หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยได้ยินเสียงยางดังพับๆ ยางหอน หรือเสียงอื่นๆ เวลาขับรถ จนอดใจไม่ได้ที่จะสงสัยว่ายางหอนเกิดจากอะไร และมองหาวิธีแก้ยางรถเสียงดังที่กวนใจคุณอยู่ บทความนี้จะพาไปดูว่าปัญหาเสียงรบกวนจากยางรถยนต์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัจจัยภายนอกไปจนถึงคุณสมบัติของยางเอง ซึ่งการทำความเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้คุณสามารถแก้ไขได้ถูกจุด รวมถึงทำการเลือกยางที่เหมาะสมเพื่อการขับรถที่เงียบสงบและสบายมากที่สุดในทุกการเดินทาง
ปัญหายางหอน มีเสียงดังพับๆ หรืออื่นๆ มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง
อันที่จริงแล้วการที่คุณได้ยินเสียงยางรถหอน ไปจนถึงขั้นตอนที่รถวิ่งบนถนนแล้วมีเสียงดังพับๆ อย่างชัดเจน นั่นเป็นสิ่งที่บอกให้รู้ว่ายางรถยนต์ของคุณกำลังมีปัญหาที่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน ซึ่งปัญหาเสียงยางรถดังต่างๆ เหล่านี้มีสาเหตุที่มาที่แตกต่างกัน โดยมีอะไรบ้างนั้น มิชลินจะพาคุณไปทำความเข้าใจให้มากขึ้นเอง
เสียงดังที่มีสาเหตุมาจากตัวยางรถยนต์เอง
ปัญหายางรถยนต์มีเสียงดังรบกวนขณะขับขี่ไปยังที่ต่างๆ เช่น เสียงยางหอน หรือเสียงดังพับๆ เวลารถวิ่งด้วยความเร็ว ถือเป็นเรื่องที่สร้างความรำคาญใจให้แก่ผู้ขับขี่อย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาจมีสาเหตุมาจากตัวของยางเองดังนี้
1. การสึกหรอที่ไม่สม่ำเสมอ
การสึกหรอของยางที่ผิดปกติ เช่น การสึกแบบฟันเลื่อย หรือการสึกหรอเป็นบั้ง มักเกิดจากการตั้งศูนย์ล้อไม่ถูกต้อง หรือระบบช่วงล่างมีปัญหา ซึ่งจะส่งผลให้ดอกยางมีผิวสัมผัสที่ไม่เรียบเนียนเสมอกัน จนทำให้เกิดเสียงดังเป็นจังหวะพับๆ หรือเสียงหอนเมื่อยางบดกับพื้นถนนขณะรถวิ่ง
2. ดอกยางที่มีลายดอกหยาบหรือใหญ่เกินไป
ยางที่ถูกออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม หรือยางสำหรับรถออฟโรด (All-Terrain) มักจะมีลายยางที่มีช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างดอกยาง ซึ่งช่องว่างระหว่างดอกยางจะทำหน้าที่เหมือน "ปั๊ม" อากาศ ทำให้เกิดการอัดและคลายตัวของอากาศขณะยางหมุน จึงเป็นสาเหตุหลักของเสียงหอนและเสียงบดถนนที่ดังกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับยาง H/T ที่มีลายดอกยางละเอียด เนื้อยางนุ่ม ยึดเกาะถนนได้ดี และให้เสียงรบกวนจากพื้นถนนที่น้อยกว่า
3. เนื้อยางที่เริ่มแข็งตัว
เมื่อคุณได้ใช้ยางรถยนต์ไปสักระยะหนึ่ง เนื้อยางก็จะเริ่มแข็งตัวตามธรรมชาติ ทำให้ความยืดหยุ่นในการดูดซับแรงสั่นสะเทือนและเสียงรบกวนลดลง ส่งผลให้เสียงจากพื้นผิวถนนถูกส่งผ่านเข้ามาในห้องโดยสารได้มากขึ้น และยังทำให้ประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนลดลงอีกด้วย
4. ขนาดและโครงสร้างยางที่ไม่เหมาะสม
การเลือกใช้ยางที่มีขนาดไม่เหมาะสมกับรถ เช่น ยางที่มีหน้ากว้างเกินไป หรือยางแก้มเตี้ยเกินไป ก็อาจเป็นสาเหตุของเสียงดังได้เช่นกัน โดยยางแก้มเตี้ยมักจะสร้างเสียงดังได้ง่ายกว่า เนื่องจากมีพื้นที่ในการซับแรงสั่นสะเทือนน้อยกว่ายางที่มีแก้มยางสูงกว่านั่นเอง
เสียงดังที่มีสาเหตุมาจากตัวยางรถยนต์เอง
นอกจากปัญหาเสียงยางหอนหรือส่งเสียงดังที่มีสาเหตุมาจากตัวยางรถยนต์เองแล้ว ก็ยังมีเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของยางโดยตรงอยู่เช่นกัน ซึ่งมีสาเหตุต่างๆ ดังนี้
1. แรงดันลมยางที่ไม่เหมาะสม
หากลมยางอ่อนเกินไปจะทำให้แก้มยางและหน้ายางเสียรูปทรง เกิดการบิดตัวและบดกับพื้นถนนมากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดเสียงดังกว่าปกติ ในทางกลับกัน หากลมยางแข็งเกินไปจะทำให้ยางมีพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนนน้อยลง แรงสั่นสะเทือนจะถูกส่งผ่านเข้ามาในห้องโดยสารได้มากขึ้น และยังทำให้หน้ายางสึกหรอผิดปกติจนเกิดเสียงยางหอนหรือดังในรูปแบบต่างๆ ตามมานั่นเอง
2. การตั้งศูนย์ล้อไม่ตรง
การตั้งศูนย์ล้อที่ไม่ถูกต้อง หรือ ไม่ได้ตามค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์ระบุไว้ จะส่งผลให้มุมของล้อไม่ตรงตามที่ควรจะเป็น ทำให้ยางสัมผัสกับพื้นผิวถนนในลักษณะที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ยางเกิดการสึกหรอแบบผิดปกติ หรือสึกแบบฟันเลื่อย ที่เป็นต้นตอของเสียงหอนและเสียงบดถนนที่ชัดเจน การตั้งศูนย์ล้อใหม่ให้ถูกต้องจะช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด
3. ระบบช่วงล่างมีปัญหา
เสียงดังที่เกิดขึ้นขณะขับขี่อาจไม่ได้มาจากยางรถยนต์เสมอไป แต่อาจเกิดจากชิ้นส่วนของระบบช่วงล่างที่เสื่อมสภาพ เช่น ลูกปืนล้อที่เริ่มหลวมหรือแตก, โช้คอัพที่ตายหรือหมดประสิทธิภาพในการซับแรงกระแทก, หรือ บูชช่วงล่างที่ฉีกขาด ซึ่งการทำงานของชิ้นส่วนเหล่านี้ที่ผิดปกติจะสร้างเสียงที่อาจฟังดูคล้ายกับเสียงดังที่มาจากยางรถยนต์ และส่งผ่านเข้ามาในห้องโดยสารให้ผู้ขับขี่ได้ยินเช่นเดียวกัน
4. ผิวถนนที่ไม่เรียบ
ในบางกรณี เสียงดังที่ได้ยินอาจเป็นเพียงเสียงจากพื้นผิวถนนที่คุณกำลังขับรถผ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนคอนกรีต หรือถนนที่มีร่องเป็นคลื่น จะสร้างเสียงที่แตกต่างจากถนนลาดยางเรียบทั่วไป การสังเกตว่าเสียงดังเฉพาะบนถนนบางประเภทหรือไม่ จะช่วยให้คุณแยกแยะได้ว่าเสียงนั้นเกิดจากยางรถยนต์ของคุณ หรือเกิดจากสภาพของถนนที่คุณขับผ่านนั่นเอง
วิธีแก้ไขปัญหายางหอนหรือส่งเสียงดังรบกวนการขับขี
เมื่อคุณทราบถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเสียงยางหอนหรือเสียงดังรูปแบบอื่นๆ ที่ดังขึ้นขณะขับขี่รถยนต์แล้ว การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุดก็ถือเป็นสิ่งที่จะช่วยให้คุณกลับมาขับขี่ได้อย่างเงียบสงบและสบายใจมากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ทั้งจากการดูแลรักษาที่ถูกต้องและจากการเลือกยางที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น
ดูแลรักษายางรถยนต์อย่างถูกวิธี
การบำรุงรักษายางอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันปัญหาเสียงรบกวนที่เกิดจากยางที่เสื่อมสภาพหรือการสึกหรอที่ผิดปกติของช่วงล่าง โดยมิชลินจะมาแนะนำวิธีที่เจ้าของรถทุกคนสามารถทำตามได้
ตรวจสอบและปรับแรงดันลมยางให้เหมาะสม
แรงดันลมยางที่เหมาะสมตามที่ผู้ผลิตกำหนดไว้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันปัญหายางเสียงดัง ควรตรวจสอบลมยางอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือก่อนออกเดินทางไกลเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่ายางมีการสัมผัสกับพื้นถนนอย่างถูกต้อง ไม่เกิดการบิดตัวจนเป็นสาเหตุของเสียง
สลับยางตามระยะที่กำหนด
ควรนำรถไปสลับยางทุกๆ 10,000 กิโลเมตร หรือตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์ นั่นก็เพราะว่าการสลับยางจะช่วยให้ยางทั้งสี่เส้นมีการสึกหรออย่างสม่ำเสมอ (สลับยางเฉพาะรถยนต์ที่ใช้ยางขนาดเท่ากันทั้งสี่เส้น) ลดโอกาสเกิดการสึกแบบฟันเลื่อยหรือสึกเป็นบั้ง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของเสียงยางหอน หรือเสียงดังพับๆ เวลาวิ่ง
ตั้งศูนย์ถ่วงล้อตามระยะ
การตั้งศูนย์ล้อที่ถูกต้องจะช่วยป้องกันการสึกหรอผิดปกติของยางได้ การถ่วงล้อจะช่วยให้ล้อหมุนได้อย่างสมดุล ไม่เกิดอาการสั่นที่อาจเป็นสาเหตุของเสียงดังและยังช่วยยืดอายุการใช้งานของยางได้อีกด้วย
เลือกยางรถยนต์ที่เหมาะสม
หากถึงเวลาต้องเปลี่ยนยางใหม่ การเลือกยางที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมจะช่วยป้องกันปัญหาเสียงรบกวนที่ไม่พึงประสงค์ได้ตั้งแต่เริ่มต้น และยังช่วยให้คุณขับรถได้อย่างเงียบสงบในระยะยาว รวมถึงยังช่วยลดค่าใช้จ่ายแฝงที่มาจากปัญหายางสึกหรอผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกต่างหาก
พิจารณาจาก ECO Sticker ยางรถยนต์
ก่อนซื้อยางใหม่ ควรดูที่ฉลากยางรถยนต์ไทย หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า ECO Sticker ยางรถยนต์ ที่กำหนดโดย สมอ. ซึ่งจะมีการระบุค่าระดับเสียงจากภายนอกเป็นหน่วยเดซิเบล (dB) และมีสัญลักษณ์คลื่นเสียง นั่นหมายความว่าคุณสามารถใช้ค่านั้นเป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบและเลือกยางที่สร้างเสียงรบกวนน้อยที่สุด
เลือกยางที่มีเทคโนโลยีลดเสียงโดยเฉพาะ
ปัจจุบันยางหลายรุ่นถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเน้นเรื่องความเงียบสงบในการขับขี่โดยเฉพาะ ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีการออกแบบลายดอกยาง หรือส่วนผสมยางที่ช่วยลดเสียงที่เกิดขึ้นจากการหมุนของยางได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกยางที่มาพร้อมเทคโนโลยีเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลายและไร้เสียงรบกวนไปอีกขั้น

เทคโนโลยีภายในยางรถยนต์ Michelin ที่ช่วยมอบการขับขี่อันเงียบสงบให้แก่คุณ
Michelin เข้าใจดีว่าความเงียบสงบในห้องโดยสารคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพื่อลดเสียงรบกวนที่เกิดจากยางรถยนต์โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นเสียงสะท้อนจากโครงยาง หรือเสียงที่เกิดจากการบดกับพื้นถนน ทำให้ยางมิชลินสามารถมอบความสบายในการขับขี่ได้อย่างแท้จริง และเราจะพาไปคุณไปทำความเข้าใจว่าทำไมคุณถึงควรเลือกใช้ยางรถยนต์มิชลินในการเปลี่ยนยางครั้งถัดไป
1. เทคโนโลยี MICHELIN Acoustic
นี่คือเทคโนโลยีที่พลิกโฉมวงการยางรถยนต์ โดยการนำแผ่นโฟมโพลียูรีเทนที่มีคุณสมบัติเฉพาะมาติดตั้งไว้ที่ด้านในของโครงยาง โฟมนี้จะทำหน้าที่ดูดซับเสียงสะท้อนที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของโครงยางขณะหมุน ทำให้เสียงที่ถูกส่งผ่านเข้ามาในห้องโดยสารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้การขับขี่เงียบสงบกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
2. การออกแบบลายดอกยางที่ลดเสียงรบกวน
มิชลินใช้การจำลองทางคอมพิวเตอร์ที่แม่นยำ ในการออกแบบลายดอกยางและบล็อกดอกยางที่มีขนาดและตำแหน่งที่แตกต่างกันอย่างพิถีพิถัน เพื่อลดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นจากการอัดและคลายตัวของอากาศขณะยางสัมผัสกับพื้นถนน การออกแบบนี้ช่วยกระจายความถี่ของเสียงที่เกิดขึ้น ทำให้เสียงรบกวนที่ได้ยินไม่เป็นเสียงแหลมหรือเสียงหอนที่น่ารำคาญ
3. การคงประสิทธิภาพของยางตลอดอายุการใช้งาน
ปัญหาเสียงดังมักเกิดจากยางที่เริ่มสึกหรอไม่สม่ำเสมอ หรือดอกยางเริ่มแข็งตัว ยางของมิชลินถูกพัฒนาให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานและมีการสึกหรอที่สม่ำเสมอทั่วทั้งหน้ายาง ทำให้ประสิทธิภาพในการลดเสียงยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งาน ช่วยลดโอกาสเกิดเสียงหอนหรือเสียงดังผิดปกติที่มักจะเกิดขึ้นกับยางที่เสื่อมสภาพเร็ว
ยางรถยนต์ MICHELIN ที่เหมาะกับ สไตล์และรูปแบบการใช้งานของคุณ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหายาง Michelin ที่โดดเด่นเรื่องความนุ่มเงียบและให้ความสบายสูงสุดขณะใช้งาน มิชลินมียางรุ่นน่าสนใจที่สามารถตอบโจทย์คุณได้ครบถ้วนดังนี้
MICHELIN Primacy 5 เป็นยางที่เน้นเรื่องความนุ่มเงียบเป็นพิเศษ โดดเด่นด้วยลายดอกยางที่ช่วยลดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นขณะวิ่ง และยังคงประสิทธิภาพการยึดเกาะที่ดีเยี่ยมตลอดอายุการใช้งาน ที่สำคัญคือยางรุ่นนี้ให้ความคุ้มค่าสูงสุดในแทบทุกด้าน
MICHELIN Pilot Sport 5 แม้จะเป็นยางที่เน้นสมรรถนะการขับขี่สไตล์สปอร์ต แต่ก็มีการออกแบบที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากหน้ายาง ทำให้ยังคงมอบความสบายในการขับขี่ได้ดีกว่ายางสปอร์ตทั่วไป เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูงและได้ความผ่อนคลายไปพร้อมกัน
MICHELIN Pilot Sport 4 SUV ยางสำหรับรถ SUV ที่ต้องการสมรรถนะและการควบคุมที่แม่นยำ พร้อมทั้งให้ความนุ่มเงียบและสบายในการขับขี่ ทำให้เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับรถเอสยูวีสมรรถนะสูง เช่น BMW X5, Mercedes-Benz GLE, Porsche Cayenne และเอสยูวีพรีเมียมรุ่นอื่นๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ยางมิชลินทุกรุ่นยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานกับรถยนต์ไฟฟ้า รถไฮบริด รถ PHEV และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปอย่างครบถ้วน พร้อมด้วยจุดเด่นที่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะที่ดีเยี่ยมตั้งแต่วันแรกที่เปลี่ยนยางไปจนถึงวันสุดท้ายที่ยังใช้ยางเส้นนั้นอยู่ ตามแนวทาง “แม้เวลาเปลี่ยน ความมั่นใจไม่เคยเปลี่ยน” (Performance Made to Last) ที่ช่วยให้ผู้ใช้ยางมิชลินทุกคนมั่นใจได้ตลอดระยะเวลาที่ใช้งานยางรถยนต์ของเรา






