moto banner when to choose tyres tips and advice

ยางเรเดียลหรือไบแอส?

มีรถจักรยานยนต์และสกูตเตอร์หลากหลายรูปแบบบนโลกใบนี้ มิชลินได้ผลิตยางขึ้นสองประเภทเพื่อให้แน่ใจว่าจะมียางที่เหมาะสำหรับทุกคน: ไบแอส (หรือทแยงมุม) และยางเรเดียล

moto picto bias tyre help and advice

ยางไบแอส (หรือทแยงมุม)

โครงสร้างของยางไบแอสทำจากชั้นผ้าใบที่จัดเรียงทำมุมต่อกัน แต่ละชั้นถูกวางไว้เพื่อให้เส้นใยมีรูปแบบเป็นกากบาท โครงสร้างทั้งหมดมีลักษณะเดียวกัน หน้ายางและแก้มยางมีคุณสมบัติทางกลที่คล้ายกัน

moto picto radial tyre help and advice

ยางเรเดียล

ด้วยโครงสร้างที่เป็นแนวรัศมี เส้นใยจะกระจายออกมาจากศูนย์กลางของยาง นอกจากนี้ หน้ายางจะทำมาจากชั้นผ้าใบที่ทำเป็นเข็มขัด ซึ่งทำให้หน้ายางและแก้มยางมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง

ยางทั้งสองประเภทนี้ให้สมรรถนะที่แตกต่างกัน

เนื่องจากแก้มยางมีความอ่อนนุ่ม หน้ายางของยางเรเดียลจึงสัมผัสกับถนนได้ดี รอยที่ยางกดพื้นถนนนั้นสั้นกว่าแต่กว้างกว่ายางไบแอส จึงช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนเมื่อเอียงตัวมากๆ ขณะเข้าโค้ง ความดันอากาศที่สัมผัสกับพื้นผิวของยางจะกระจายตัวได้ดีกว่าในยางเรเดียล ซึ่งส่งผลให้การสึกหรอของดอกยางเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

ยางเรเดียลยังให้ความนุ่มสบายมากขึ้นที่ความเร็วสูง อันเป็นผลมาจากแก้มยางที่นุ่มซึ่งช่วยดูดซับแรงกระแทกจากความไม่สม่ำเสมอบนผิวถนน ในทางกลับกัน ยางไบแอสนั้นสามารถรับน้ำหนักได้มากกว่าเนื่องจากแก้มยางมีความแข็งแรงมากกว่า ที่ความเร็วสูง ยางไบแอสอาจมีรูปร่างผิดปกติจนส่งผลต่อสมรรถนะของยางได้ ในท้ายที่สุด ยางไบแอสจะเหมาะสำหรับรถที่เดินทางด้วยความเร็วปานกลาง มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กถึงปานกลางและมีแชสซีที่มีความยืดหยุ่น ยางเหล่านี้ยังเหมาะกับรถจักรยานยนต์หนักหรือรถที่มีน้ำหนักบรรทุกมากอีกด้วย ยางเรเดียลเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับรถที่มีพละกำลังมากและมีแชสซีที่มีความแข็งมาก และเพื่อความสปอร์ตมากขึ้น ช่วยให้คุณสามารถขับขี่ได้ถึงความเร็วสูงสุดของ ZR ซึ่งสูงกว่า 240 กม./ชม.

ในเดือนมีนาคม 2564  มิชลินมีกำหนดเปิดตัว ‘มิชลิน อี.ไพรมาซี่’ (MICHELIN e•primacy)
ยางรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับรถยนต์นั่งที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ใช้ระบบไฮบริดหรือระบบไฟฟ้า ในตลาดยุโรป โดยเป็นผลิตภัณฑ์ยางเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งถือเป็นนวัตกรรมสำคัญในอุตสาหกรรมยางล้อ ทั้งยังตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มมิชลินในเรื่องการสัญจรอย่างยั่งยืน

สกอตต์ คลาร์ก (Scott Clark) ผู้อำนวยการทีมบริหารธุรกิจฝ่ายผลิตภัณฑ์ยางสำหรับยานยนต์
มอเตอร์สปอร์ต และประสบการณ์พิเศษ ประจำภาคพื้นอเมริกา ซึ่งรั้งตำแหน่งกรรมการบริหาร
กลุ่มมิชลินด้วย เปิดเผยว่า “เราได้ระดมสรรพกำลังด้านนวัตกรรมเพื่อออกแบบยางที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและพลังงาน รวมทั้งจำกัดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  โดยในปี 2573 ยางของมิชลินจะประหยัดพลังงานได้มากขึ้นกว่าเมื่อปี 2553 ถึงร้อยละ 20  นอกจากนี้ เรายังริเริ่มออกแบบยางที่ให้สมรรถนะสูงตลอดอายุใช้งานจนกระทั่งยางสึกถึงสะพานยาง (Wear Indicator) ส่งผลให้ไม่ต้องเปลี่ยนยางบ่อยซึ่งเป็นผลดีต่อทั้งลูกค้าและสิ่งแวดล้อม

ยางมิชลินอี.ไพรมาซี่ซึ่งออกแบบมาเพื่อสิ่งแวดล้อมรุ่นนี้เป็นยางมิชลินรุ่นแรกที่มีค่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ (CO2 Neutral) เมื่อลูกค้า1 ซื้อไปใช้งาน ทั้งยังเป็นยางที่ครองตำแหน่งแชมป์ด้านประสิทธิภาพการใช้พลังงานอีกด้วย

  • สำหรับผู้ขับขี่ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน ยางรุ่นนี้จะช่วยให้มีอัตราการ

สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดในตลาดยางสำหรับ
เปลี่ยนทดแทนระดับพรีเมียม(2), (3) โดยประหยัดเชื้อเพลิงคิดเป็นมูลค่าราว 80 ยูโร (ประมาณ
2,900 บาท) หรือเทียบเท่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 174 กิโลกรัม ตลอดอายุ
การใช้งาน(4), (5)

  • สำหรับผู้ขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้า ยางรุ่นนี้จะช่วยให้อายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 7

จึงขับขี่ได้อย่างมั่นใจในทุกการเดินทาง(3) ให้ความปลอดภัยระดับสูงตั้งแต่กิโลเมตรแรกจนถึงกิโลเมตรสุดท้ายของการใช้งาน  ทั้งยังมีสมรรถนะเป็นเยี่ยม โดยผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียกเพื่อรับใบรับรองมาตรฐานยุโรป European R117(6), (7), (9) แม้ยางจะใช้งานมาแล้วเป็นระยะทาง 30,000 กิโลเมตร

  • อายุการใช้งานยาวนานเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีโครงสร้างยางแบบ MaxTouch(8)

 

ยางมิชลิน อี.ไพรมาซี่ ซึ่งผลิตจากโรงงานของมิชลินในประเทศเยอรมนี สเปน และอิตาลี จะเริ่มจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในตลาดยุโรปตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 เป็นต้นไป

ส่วนยางรุ่นนี้ที่รองรับการใช้งานกับยานยนต์ไฟฟ้าจะวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ได้มีการเผยโฉมยางมิชลิน อี.ไพรมาซี่ก่อนวางจำหน่ายจริงในการแพร่ภาพสดเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พนักงานสามารถคลิกเพื่อย้อนชมคลิปดังกล่าวได้

คุณกำลังใช้งานเบราว์เซอร์เวอร์ชั่นที่ไม่รองรับการทำงานของเว็บไซด์
คุณกำลังใช้งานเบราว์เซอร์เวอร์ชั่นที่ไม่รองรับการทำงานของเว็บไซด์ซึ่งอาจส่งผลกระทบจากใช้งานในบางส่วน กรุณาเลือกใช้เบราว์เซอร์หรืออัพเกรดเบราว์เซอร์ให้ตรงกับรายการข้างล่างเพื่อประโยชน์สูงสุดในการเยี่ยมชมเว็บไซด์
IE
firefox 66+
chrome 72+
edge 17+
safari 12+
opera 58+