ค้นหาตัวแทนจำหน่าย

จริงหรือไม่ที่รถยนต์ไฟฟ้าต้องใช้ยางที่ออกแบบสำหรับรถ EV เท่านั้น?

คุณอาจเคยได้ยินใครต่อใครพูดว่า รถยนต์ไฟฟ้าต้องการยางที่ออกมาเป็นพิเศษเท่านั้น เนื่องจากมีลักษณะเฉพาะต่างๆ ที่มากกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว หากยางที่คุณเลือกใช้ถูกออกแบบมารองรับการใช้งานกับรถ BEV ขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ตั้งแต่แรก ปัญหาเรื่องการเลือกใช้ยางสำหรับรถของคุณก็จะหมดไป มิชลินจะพาไปดูว่าทำไมยางของเราถึงดีกับรถไฟฟ้าทุกประเภทเอง

รถยนต์ไฟฟ้าจำเป็นต้องใช้ยางที่ออกแบบมาสำหรับรถ EV จริงหรือเปล่า?

โดยปกติแล้วรถยนต์ไฟฟ้าหรือแม้แต่รถที่ใช้เครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน (ICE) อาจใส่ยางแบบเดียวกันมาจากโรงงาน แต่ช่วงหลังเราก็ได้พบเห็นว่ามีรถยนต์บางรุ่นเลือกใช้ยางที่ระบุไว้ว่าออกแบบมาสำหรับให้รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้พลังจากแบตเตอรี่ (BEV) ใช้งานโดยเฉพาะ นั่นเลยทำให้หลายคนเข้าใจไปว่าจะรถไฟฟ้าคันเก่งของพวกเขาจะต้องใช้ยางที่พัฒนามาเพื่อรถอีวีเท่านั้น

จริงอยู่ที่ว่ารถยนต์​ไฟฟ้ามีจุดเด่นและจุดด้อยที่ต่างกับรถเครื่องสันดาปในหลายจุด เช่น พละกำลังที่ส่งมาสู่ล้อมากกว่ารถในระดับเดียวกัน หรือเรื่องของน้ำหนักตัวรถที่มากกว่ารถ ICE ไปจนถึงเรื่องของแรงสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารที่เงียบกว่า เหล่านี้เองที่ทำให้เจ้าของรถไฟฟ้าจำนวนไม่มากก็น้อยสงสัยและลังเลใจที่จะใช้ยางรถยนต์รุ่นต่างๆ ที่ไม่ได้มีการระบุว่าออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม ยางรถยนต์ที่มีจำหน่ายในปัจจุบัน โดยเฉพาะยางมิชลินที่เนื้อยางได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยเทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะมิชลิน เพื่อตอบสนองการขับขี่ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไปของรถยนต์แต่ละประเภท สไตล์การขับขี่ และมีขนาดยางรถ EV ให้เลือกใช้ได้ครอบคลุมมากที่สุด อาจกล่าวได้ว่าคุณสามารถใช้ยางรถยนต์ทุกรุ่นของมิชลินกับรถยนต์ไฟฟ้าของคุณได้ตามต้องการ ซึ่งเราเตรียมข้อมูลและเหตุผลดีๆ มาช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกใช้ยางมิชลินกับรถของคุณได้ง่ายขึ้น

3 วิธีเลือกยางที่เหมาะสำหรับรถยนต์ของคุณ

ที่เราได้บอกไปก่อนหน้าว่ารถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้ยางรถยนต์ที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันได้ตามปกติ แต่ถึงอย่างนั้นคุณก็สามารถเลือกยางที่เหมาะสำหรับรถ EV ของคุณได้ หากมีความเข้าใจว่ายางที่เหมาะสำหรับรถยนต์เครื่องสันดาป รถไฮบริด หรือรถยนต์ไฟฟ้าควรมีคุณสมบัติใดบ้าง เพื่อที่จะได้พิจารณาเลือกยางเส้นใหม่สำหรับรถของคุณได้เหมาะสมและตรงใจมากที่สุด

1. เลือกยางรถให้เหมาะสมกับน้ำหนักของรถยนต์ไฟฟ้า

น้ำหนักถือเป็นปัจจัยอย่างแรกที่คุณควรใส่ใจในการเลือกยางสำหรับรถยนต์ของคุณ ด้วยการดูว่าน้ำหนักตัวรถเปล่าอยู่ที่เท่าไร จากนั้นบวกด้วยน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่รถยนต์ของคุณสามารถรองรับได้ เพื่อนำมาหาว่าดัชนีน้ำหนักบรรทุก (Load Index) ของยางรถยนต์เส้นใหม่ควรอยู่ระดับไหน

นอกจากนี้ เรื่องของดัชนีความเร็วของยาง (Speed Index) ก็ยังเป็นหนึ่งเรื่องที่คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนตัดสินใจเลือกซื้อยางเส้นใหม่สำหรับรถเครื่องสันดาป รถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าของคุณ โดยคุณสามารถเปิดดูค่า Load Index และ Speed Index ได้ที่สมุดคู่มือประจำรถยนต์หรือที่สติกเกอร์ข้างประตูฝั่งคนขับ เราแนะนำว่าคุณควรเลือกยางที่มีสองค่านี้ไม่ต่ำกว่ายาง OE ที่ติดมากับรถตอนออกจากโรงงานจะเหมาะสมที่สุด

loadindex speedrating 1

เพื่อให้คุณเข้าใจเรื่องการเลือกใช้ยางรถยนต์ไฟฟ้าได้เหมาะสมกับ Load Index และ Speed Index มากขึ้น เราจะยกตัวอย่างให้คุณเข้าใจง่ายๆ โดยใช้สเปกยางที่อยู่ในรูปด้านบนเป็นแหล่งอ้างอิง

1. ยางรถยนต์ที่คุณใช้อยู่ปัจจุบันมี Load Index อยู่ที่ 91 ให้นำมาเทียบกับค่าที่อยู่ในภาพด้านล่าง โดยค่านี้สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 615 กก. ต่อยาง 1 เส้น จากนั้นนำมาคูณ 4 ตามจำนวนยางรถยนต์ที่ใช้ จะได้ผลรวมของน้ำหนักที่สามารถบรรทุกได้สูงสุดที่ 2,460 กก. นั่นเอง

loadindex 2

2. ต่อมาให้ดูค่า Speed Index ที่ระบุไว้ในยางตัวอย่างด้านบนว่ามีตัวอักษร V ซึ่งเป็นค่าดัชนีความเร็วของเร็วที่สามารถแล่นด้วยความเร็วสูงสุดได้ที่ 240 กม./ชม. จากนั้นคุณก็สามารถเลือกยางรถยนต์ทั่วไปหรือยางรถไฟฟ้าที่มีค่า Load Index และ Speed Index ที่มีค่ามากกว่ายางเดิม (OE) ติดรถได้อย่างเหมาะสมแล้ว

speedrating 3

2. เลือกยางที่ช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้ไกลมากยิ่งขึ้น

จุดอ่อนหรือประเด็นที่คนส่วนมากเป็นกังวลใจเมื่อต้องหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือแม้แต่คนที่ใช้ยานพาหนะขุมพลังไฟฟ้ามาสักระยะหนึ่ง หนีไม่พ้นเรื่องระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง เนื่องจากตัวเลขระยะทางที่รถอีวีสามารถวิ่งได้ไกลที่สุดในปัจจุบัน มักระบุเป็นมาตรฐาน NEDC หรือ WLTP ซึ่งเมื่อใช้งานในสถานการณ์จริงจะค่อนข้างวิ่งได้น้อยกว่าราว 20-30% จากค่าที่ระบุไว้

อย่างไรก็ตาม ตัวแปรที่ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าแล่นได้ระยะทางไกลขึ้นต่อรอบการชาร์จล้วนมีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของลักษณะเฉพาะของรถแต่ละคัน อย่างพละกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ขนาดความจุแบตเตอรี่ รูปทรงของรถ เทคโนโลยีจัดการการใช้พลังงาน และน้ำหนักของตัวรถ ที่ในส่วนนี้เราไม่สามารถเข้าไปปรับปรุงแก้ไขอะไรได้

ต่อมาเป็นปัจจัยภายนอกที่เราสามารถทำเพื่อช่วยให้ระยะทางต่อการชาร์จทำได้ไกลขึ้นอีก อย่างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการขับขี่รถอีวี ค่อยๆ เร่งความเร็วอย่างนุ่มนวล ปรับใช้โหมดหน่วงคืนพลังงานจากการถอนคันเร่งหรือเบรกให้มากกว่าปกติ ไปจนถึงการลดน้ำหนักบรรทุกที่ไม่จำเป็น และการเลือกยางรถยนต์ที่ออกแบบมาช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าของคุณใช้พลังงานได้คุ้มค่ามากขึ้น

3. เลือกยางที่ช่วยลดเสียงรบกวนที่เข้าสู่ห้องโดยสารของรถยนต์ไฟฟ้า

ประเด็นที่คนส่วนใหญ่เป็นกังวลใจเมื่อต้องหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือแม้แต่คนที่ใช้ยานพาหนะขุมพลังไฟฟ้ามาสักระยะหนึ่งเองก็คิดมากเช่นกัน คงหนีไม่พ้นเรื่องเสียงรบกวนที่เข้ามาภายในรถระหว่างการขับขี่ไปตามเส้นทางต่างๆ โดยเฉพาะถนนของเมืองไทยที่มีสภาพตั้งแต่ใหม่เอี่ยมไปจนถึงถนนลาดยางที่เสื่อมสภาพ หรือถนนคอนกรีตที่ขึ้นชื่อเรื่องเสียงดังกว่า

ไม่เพียงเท่านี้ ด้วยความที่รถยนต์ไฟฟ้าใช้มอเตอร์มาสร้างกำลังขับเคลื่อน นั่นทำให้เสียงรบกวนรวมถึงแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาถึงภายในห้องโดยสารก็จะแทบไม่รู้สึกหรือไม่ได้ยินเลย จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ที่ใช้รถอีวีทั้งหลายถึงสามารถแยกแยะตลอดจนได้เสียงรบกวนต่างๆ ได้ดีกว่านักขับที่ใช้รถยนต์เครื่องสันดาปนั่นเอง

แต่ปัญหาเรื่องเสียงรบกวนที่ดังมาจากพื้นถนนก็สามารถจัดการให้ดีขึ้นได้ ด้วยการเลือกใช้ยางรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อลดเสียงอันไม่พึงประสงค์ และส่วนใหญ่มักมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ให้ความนุ่มเงียบ เพื่อมอบสุนทรียะในการขับขี่ให้กับเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถเครื่องสันดาปทั่วไปได้มากที่สุด

ค้นหายางที่เหมาะสมกับรถยนต์คุณ
กำลังค้นหายาง
รถของคุณอยู่ใน ใด
240625 4w vehicletype passengercar

ทำไมถึงควรใช้ยางมิชลินกับรถยนต์ไฟฟ้าของคุณ

มาดูว่าอะไรคือ 3 สิ่งที่คุณอาจไม่ได้ตระหนักนึกถึงเมื่อเกี่ยวกับเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า แต่มิชลินเราคิดอย่างลึกซึ้งเพื่อสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่มีขึ้นเพื่อเอาชนะข้อจำกัดที่รถยนต์ไฟฟ้ามี เพราะเราตั้งใจออกแบบให้ยางของเราทุกรุ่นสามารถใช้งานกับรถยนต์ไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

  • พละกำลังและน้ำหนัก: รถ EV มีพละกำลังกับแรงบิดที่มากและมีน้ำหนักมากกว่ารถเครื่องยนต์สันดาป ส่งผลยางให้ยากสึกเร็วขึ้น

  • เสียงรบกวน: การที่รถ EV ไม่มีเครื่องยนต์ ผู้ขับขี่จึงสามารถได้ยินเสียงรบกวนจากภายนอก เช่น เสียงลม และเสียงยาง ได้ชัดเจนขึ้น เพราะไม่มีเสียงจากเครื่องยนต์ให้ได้ยิน

  • ระยะทางที่วิ่งได้: ระยะทางที่วิ่งได้ต่อครั้งต้องแลกมากับเวลาที่เสียไปท้ังหมดขณะชาร์จแบตเตอรี่ ซึ่งกินเวลาหลายสิบนาทีไปจนถึงหลักชั่วโมง ทำให้เจ้าของรถ EV กังวลเรื่องนี้มาเป็นพิเศษ

ยางมิชลินสามารถรองรับน้ำหนักของรถ EV ที่มีมากกว่าได้อย่างไร้กังวล

มิชลินรู้ว่าควรจะออกแบบยางรถยนต์อย่างไรให้มีสมรรถนะเพียงพอต่อความต้องการของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เราจึงได้คิดค้นเนื้อยางสูตรพิเศษและเทคโนโลยี MaxTouch ที่ช่วยให้ยางสึกเรียบเท่ากันทั้งหมด พร้อมความสามารถในการรองรับน้ำหนักและแรงบิดที่มากกว่าของรถไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี เพื่อให้คุณเลือกยางที่เหมาะกับรถ EV ได้ตามขนาดและสไตล์การขับขี่ที่ต้องการ

ยางมิชลินช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าไปได้ไกลขึ้น

ด้วยความที่มิชลินต้องการให้รถยนต์ไฟฟ้าที่ใส่ยางของเราแล่นได้ไกลขึ้น เราจึงได้มีแนวคิดที่จะทำให้ยางมิชลินทุกรุ่นมีแรงต้านทานการหมุนของล้อต่ำ (Rolling Resistance) เพื่อให้รถ EV ใช้พลังไฟฟ้าในการขับเคลื่อนน้อยลง รวมถึงช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเพิ่มแรงยึดเกาะถนนได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดนวัตกรรมยางยั่งยืน Performance Made to Last ของมิชลิน

ยางมิชลินช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าแล่นได้ไกลขึ้น

เพื่อจัดการกับเสียงยางบดถนนที่ดังรบกวนมาจากภายนอก ยางมิชลินในตระกูล Primacy จึงมาพร้อมกับเทคโนโลยี EvenPeak และ Silent Rib รุ่นที่ 2 ซึ่งช่วยลดเสียงรบกวนที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสารได้อีกทั้งยังทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสัมผัสได้ถึงการขับขี่ที่มีความนุ่มสบายและเงียบเชียบไปในคราวเดียวกัน

New MICHELIN e.PRIMACY Tyre - Eco-responsible, made to last

ยางรถยนต์ MICHELIN ที่เหมาะกับ สไตล์และรูปแบบการใช้งานของคุณ

เข้าถึงยางรถยนต์ MICHELIN รุ่นต่างๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่

ยางมิชลินทุกรุ่นออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท

มิชลินเข้าใจดีถึงความต้องการของบรรดาเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะมาในรูปแบบรถเก๋ง เอสยูวี รถกระบะ หรือรถตู้ ไปจนถึงมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกันไปสไตล์การขับขี่รถยนต์ของแต่ละคน เราจึงได้พัฒนายางรถยนต์ให้รองรับการใช้งานได้กับรถยนต์ไฟฟ้า รถไฮบริด หรือรถเครื่องยนต์สันดาปที่มีจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันทั้งหมด ต่อไปนี้คือยางรุ่นต่างๆ ของมิชลินที่เหมาะสำหรับรถ EV ของคุณ

  • MICHELIN e.PRIMACY

    หากคุณกำลังมองหายางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่เน้นความนุ่มเงียบ ยาง e.PRIMACY คือยางที่คุณตามหา แถมยังช่วยเพิ่มระยะการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุดถึง 7% หรือประมาณ 30 กิโลเมตร ต่อความจุแบตเตอรี่สำหรับการเดินทาง 400 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของผู้ขับขี่ ภูมิอากาศ และสภาพการใช้งาน)

  • MICHELIN PRIMACY 4

    สัมผัสประสบการณ์ขับขี่สุดพรีเมียม รู้สึกได้ถึงความนุ่มเงียบ ด้วยเทคโนโลยี EvenPeak ที่ช่วยลดเสียงรบกวนที่ส่งไปยังห้องโดยสาร ให้คุณเดินทางไปในทุกเส้นทางได้อย่างผ่อนคลายสูงสุด

  • MICHELIN PRIMACY SUV+

    ยางมิชลิน PRIMACY SUV+ คือยางที่ถูกออกแบบมาเพื่อรถ SUV โดยเฉพาะ ด้วยร่องดอกยางละเอียด Stabili-Grip ที่ออกแบบให้มีความแข็งแกร่งและสามารถรีดน้ำได้ดี พร้อมกับการยึดเกาะถนนในทางเปียกและแห้งได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

  • MICHELIN PILOT SPORT

    ยางตระกูลสปอร์ตจากมิชลินจะมอบประสบการณ์ขับขี่สนุก เร้าใจ และควบคุมได้แม่นยำด้วยเทคโนโลยี Dynamic Response ที่ทำงานร่วมกับเข็มขัดรัดหน้ายาง HyBrid Belt ที่ได้รับการถ่ายทอดจากประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ต คุณจึงขับได้มั่นใจและปลอดภัยตลอดเส้นทาง

  • MICHELIN PILOT SPORT 5

    นี่คือหนึ่งในยางสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อให้ตอบสนองสไตล์การขับขี่ที่เร้าใจและทะยานไปทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะติดตั้งในรถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์ไฮบริด หรือแม้แต่รถเครื่องยนต์สันดาปความจุสูง ด้วยจุดเด่นด้านการยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยมทั้งทางเปียกหรือทางแห้ง และดอกยางทนทานใช้ได้ยาวนานกว่า

  • MICHELIN PILOT SPORT 4 S

    ไม่ว่าจะขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง หรือรถเครื่องยนต์สันดาปกำลังมหาศาลไปบนเส้นทางรูปแบบใด ยางมิชลิน PILOT SPORT 4S ก็พร้อมยึดเกาะถนนได้อย่างหนึบแน่น ให้ระยะเบรกสั้นเมื่อต่อชะลอรถอย่างทันท่วงที เหมาะสำหรับทั้งการขับขี่ในชีวิตประจำวันและขับลงในสนามแข่งช่วงวันหยุด รวมถึงเป็นยางมาตราฐานติดรถสำหรับรถ Ferrari และ Mercedes Benz AMG

  • MICHELIN ENERGY XM2

    ตอบโจทย์เจ้าของรถ EV ที่ต้องการใช้ยางอย่างคุ้มค่า มีอายุการใช้งานยาวนาน พร้อมระยะเบรกที่สั้นมั่นใจท้ังตอนเพิ่งเปลี่ยนยางใหม่และใกล้หมดดอก ด้วยเนื้อยาง Full Silica ลิขสิทธิ์เฉพาะมิชลิน



สิ่งเหล่านี้ทำให้คุณมั่นใจได้ว่ายางมิชลินทุกรุ่นจะสามารถตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และช่วยยืดระยะเวลาการเปลี่ยนยางครั้งถัดไปให้นานขึ้นได้ เพราะยางมิชลินทุกเส้นผลิตด้วยแนวคิดนวัตกรรมยั่งยืน “Performance Made To Last” ที่ดีต่อทั้งคนขับและสิ่งแวดล้อม นี่แหละคือยางรถยนต์ไฟฟ้าที่คุณมั่นใจ ตั้งแต่วันแรกที่ใช้จนถึงวันเปลี่ยนยางรอบถัดไป

หากคุณกำลังมองหายางมิชลินเพื่อใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าคันโปรดของคุณอยู่ ตอนนี้มิชลินคือผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ชั้นนำที่มียาง EV ครอบคลุมมากกว่า 59 แบรนด์รถยนต์ที่มีอยู่ในตลาดตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็น Tesla, BYD, MG, Ora, Denza, Aion, Deepal, Neta, Omoda, Mercedes-Benz, BMW, Audi, Volvo, และอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อตอกย้ำว่าเราคือผู้นำด้านรถยนต์ทุกประเภทอย่างแท้จริง

MICHELIN Pilot Sport EV tire: Electrified road control, made to last | Michelin

เนื้อหาที่น่าสนใจเกี่ยวกับการขับขี่และดูแลรักษารถเก๋ง รถกระบะ รถเอสยูวี และรถอื่นๆ

ข้อกฎหมาย

(1) - การศึกษาภายในเกี่ยวกับความมั่นคงในการเลี้ยวซึ่งดำเนินการเมื่อ 10/2020 ด้วยยางขนาด 255/45 R19 โดยเปรียบเทียบ MICHELIN Pilot Sport EV กับ MICHELIN Pilot Sport 4 SUV

 

(2) ระยะทางที่สามารถวิ่งได้ของแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นสำหรับ HP EV - การศึกษาภายในเกี่ยวกับแรงต้านการหมุนซึ่งดำเนินการเมื่อ 10/2020 ด้วยยางขนาด 255/45 R19 โดยเปรียบเทียบ MICHELIN Pilot Sport EV (6.7 กก./ตัน) กับ MICHELIN Pilot Sport 4 SUV (8.8 กก./ตัน) สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนัก 2151 กก. และมีระยะที่วิ่งได้ 540 กม. ความแตกต่าง 2.1 กก./ตัน นี้จะทำให้มีระยะที่วิ่งได้เพิ่มขึ้นกว่า 60 กม. หรือมากว่า 10% ของระยะที่วิ่งได้ตั้งต้น

 

(3) เสียงรบกวน - การวัดเสียงภายในห้องโดยสาร กระทำขึ้นเมื่อปี 2016 ด้วยยางขนาด 245/45 R19 ในรถยนต์ KIA Cadenza ระดับเสียงที่วัดได้อยู่ในช่วง "170-230Hz" ผลลัพธ์อาจจะแตกต่างกันไปตามประเภทของรถ ประเภทและขนาดของยาง ความเร็ว และสภาพถนน

 

MICHELIN e·Primacy

 

การทดสอบแรงต้านทานการหมุน - การทดสอบแรงต้านทานการหมุนบนเครื่องจักรโดยบริษัท Applus Idiada ตามคำขอของมิชลิน ดำเนินการในเดือนมิถุนายน (ยางใหม่) และสิงหาคม (ยางที่มีการขัดถู 2 มม.) ปี 2020 โดยทดสอบกับยางขนาด 205/55 R16 91V, การเปรียบเทียบยางรุ่น MICHELIN e.PRIMACY (ยางใหม่: 5.58 กก./ตัน และยางสึก: 5.13 กก./ตัน) กับ MICHELIN PRIMACY 4 (ยางใหม่: 7.74 กก./ตัน และยางสึก: 6.25 กก./ตัน) ; BRIDGESTONE TURANZA T005 (ยางใหม่: 7.17 กก./ตัน และยางสึก: 5.81 กก./ตัน) ; CONTINENTAL ECOCONTACT 6 (ยางใหม่: 6.39 กก./ตัน และยางสึก: 5.49 กก./ตัน) ; CONTINENTAL PREMIUM CONTACT 6 (ยางใหม่: 8,93 กก./ตัน และยางสึก: 6,94 กก./ตัน) ; DUNLOP BLURESPONSE (ยางใหม่: 7.97 กก./ตัน และยางสึก: 5.54 กก./ตัน) ; GOODYEAR EFFICIENT GRIP 2 (ยางใหม่: 7.01 กก./ตัน และยางสึก: 5.38 กก./ตัน) ; PIRELLI CINTURATO P7 BLUE (ยางใหม่: 6.96 กก./ตัน และยางสึก: 6.30 กก./ตัน) ; PIRELLI CINTURATO P7 (ยางใหม่: 8.79 กก./ตัน และยางสึก: 6.97 กก./ตัน)

 

(5) ยางในหมวดหมู่ MICHELIN e.PRIMACY ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในยางรถยนต์คุณภาพสูง เช่นเดียวกับแบรนด์ CONTINENTAL, GOODYEAR, BRIDGESTONE, PIRELLI, DUNLOP และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นยางที่ติดตั้งมาพร้อมกับรถยนต์โดยเฉพาะ (กล่าวคือ ยางประเภทนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อบรรลุเป้าหมายเฉพาะของผู้ผลิตรถยนต์) แต่เป็นยางที่สามารถหาซื้อได้จากร้านค้าปลีก

 

(6) เพิ่มระยะทางการใช้งานแบตเตอรี่ EV และลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ - โดยที่ยางใหม่ MICHELIN e.PRIMACY สร้างแรงต้านทานการหมุนที่น้อยกว่าคู่แข่งชั้นนำโดยเฉลี่ย 2 กก./ตัน เทียบเท่ากับการลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงสูงถึง 0.21 ลิตร/100 กม., เทียบเท่ากับผลการทดสอบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงสุด 5 ก. สำหรับ VW GOLF 7 1.5 TSI หรือเทียบเท่ากับระยะทางที่วิ่งได้เพิ่มถึง 7% สำหรับ VW E.GOLF

 

(7) - อายุการใช้งาน - ดำเนินการทดสอบอายุการใช้งานโดย DEKRA TEST CENTER ตามคำขอของมิชลินเมื่อเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2020 ด้วยยางขนาด 205/55  R16 91V ใส่ในรถ VW Golf 7 เปรียบเทียบ MICHELIN e.PRIMACY (100%) กับ MICHELIN Primacy 4 (102.1%); การทดสอบอายุการใช้งานใช้วิธีการเฉลี่ย การใช้งานจริง (D50) ด้วยการวิ่ง 14.460 กม. และนำมาเทียบอายุการใช้งานที่ 1.6 มม. ผู้ชนะการทดสอบ ADAC Summer 2020 235/55 R17 ทดสอบโดย ADAC ด้วยรถ Ford Kuga เมื่อปี 2020 การทดสอบนี้ใช้ยางขนาด 235/55 R17 Michelin Primacy 4 เป็นยางที่ได้ผลการทดสอบดีที่สุดในบรรดายางที่นำมาทดสอบ 12 ชนิดในคุณสมบัติการทดสอบด้านต่างๆ (ถนนเปียก ถนนแห้ง เสียงรบกวน การสึกหรอ ความสิ้นเปลืองพลังงาน) Michelin Primacy 4 เป็นผู้ชนะการทดสอบด้วยความคิดเห็นดังนี้ : "มีความสมดุลมาก โดยได้คะแนนดีที่สุดบนถนนเปียก มีการสึกหรอที่น้อยมาก และมีประสิทธิภาพดีมากบนถนนแห้ง" - ได้คะแนน 1.0 ด้านการสึกหรอ

 

(8) - การยึดเกาะบนถนนเปียก - MICHELIN e.PRIMACY ได้คะแนนระดับ "B" ในสเกลฉลาก Wet Grip Item of the European labelling scale.