพื่อให้มั่นใจในสมรรถนะที่เหนือชั้นเกินคาด
Ferrari 296 GTB เป็นหนึ่งในการจับมือร่วมกันที่ดีที่สุดระหว่างเฟอร์รารีและมิชลิน
ยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 4 เอส เค1’ (MICHELIN Pilot Sport 4 S K1) และยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์ เค2’ (MICHELIN Pilot Sport Cup 2 R K2) คือยางสองรุ่นที่สั่งผลิตขึ้นสำหรับรถรุ่นพิเศษอย่าง Ferrari 296 GTB โดยเฉพาะ
มิชลินได้รับความไว้วางใจจากเฟอร์รารีให้เป็นผู้ผลิตยางรถยนต์อย่างเป็นทางการสำหรับรถซูเปอร์คาร์ใหม่ล่าสุดรุ่น 296 GTB โดยมิชลินมีหน้าที่จัดหายางรถยนต์ 2 รุ่น ได้แก่ ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 4 เอส เค1’ (MICHELIN Pilot Sport 4 S K1) ยางสำหรับการใช้งานบนถนนทั่วไปเป็นหลัก และ ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์ เค2’ (MICHELIN Pilot Sport Cup 2 R K2) ยางสำหรับสนามแข่งที่ใช้งานบนถนนได้สำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการรีดสมรรถนะอย่างเต็มพิกัดบนสนามแข่ง ยนตรกรรมรุ่นใหม่ของเฟอร์รารีมักเปิดตัวมาพร้อมสมรรถนะที่เหนือกว่ารุ่นก่อนหน้าเสมอ มิชลินมีปรัชญาในการดำเนินงานเช่นเดียวกันกับเฟอร์รารีและได้ร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ฟันฝ่าความท้าทายต่างๆ มาตลอดหลายปีด้วยการออกแบบยางรถยนต์ที่สั่งผลิตพิเศษให้
สมรรถนะ
สำหรับรถยนต์รุ่นพิเศษเช่นนี้ สมรรถนะของยางไม่ได้เป็นเพียงเรื่องฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อให้ยางมีสมรรถนะที่เหนือกว่า จำเป็นต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย ประสิทธิภาพความแม่นยำ และความเพลิดเพลินขณะขับขี่ อีกทั้งยางยังต้องเข้ากับรูปลักษณ์ของยานยนต์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การพัฒนาตามความต้องการพิเศษ
ผลิตภัณฑ์ยางสำหรับรถ Ferrari 296 GTB ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษภายใต้โครงการความร่วมมือระหว่างทีมงานของมิชลินกับเฟอร์รารี โดยยางรุ่นพิเศษนี้จะมีสัญลักษณ์ตัวอักษร K ปรากฏบนแก้มยาง การออกแบบตามการสั่งผลิตนี้เป็นทางเลือกเดียวที่จะทำให้ยางมีสมรรถนะสูงตามเกณฑ์ที่เฟอร์รารีกำหนด
ทีมงานของมิชลินเข้ามามีบทบาทตั้งแต่แรกเริ่มโครงการทันทีที่มีการกำหนดข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค โดยใช้เวลาในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ถึง 4 รอบ และในการออกแบบยางอีก 18 เดือน ก่อนจะได้รับการอนุมัติให้ออกวางจำหน่าย การนำเครื่องจำลองเสมือนจริงที่ล้ำสมัยมาใช้ในโครงการนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากช่วยลดจำนวนการผลิตยางต้นแบบสำหรับทดสอบ ทั้งยังลดจำนวนการทดสอบกับรถจริงและย่นระยะเวลาในการพัฒนายาง นอกจากนี้ เครื่องจำลองเสมือนจริงดังกล่าวยังช่วยให้สามารถปรับแต่งยางเข้ากับรถได้อย่างแม่นยำ
ยาง 2 รุ่นเพื่อการใช้งาน 2 รูปแบบ
มิชลินได้พัฒนา 2 ส่วนประกอบใหม่ และ 2 เทคโนโลยีพิเศษขึ้นสำหรับใช้รังสรรค์ยาง 2 รุ่นเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ การดำเนินงานในขั้นตอนดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์ “ความยั่งยืนทุกด้าน” (All Sustainable) ของกลุ่มมิชลิน นั่นคือ ลดการใช้วัตถุดิบ, ลดแรงต้านทานการหมุนของล้อ, ลดจำนวนการผลิตยางสำหรับทดสอบ และลดจำนวนการทดสอบกับรถจริง
‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต 4 เอส เค1’ (MICHELIN Pilot Sport 4 S K1) ยางเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ยางรุ่นนี้ไม่เพียงโดดเด่นด้วยสมรรถนะสำหรับการขับขี่บนท้องถนนทั่วไป แต่ยังเหมาะสำหรับการใช้งานบนสนามแข่งเป็นครั้งคราว โดยช่วยให้รถมีดุลยภาพที่โดดเด่นเหนือกว่า ทั้งในด้านการยึดเกาะถนน การควบคุมรถ และความเพลิดเพลินขณะขับขี่
‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต คัพ 2 อาร์ เค2’ (MICHELIN Pilot Sport Cup 2 R K2) ยางสำหรับสนามแข่งที่ใช้งานบนถนนได้
ยางรุ่นนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นด้วยเนื้อยางสูตรผสมพิเศษซึ่งประกอบด้วยอีลาสโทเมอร์ชนิด Functional Elastomer ทำให้ได้เนื้อยางที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น
ยางทั้งสองรุ่นใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นโดยมิชลิน
Dynamic Response Technology: เข็มขัดรัดหน้ายางแบบไฮบริดที่ทำจากอะรามิด (Aramid) ผสมไนลอน ช่วยถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อนลงสู่พื้นถนนได้สูงสุดอย่างเต็มประสิทธิภาพ
Multi-Tread Compouding: การใช้เนื้อยางต่างสูตรตลอดหน้ายาง เพื่อให้ดอกยางด้านนอกมีคุณสมบัติในการยึดเกาะถนนแห้ง และดอกยางด้านในมีคุณสมบัติในการยึดเกาะถนนเปียก
Wavy Summit: เทคโนโลยีนวัตกรรมโครงสร้างภายในที่มีการเพิ่มชั้นยางใต้เส้นใยเหล็กเพื่อลดเวลาในการตอบสนองของยางและให้ความรู้สึกของการขับขี่แบบสปอร์ตมากขึ้น
ตัวเลือกยาง
ยางล้อหน้า: 245/35ZR20 (95Y) XL TL PILOT SPORT 4 S K1
ยางล้อหลัง: 305/35ZR20 (107Y) XL TL PILOT SPORT 4 S K1
หรือ
ยางล้อหน้า: 245/35 ZR20 (95Y) XL TL PILOT SPORT CUP 2 R K2
ยางล้อหลัง: 305/35 ZR20 (107Y) XL TL PILOT SPORT CUP 2 R K2
มิชลิน และ เฟอร์รารี มีเป้าหมายร่วมกันเพียงหนึ่งเดียวคือ “สมรรถนะ”
มิชลินพัฒนายางมาตรฐานติดรถที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อรถเฟอร์รารี โดยมีสัญลักษณ์เฉพาะระบุไว้บนแก้มยาง
ยางมิชลินมาตรฐานติดรถที่มีสัญลักษณ์เฉพาะ K1, K2 หรือ K3 ระบุไว้บนแก้มยาง
ได้รับการออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดยวิศวกรของมิชลินภายใต้การทำงานอย่างใกล้ชิดกับเฟอร์รารี
ประวัติความร่วมมือระหว่างมิชลินและเฟอร์รารี
ความร่วมมือที่ยืนยาวกว่า 50 ปี
มิชลินพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางให้กับรถเฟอร์รารีมานานกว่า 50 ปี โดยรถ Ferrari 275 GTB รุ่นปี 2507 มียางมิชลินเป็นยางมาตรฐานติดรถ
ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มิชลินได้รับเลือกเป็นยางมาตรฐานติดรถสำหรับรถเฟอร์รารีหลายรุ่น ได้แก่
550 Maranello (ปี 2539)
456M (ปี 2541)
360 Modena (ปี 2542)
575M Maranello (ปี 2545)
F430 (ปี 2547)
599 GTB Fiorano (ปี 2549)
California (ปี 2551)
458 Italia (ปี 2552)
599 GTO (ปี 2553)
FF (ปี 2554)
F12 Berlinetta (ปี 2555)
458 Speciale (ปี 2556)
California T (ปี 2557)
488 GTB (ปี 2558)
GTC4Lusso (ปี 2559)
Portofino (ปี 2560)
812 Superfast (ปี 2560)
488 Pista (ปี 2561)
F8 Tributo (ปี 2562)
SF90 Stradale (ปี 2563)
Roma (ปี 2563)
812 Competizione (ปี 2564)
Portofino M (ปี 2564)
296 GTB (ปี 2565)
รถเฟอร์รารีรุ่นที่ติดตั้งยางมิชลินมาจากโรงงานประกอบรถยนต์
Ferrari 599 GTO (ปี 2553)
285/30 ZR20 (99Y) XL TL PILOT SUPER SPORT K1 MI
315/35 ZR20 (110Y) XL TL PILOT SUPER SPORT K1 MI
Ferrari 458 Speciale (ปี 2556)
245/35 ZR20 (91Y) TL PILOT SPORT CUP 2 K1 MI
305/30 ZR20 (103Y) XL TL PILOT SPORT CUP 2 K1 MI
Ferrari 488 Pista (ปี 2561)
245/35 ZR20 (95Y) XL TL PS CUP 2 K2 MI
305/30 ZR20 (103Y) XL TL PS CUP 2 K2 MI
